เกจิอาจารย์ / หลวงปู่เทียน วัดโบสถ์ จ.ปทุมธานี

บทความที่ลงในหนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก

      IMG_2924.JPG


หลวงปู่เทียน  วัดโบสถ์


                 พระครูบวรธรรมกิจ    หรือที่วงการพระเครื่องรู้จักกันดีในนาม  หลวงปู่เทียน วัดโบสถ์ จังหวัดปทุมธานี  พระเกจิอาจารย์ผู้ทรงภูมิปัญญาธรรมชั้นสูง และมีวิชาอาคมขลังเป็นที่เลื่องลือ
   

                 ท่านเป็นบุตร นายน้อย  นางเล็ก  ดุลยกนิษฐ์  เกิดเมื่อวันพฤหัสบดี  แรม 1 ค่ำ เดือน 12 ปีชวด พ.ศ.2419  มีพี่น้อง 8 คน  ท่านเป็นคนที่ 3 พออายุได้ 21 ปี   จึงเข้าอุปสมบทเมื่อเดือนมีนาคม 2439   ต่อมาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดโบสถ์ ในวันที่  23 พฤษภาคม 2452 ท่านดำรงตำแหน่งจนกระทั่งมรณภาพในวันที่ 18 กรกฎาคม 2509 

                  ในปี พ.ศ. 2559 นี้จึงเป็นเวลาครบรอบ 50 ปีในการจากไปของหลวงปู่เทียน  ผู้เขียนขอถือโอกาสรำลึกถึงคุณูปการของท่าน ที่ได้มอบมรดกอันล้ำค้าให้กับลูกศิษย์ลูกหา ได้พึ่งพาบารมีจากวัตถุมงคลที่มีอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์สูงยิ่งของท่าน

                    ในสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากในเรื่องพระเนื้อผง   โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระสมเด็จ ที่คนทั่วไปและนักสะสมพระเครื่องเสาะแสวงหากันมาก เพราะเกิดประสบการณ์กับผู้นำไปใช้เป็นที่เล่าขานกันอย่างแพร่หลาย ทั้งด้านแคล้วคลาด  มหาอุด    โภคทรัพย์  ที่โดดเด่นมากคือ ด้านเมตตามหานิยม  ซึ่งเป็นพุทธคุณสายพระสมเด็จโดยตรง
                   พล.ต.ต. เนื่อง  อาขุบุตร   นักสะสมพระเครื่องสายพระสมเด็จในสมัยนั้น มักจะบอกกับคนใกล้ชิดว่า     ถ้าหาพระสมเด็จวัดระฆังไม่ได้  พระสมเด็จหลวงปู่เทียนนี่แหละใช้แทนได้   คำบอกกล่าวนี้ แสดงว่าท่านเชื่อมั่นในองค์หลวงปู่ อันเป็นผลมาจากการที่ท่านได้รู้เห็นกรรมวิธีในการสร้างว่ามีพื้นฐานแบบเดียวกับการสร้างพระสมเด็จสายวัดระฆัง  นั่นคือการผสมผงวิเศษ 5 ประการ ที่หลวงปู่เทียนท่านสำเร็จ  ซึ่ง พล.ต.ต.เนื่อง  อาขุบุตร ได้เห็นอภินิหารของผงที่หลวงปู่ลบด้วยตาตัวเอง และยังไปบอกกล่าวให้คนอื่นๆ ได้ทราบด้วย  

              ผงวิเศษ  5 ประการ  คือ   ผงปัถมัง  ผงอิทธิเจ  ผงมหาราช  ผงพุทธคุณ และ ผงตรีนิสิงเห    คำถามก็คือ  ผงวิเศษ 5 ประการนี้ดีอย่างไร   เรื่องนี้ต้องเริ่มต้นตั้งแต่ที่มาของผงว่า เกิดจากการลบอักขระเลขยันต์ตามตำรับ  เพื่อการฝึกจิตให้เป็นสมาธิและสร้างความเข้มแข็งให้กับอำนาจจิต  สำหรับใช้เป็นพลังเข้าสู่วิปัสสนาญาณ  การลบผงจึงเป็นต้นทางของการมุ่งสู่การหลุดพ้น   และก็เป็นความมหัศจรรย์ที่ทำให้เกิดผงวิเศษเป็นผลพลอยได้   ผงดังกล่าวสามารถนำมาใช้ได้ทันที  โดยไม่ต้องปลุกเสกบรรจุธาตุและเรียกอาการ 32  ตามกรรมวิธีของการปลุกเสกพระ  จึงถือได้ว่าผงนี้มีชีวิตแล้ว  มีความศักดิ์สิทธิ์และอาถรรพ์สูงมาก  พระเกจิอาจารย์ที่ลบผงเสร็จแล้วต้องพิถีพิถันทำการเก็บรักษาอย่างดี   ถ้าทำหล่นลงพื้นใครเหยียบเข้าถึงกับสติฟั่นเฟือนเป็นบ้าได้  และที่ท่านระมัดระวังมากคือ  เกรงว่าพวกลูกศิษย์ที่นอกลู่นอกทางจะขโมยผงอิทธิเจเอาไปผสมน้ำให้ผู้หญิงดื่มแล้วไปทำมิดีมิร้ายเขา

                 เพราะฉะนั้น ผงนี้เมื่อผสมและพิมพ์เป็นพระออกมาแล้วก็สามารถใช้ได้เลย ไม่ต้องปลุกเสกอีก  ด้วยอานุภาพของผงวิเศษ 5 ประการนี้ ได้ทำให้พระสมเด็จขององค์สมเด็จพระพุฒาจารย์  ( โต พรหมรังสี )  วัดระฆัง  เป็นพระที่โด่งดังที่สุดและมีราคาค่านิยมสูงที่สุด จนคนธรรมดาทั่วไปเอื้อมไม่ถึง

                    มีเซียนพระผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเล่าให้ผู้เขียนฟังถึงครอบครัวหนึ่งว่ามีลูกชาย 2 คน คุณพ่อมีพระสมเด็จวัดระฆังที่รักและหวงแหนอยู่  1  องค์ ในเวลาต่อมาคุณพ่อเสียชีวิตลงโดยไม่ได้สั่งเสียไว้ว่า ใครจะเป็นผู้ครอบครองพระสมเด็จองค์นี้   พี่น้องทั้ง 2 คนต่างก็อยากได้แต่ไม่สามารถตกลงกันได้  สุดท้ายจึงใช้วิธีหักครึ่งแล้วแบ่งกัน โดยไม่สนใจว่าราคาพระจะเหลือเท่าไร
ทั้ง ๆ  ที่ถ้านำไปขายทั้งองค์แล้วแบ่งเงินกันก็จะได้ราคาสูงกว่าขายครึ่งองค์อย่างมาก  นั่นแสดงให้เห็นว่า ทั้งคู่เชื่อมั่นและต้องการของดีวิเศษมากกว่าเงิน   พอดีที่พระนี้เมื่อหักแล้วยังมีอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์อยู่อย่างครบถ้วน เพราะมีผงวิเศษ  5 ประการกระจายอยู่ในองค์พระ แต่ถ้าเป็นพระที่ไม่มีผงดังกล่าว  ผู้เขียนเชื่อว่าจะเหลือแค่พลังธรรมดาของมวลสารที่เหลืออยู่ในนั้น เพราะการปลุกเสกให้แสดงความศักดิ์สิทธิ์ด้านใดด้านหนึ่งนั้นปลุกเสกในสภาพเต็มองค์

                    พระของหลวงปู่เทียน ก็เช่นกัน    ท่านจะบอกลูกศิษย์ของท่านเสมอว่า พระของข้าต่อให้หักจนเหลือแค่เพียงเมล็ดงา  ถ้าพวกเอ็งมีไว้ก็จะไม่ตายโหง   แสดงว่าท่านมั่นใจในผงของท่านมาก  
                       นอกเหนือจากผงวิเศษ  5  ประการแล้ว ท่านยังสำเร็จวิชาการลบผง 12 นักษัตร อันเป็นวิชาของชาวมอญที่ตกทอดกันมาตั้งแต่โบราณ  ซึ่งไม่ปรากฏว่ามีพระเกจิอาจารย์องค์ใดในยุคก่อน ๆ  ที่วงการรู้จัก  มีการทำผงชนิดนี้ นี่จึงเป็นของวิเศษอันสุดยอดของหลวงปู่เทียน
ที่พระเกจิอาจารย์องค์อื่น ๆ ไม่มี

                     อันว่าผง 12 นักษัตรนี้เป็นเรื่องเกี่ยวพันกับโหราศาสตร์ ที่อธิบายได้ว่า มนุษย์ทุกคนบนโลกใบนี้ ต้องเกิดมาในปีนักษัตรใดนักษัตรหนึ่ง และในปีหนึ่ง ๆ นั้นประกอบไปด้วย 12 ราศี  ที่มีความเกี่ยวพันกับดวงดาว อันเป็นตัวกำหนดเส้นทางชีวิตของคน ๆ นั้น ที่เราเรียกว่า ดวงชะตา

                     ด้วยภูมิปัญญาอันล้ำลึกของเกจิอาจารย์ ที่สามารถนำเอาอำนาจพลังจิต ซึ่งเป็นสิ่งทรงพลังสูงสุดมาผสมผสานกับพลังของดวงดาว ที่มีอิทธิพลต่อทุกชีวิตบนโลก  โดยทำให้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีอานุภาพในการหนุนส่งดวงชะตา ในช่วงเวลาที่รุ่งโรจน์และปกป้องไม่ให้ตกต่ำในยามที่ดวงไม่ดี   ต้องถือว่านี่คือวิทยาการขั้นสูงสุดของการสร้างวัตถุมงคล   ด้วยเหตุนี้ผู้ที่จะศึกษาวิชาลบผง 12 นักษัตร จะต้องเป็นผู้มีญาณสมาธิขั้นสูงและมีสติปัญญาล้ำเลิศ  จึงจะศึกษา
ได้สำเร็จ  สำหรับหลวงปู่เทียน  ท่านศึกษาค้นคว้าวิชานี้จากตำราโบราณที่อาจารย์มอบให้จนสำเร็จด้วยตัวเอง  แสดงให้เห็นว่าท่านไม่ใช่พระเกจิอาจารย์ระดับธรรมดา
                     วัตถุมงคลของท่านทุกองค์ จะมีผง 12 นักษัตรผสมอยู่ด้วย จึงมีอานุภาพในการคุ้มครองดวงชะตา    เมื่อแขวนไปเรื่อย ๆ  ก็จะทำให้ดวงดี คนเราเมื่อดวงดีแล้ว ทุกอย่างก็จะดีตาม  ทำให้การดำเนินชีวิตราบรื่น  หากติดขัดในเรื่องใดก็ขอให้ท่านช่วยได้  ลักษณะเช่นนี้เป็นความศักดิ์สิทธิ์เช่นเดียวกับวัตถุมงคลขององค์เทพ คือ  ขอปุ๊บได้ปั๊บ

                     ตลอดระยะเวลา 50 ปี ที่ผ่านมา วัตถุมงคลของท่านราคาไม่สูงมาก แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ศักดิ์สิทธิ์   หากเกิดจากการมองข้ามของนักสะสมพระที่ไม่ได้ศึกษาถึงแก่นแท้ของกรรมวิธีในการสร้างพระ และความสามารถในเรื่องวิชาอาคมของพระเกจิอาจารย์  ทำให้เล่นพระไปตามกระแสที่ปลุกปั่นกันขึ้นมา เฮไปทางโน้นที ทางนี้ที  ทำให้พระที่สร้างโดยพระเกจิอาจารย์ที่มีความเข้มขลังและสร้างตามกรรมวิธีโบราณที่ถูกต้อง  กลับเป็นพระที่ราคาถูกกว่าพระที่ปั้มจากโรงงาน   ยิ่งราคาไม่สูงก็ยิ่งคิดว่าไม่ศักดิ์สิทธิ์ เพราะไปยึดหลักการขายสินค้าที่มักกล่าวกันว่า ถูกและดี ไม่มีในโลก 
                      ณ เวลานี้ ผู้เขียนอยากจะบอกว่า ถูกและดียังมีในโลก ก็จะไม่บอกว่าถูกได้อย่างไรล่ะครับ   พระของหลวงปู่เทียนราคาหลักพันจนถึงหมื่นกว่าบาท  แต่อานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ไม่แพ้และอาจจะดีกว่าพระราคาหลักแสนหลักล้านด้วยซ้ำ  ที่ผู้เขียนกล้าพูดเช่นนี้ เพราะได้พบกับอภินิหารมาด้วยตัวเอง

                     ท้ายนี้  ผู้เขียนอยากเรียนว่า ชาวจังหวัดปทุมธานี เป็นผู้โชคดีที่เกิดมาในดินแดนอันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยดอกบัว ดอกไม้จากสวรรค์ เป็นสัญลักษณ์ของศาสนาพุทธ  และเป็นถิ่นกำเนิดของหลวงปูเทียน ปุบผธมฺโม  แห่งสำนักวัดโบสถ์  พระเกจิอาจารย์ผู้มีวิชาการสร้างวัตถุมงคลอันสุดยอด  วัตถุมงคลของท่านไม่เป็นสองรองใครในแผ่นดินนี้
โอกาสนี้ ผู้เขียนขอเชิญชวนท่านผู้มีจิตศรัทธา ไปร่วมงานทำบุญครบรอบ 50 ปีแห่งการมรณภาพของหลวงปู่เทียน ที่วัดโบสถ์จังหวัดปทุมธานี ในวันที่  18 กรกฎาคม 2559


 

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

Top