เกจิอาจารย์ / หลวงปู่เทียน วัดโบสถ์ จ.ปทุมธานี

วิชาอาคม การสร้างวัตถุมงคล บทวิเคราะห์

สุดยอดพระเกจิอาจารย์ผู้ทรงคุณวิเศษ

                         หลวงปู่เทียน วัดโบสถ์ จังหวัดปทุมธานี พระเกจิอาจารย์ยุคเก่าผู้มีวิชาอาคมเข้มขลัง มีวิทยาการทางด้านไสยศาสตร์ชั้นสูง มีญาณสมาธิแก่กล้า วัตถุมงคลที่ท่านสร้างจึงทรงคุณค่าสูงยิ่ง ผู้เขียนจึงขอนำเอาเกียรติประวัติของท่านมาเผยแพร่ในเว็บไซด์แห่งนี้ และขอขอบพระคุณ คุณจีรัชพัฒน์ หม่อมงาม หรือ เปีย ปู่เทียน ที่ได้เอื้อเฟื้อภาพและข้อมูลต่าง ๆ มา ณ โอกาสนี้


                                                                                                                  สุวัฒน์  เหมอังกูร
            
                                                                                                                    1 ธันวาคม 2559

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


                       ขอเริ่มต้นที่มูลเหตุจูงใจให้ผู้เขียนเข้ามาสนใจวัตถุมงคลของหลวงปู่เทียน วัดโบสถ์ จังหวัดปทุมธานี พระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาตั้งแต่ยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 
                  
                       ในปี พ.ศ. 2524 คุณพ่อของผู้เขียนมอบพระสมเด็จให้ 1 องค์ เป็นพระสมเด็จพิมพ์ 9 ชั้น เนื้อหาจัดมาก โดยท่านบอกว่าเป็นพระสมเด็จวัดเกศ แต่จากการศึกษาเรื่องพระมาแล้วทั้งการอ่านจากหนังสือพระและพูดคุยกับนักเล่นพระ ก็ทราบว่าวัดเกศไม่มีพระสมเด็จพิมพ์นี้ เมื่อสอบถามใครก็ไม่มีใครทราบว่าเป็นพระสมเด็จที่ไหน เพียงแต่ทุกคนบอกว่า เนื้อจัดมากยังกับวัดระฆังเลย ผู้เขียนเห็นว่าเป็นพระแท้จึงไปสั่งทำตลับพุก ซึ่งเป็นตลับแสตนเลสที่คนนิยมที่สุดในสมัยนั้น

                         เมื่อนำมาใช้แล้วก็รู้ว่าเป็นพระที่ศักดิ์สิทธิ์มากในเรื่องเมตตามหานิยม รู้สึกได้อย่างชัดเจน รวมทั้งเรื่องการงานก็สุดยอด จึงใช้ติดตัวอยู่ตลอด ต่อมาตกแตก ผู้เขียนจึงนำไปซ่อมและเก็บไว้ จากนั้นมาจึงไม่ได้ติดตามหารายละเอียดอีก

                         จนกระทั่งในปี 2556 ผู้เขียนได้นำพระสมเด็จองค์นี้ให้พี่ทวีสุข ปัญญาอรรถ เซียนพระอาวุโสดูและถามถึงที่มา พี่ทวีสุขบอกว่าเป็นพระหลวงปู่เทียน เขาเองก็มีและนำมาให้ผู้เขียนดู แต่เมื่อผู้เขียนนำมาเปรียบเทียบกับองค์ของผู้เขียนแล้ว จะเห็นว่ามีขนาดเล็กกว่าองค์ของผู้เขียนค่อนข้างมาก ผู้เขียนจึงไม่ได้ขอบูชา  แต่ต่อมาพี่ทวีสุขก็บอกว่าองค์ของผู้เขียนน่าจะเป็นพระสมเด็จกรุใต้ฐานหลวงพ่อโต วัดดอินทร  บางขุนพรหม วัดที่ในอดีตหลวงปู่ภูเคยจำพรรษาอยู่ และพระสมเด็จกรุนี้หลวงปู่เทียนได้นำไปถอดพิมพ์สร้าสงพระสมเด็จของท่านช่วงปี พ.ศ. 2480-2490 และเรียกกันมาตั้งแต่สมัยนั้นว่า พระสมเด็จ 9 ชั้น วัดเกศ


           DSCF0404.JPGDSCF0405.JPG

                                                 พระสมเด็จองค์ที่คุณพ่อผู้เขียนให้มา

        
           DSCF0408-(1).JPG

                                              เปรียบเทียบกับองค์ที่สร้างโดยหลวงปู่เทียน

                     สิ่งที่ทำให้ผู้เขียนตัดสินใจเข้ามาศึกษาประวัติและวัตถุมงคลของหลวงปู่เทียนก็คือ  ข้อมูลที่พี่ทวีสุขบอกกับผู้เขียนว่า หลวงปู่เทียนท่านสำเร็จการลบผง 12 นักษัตร ซึ่งวิชาการนี้ผู้เขียนไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่คำว่า 12 นักษัตร สร้างแรงกระตุ้นให้เกิดความสนใจขึ้นมาทันที ด้วยสิ่งนี้เกี่ยวข้องกับโหราศาสตร์ ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับวัตถุมงคลขององค์ท่านพ่อจตุคามรามเทพ

                     เมื่อได้ศึกษารายละเอียดต่าง ๆ ของหลวงปู่  ทั้งด้านประวัติ วัตรปฏิบัติ และการสร้างวัตถุมงคลของท่าน ทำให้ทราบว่าท่านคือพระเกจิอาจารย์ที่มีวัตรปฏิบัติที่งดงาม  มีญาณสมาธิชั้นสูง มีวิชาอาคมเข้มขลัง มีวิทยาการด้านการลบผงที่พิเศษ นั่นคือผง 12 นักษัตร ที่ยังไม่เคยมีพระเกจิอาจารย์องค์ใดทำมาก่อน  ด้วยเหตุนี้ผู้เขียนจึงมีความมั่นใจว่า วัตถุมงคลของท่านต้องมีอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์สูงอย่างแน่นอน และก็เป็นที่มาที่ทำให้ผู้เขียนต้องไปหาวัตถุมงคลของท่านมาใช้  ซึ่งไม่ทำให้ผิดหวัง

                     สำหรับประวัติของท่าน รายละเอียดและบทวิเคราะห์บางส่วน ทุกท่านสามารถติดตามได้ในบทความที่ลงในหนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก เมื่อวันที่ 10 กรกฏาคม 2559 ซึ่งผู้เขียนนำมาลงไว้ในเรื่องนี้แล้ว


มาที่บทวิเคราะห์กันครับ
  
                      เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า หลวงปู่เทียนคือพระเกจิชาวมอญ หลักเกณฑ์ของชาวมอญในการศึกษาวิชาอาคม คือต้องไปเรียนกับพระอาจารย์ที่เป็นชาวมอญเท่านั้น พระมอญจึงเป็นพระเกจิที่มีคาถาภาษามอญ นอกจากอักขระขอม จึงทำให้คาถาภาษามอญและยันต์มอญ สืบทอดต่อเนื่องมาอย่างไม่ขาดสาย
 
                      สิ่งที่ผู้เขียนอยากให้ทุกท่านพิจารณาคือ ต้นทางแห่งวิทยาการทางด้านวิชาอาคมของชาวมอญนั้น มีความเป็นมาอย่างไร  ทำไมถึงมีพระเกจิอาจารย์ชาวมอญที่มีอภินิหารในด้านอิทธิฤทธิ์มากมายหลายองค์  ทั้งนี้ความสามารถในการทำให้วัตถุมงคลให้ศักดิ์สิทธิ์และมีอานุภาพสูงในด้านต่าง ๆ ไม่ใช่แค่มีอำนาจพลังจิตสูงอย่างเดียว  แต่ต้องมีวิทยาการชั้นสูงให้ศึกษา  หรือต้องเก่งมาก ๆ ถึงขั้นสร้างวิชาการชั้นสูงขึ้นมาเองได้

                      การที่พระเกจิอาจารย์ชาวมอญมีความเก่งกล้าสามารถ ท่านผู้อ่านคงไม่แปลกใจนะครับถ้าผู้เขียนจะบอกว่า เพราะต้นตำรับวิชาอาคมต่าง ๆ คือสมเด็จพระพนรัตน วัดป่าแก้ว หรือพระนามเดิมคือ พระมหาเถรคันฉ่อง พระเถระที่พาชาวมอญอพยพตามสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เข้ามาพำนักในประเทศไทย

                       พระมหาเถรคันฉ่อง เป็นพระเถระชาวมอญที่มีความเชี่ยวชาญทั้งด้านวิปัสสนาธุระ และคันถะธุระ จนสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงแต่งตั้งสมณศักดิ์ให้เป็นพระราชาคณะถึงสมเด็จ  และที่สำคัญคือท่านมีความสามารถในด้านวิชาอาคมสูงมาก ท่านได้สร้างวัตถุมงคลที่มีอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ไว้จำนวนมาก รวมทั้งสร้างสรรค์ตำรับตำราไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษา ที่โดดเด่นและกล่าวขานกันมากก็คือ ตำราการสร้างพระกริ่ง 

                        การเดินทางเข้ามาของมหาเถรคันฉ่อง ต้องมีลูกศิษย์ลูกหาตามมาไม่น้อย และยังมีอพยพตามหลังมาเรื่อย ๆ ผู้ที่ไปบวชก็ต้องไปบวชกับท่าน เรียนวิชากับท่าน คัดลอกตำรับตำราของท่านไป ตลอดพระชนม์ชีพของท่านก็ต้องมีไม่น้อย และลูกศิษย์ก็จะไปถ่ายทอดต่อกระจาย
ออกไปเป็นร่างแห ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าองค์ใดจะรับได้ถึงระดับไหน ดังนั้นหลวงปู่เทียน ท่านก็เป็นพระเกจิอาจารย์องค์หนึ่งที่ได้รับวิชาอาคมต่าง ๆ มาจากต้นทางเดียวกันกับพระเกจิอาจารย์ชาวมอญองค์อื่น ๆ คือ จากสมเด็จพระพนรัตน วัดป่าแก้ว 

                        ก่อนเข้าเรื่องวัตถุมงคล ผู้เขียนขอวิเคราะห์อีกเรื่องหนึ่งครับ นั่นคือเรื่องของค่านิยมในวัตถุมงคลของท่านที่ปัจจุบันราคายังต่ำกว่าพระที่สร้างใหม่บางรุ่นของเกจิอาจารย์บางองค์ในยุคหลังจากท่าน  ในช่วงแรกผู้เขียนเองก็สงสัยว่าเพราะเหตุใด แต่เมื่อเข้ามาสัมผัสรายละเอียดของสถานะการณ์ก็พอเข้าใจได้ว่ามีสาเหตุมาจากหลายประการ

                         ประการแรก ความไม่มีหลักเกณฑ์ที่แน่นอนในการเก็บสะสมพระของท่าน มีการนำพระยุคหลังเข้ามาเหมาว่าเป็นพระของท่าน มีการสร้างขึ้นมาใหม่และเสียบเข้ามา เมื่อมีการซื้อขายกันออกไปว่าเป็นพระแท้ เป็นพระที่ทันท่าน พอมีปัญหาก็ต้องยืนยันว่าแท้แบบหัวชนฝา บางครั้งคนที่ได้พระมาไปถามเซียนคนหนึ่งบอกแท้ อีกคนบอกเก๊ ทำให้เกิดความสับสนอันเป็นสาเหตุที่คนไม่กล้าเข้ามาเล่น เมื่อผู้เขียนเข้ามาสนใจใหม่ ๆ มีเซียนพระท่านหนึ่งถามว่า พี่จะเข้าไปเล่นทำไมพระของหลวงปู่เทียนมีเก๊มากกว่าแท้ ผู้เขียนได้ตอบท่านไปว่า ถ้าอย่างนั้นคงต้องเลิกเล่นพระทุกอย่าง เพราะพระที่พอมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักก็จะมีเก๊มากมาย ยิ่งพระที่มีชื่อเสียงมากยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลยครับ ของเก๊มีอย่างมหาศาล ดูพระสมเด็จเป็นตัวอย่างนั่นแหละของเก๊มีมากขนาดนับกันไม่ถูกเลย

                          ประการที่สอง  ชาวบ้านในท้องถิ่นไม่ค่อยได้นำไปใช้เนื่องจากเสียดายพระของท่าน เพราะในสมัยท่านมีชีวิตอยู่ชาวบัานเคารพศรัทธาท่านมาก จึงพากันหวงแหนและวัตถุมงคลของท่านก็สร้างครั้งละไม่มากมายนัก ในการเก็บไว้บูชาภายในบ้านก็ยังเป็นสาเหตุให้เกิดการศูนย์หายจากน้ำท่วมครั้งใหญ่ ๆ หลายครั้ง ยิ่งทำให้ของลดน้อยลง การไม่นำไปใช้จึงทำให้ไม่ค่อยมีประสบการณ์ไปเล่าขานมากนัก แต่จะว่าไปแล้วก็มีประสบการณ์เล่ากันไม่น้อยเหมือนกัน เพียงแต่เป็นเรื่องของชาวบ้าน วงการภายนอกไม่รู้จึงไม่ได้มีการประชาสัมพันธ์

                           ประการที่สาม  เมื่อเวลาผ่านไปจนถึงในยุคหลัง ๆ นี้ คตินิยมในการเล่นพระก็จะเล่นกันตามกระแส ไม่ได้ศึกษาถึงข้อมูลที่ลึกซึ้งถึงที่มาแห่งวัตถุมงคลนั้น ๆ วัตถุมงคลของหลวง
ปู่เทียนซึ่งสร้างอย่างพิถีพิถันและมีความศักดิ์สิทธิ์ กลับถูกมองข้ามจนกระทั่งมีราคาถูกกว่าวัตถุมงคลที่สร้างอย่างไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไรมากจากโรงงาน

                            ประการที่สี่  การต่างคนต่างเล่นของคนในท้องถิ่น ซึ่งส่วนใหญ่ก็ได้แต่ฟังต่อ ๆ กันมา โดยไม่ได้สืบค้นข้อมูลและหาพยานหลักฐานจากต้นตอมาสนับสนุน ไม่ได้วิเคราะห์กลั่นกรองเพื่อหาจุดเชื่อมโยง ข้อมูลต่าง ๆ จึงไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เมื่อได้ฟังมาจากคนละสายก็เลยไปคนละทิศละทาง ประกอบกับเรื่องผลประโยชน์ความไม่รับผิดชอบและการไม่เปิดใจรับข้อมูลที่มีหลักฐานยืนยัน จึงทำให้เกิดความสับสนกับผู้เก็บสะสมและผู้ี่สนใจจะเข้ามาศึกษา  แต่เรื่องนี้คงไม่สร้างปมปัญหามากนักในอนาคต เพราะเมื่อมีคนเข้ามาสนใจมาก ๆ สถานะการณ์จะเป็นตัวกำหนดหลักเกณฑ์เอง 

                             สาเหตุทั้ง 4 ข้อนี้เป็นความเห็นของผู้เขียนเอง ซึ่งผู้เขียนพิจารณาจากอดีตที่ผ่านมา  ต่อไปก็คงจะค่อย ๆ คลี่คลายไปเอง เพราะเริ่มมีคนเข้ามาสนใจมากขึ้นและราคาวัตถุมงคลของท่านก็ขยับขึ้น ทำให้มีการแสวงหาข้อมูลเพื่อศึกษารายละเอียด ทำให้การเล่นมีหลักเกณฑ์มากขึ้น ต่อไปการเก็บสะสมวัตถุมงคลของท่านก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเพียงแค่ตั้งหลักและกำหนดขอบเขตให้แน่นอน

                             ในส่วนของประวัติส่วนตัวท่านและรายละเอียดเกี่ยวกับความสามารถในด้านต่าง ๆ  กรุณาติดตามได้ในบทความที่ลงในหนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก ที่ได้นำมาลงไว้ในคอลัมน์ถัดไปเรื่องหลวงปู่เทียน

  วัตถุมงคล 
                             วัตถุมงคลที่จะนำเสนอนี้ ผู้เขียนขอเรียนว่าจะเน้นไปที่พระเนื้อผงและเนื้อโลหะบางส่วน ในส่วนที่เป็นเครื่องรางของขลังคงต้องข้ามไปก่อน เนื่องจากผู้เขียนยังไม่ได้ศึกษาและไม่เคยเห็นของจริง ต่อไปถ้ามีข้อมูลที่แน่นอนก็จะนำมาเพิ่มเติม

             
ชุดเนื้อผง
                    
   ผู้เขียนขอเน้นย้ำนะครับว่าพระเนื้อผงของหลวงปู่เทียนนั้นมีกรรมวิธีการสร้างที่ยึดถือหลังเกณฑ์อย่างเคร่งครัดตามแบบอย่างของครูอาจารย์ยุคเก่าที่ผ่านการศึกษามาอย่างดีแล้ว ประกอบกับหลวงปู่เป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีความสามารถในด้านพลังจิตระดับสูง มีความสามารถความชำนาญในการลบผงวิเศษ 5 ประการ และที่สำคัญคือมีวิทยาการชั้นสูงที่ไม่มีใครมี นั่นคือการลบผง 12 นักษัตร และพระเนื้อผงของท่านที่สร้างทุกครั้งจะต้องมีผงทั้ง 2 อย่างนี้ผสมลงไปด้วย  พระผงของท่านจึงเป็นวัตถุมงคลที่มีอานุภาพศักดิ์สิทธิ์ไม่เป็นสองรองใคร  ผู้เขียนได้นำมาใช้แล้วพูดได้คำเดียวว่า สุดยอด

                               ในส่วนของพระเนื้อผงจะเป็นวัตถุมงคลที่มีปัญหามากที่สุดของหลวงปู่ เพราะในช่วงเวลาที่ผ่านมามีการทำปลอมมากที่สุด ประกอบกับมีการนำพระที่ทำในภายหลังแต่นำมากล่าวอ้างว่าทันหลวงปู่ นอกจากนี้ยังมีการนำวัตถุมงคลของพระเกจิอาจารย์อื่น ๆ ในยุคหลังเข้่ามาเป็นของหลวงปู่ ปรากฏการณ์เหล่านี้จึงทำให้เกิดความสับสน ผู้เขียนจึงอยากเสนอต่อผู้ที่สนจะเข้ามาเก็บสะสมใหม่ ๆ ว่า ต้องพิจารณา 3 องค์ประกอบควบคู่กันไปคือ 1. เนื้อหาขององค์พระ 2. พิมพ์ทรง  3. ข้อมูลรายละเอียดที่มีหลักฐานทั้งจากบันทึก และจากบุคคลที่รู้เห็นซึ่งยังอยู่ทันเล่าเรื่องหรือบอกต่อมายังลูกหลาน จากนั้นจึงกำหนดขอบเขตในการเสาะแสวงหาได้อย่างชัดเจน

                  สำหรับพระเนื้อผงผู้เขียนขอแบ่งตามลักษณะพิมพ์เป็น  3  กลุ่ม คือ

                        1. พิมพ์สมเด็จ
                        2. พิมพ์ปิดตา
                        3. พิมพ์อื่น ๆ

         1. พิมพ์สมเด็จ

                         พระสมเด็จเป็นพระที่โด่งดังมาตั้งแต่สมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ทำแจกชาวบ้านในช่วงบั้นปลายชีวิตของท่าน และเล่าขานสืบต่อกันมาจนกระทั่งถูกจัดให้เป็นจักรพรรดิ์พระเครื่องในยุคปัจจุบัน

                         ในช่วงเวลาที่หลวงปู่เทียนท่านเล่าเรียนวิชาอาคาจนแก่กล้า รวมทั้งสำเร็จวิชาลบผงวิเศษ 5 ประการและผง 12 นักษัตร ท่านจึงคิดที่จะสร้างพระสมเด็จขึ้นมาบ้างตามเรื่องเล่าในบทความของคุณเทพชู ทับทอง  เพราะฉะนั้นพระสมเด็จจึงเริ่มสร้างมาตั้งแต่ยุคแรก ๆ แต่ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าพระที่ท่านสร้างครั้งแรกคือพระพิมพ์สมเด็จ แต่เข้าใจว่าน่าจะมีพระพิมพ์อื่น ๆ มาก่อน ซึ่งจะกล่าวถึงในช่วงพระพิมพ์อื่น ๆ

                          สำหรับพระสมเด็จที่ท่านสร้างครั้งแรกต้องเป็นพระที่ถอดพิมพ์มาจากพระสมเด็จกรุวัดอินทร์ บางขุนพรหม สาเหตุที่ต้องถอดพิมพ์เนื่องมาจากยังไม่มีลูกศิษย์ที่แกะแม่พิมพิ์ได้ จึงใช้วิธีนำพระไปกดที่ดินเหนียว แล้วนำดินนั้นไปเผา ทำให้พิมพ์หดเล็กลงค่อนข้างมาก และแม่พิมพิ์ดังกล่าวก็ไม่มั่นคงแข็งแรงนัก จึงต้องกดเพื่อทำพิมพ์หลายครั้ง

                           สำหรับพระพิมพ์สมเด็จ ผู้เขียนจะแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ ก่อนและหลัง พ.ศ. 2500

        
 ก่อน พ.ศ. 2500

                           
พระสมเด็จที่สร้างก่อน พ. ศ. 2500 ผู้เขึยนขอจัดให้เป็นพระสมเด็จยุคต้น เพราะมีหลายพิมพ์ที่ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นพระที่สร้างใน พ.ศ. อะไร  มีเพียง 2 รุ่นเท่านั้นที่ทราบ พ.ศ.ที่สร้าง เพราะฉะนั้นหลายพิมพ์จึงต้องใช้การบอกว่าเป็นพระยุคต้น ตามที่ลูกศิษย์ของท่านบอกกล่าวไว้

                             
 สมเด็จพิมพ์บายศรี
            IMG_4213-(1).JPGIMG_4214-(1).JPG

            IMG_2192-(1).JPGIMG_2193-(1).JPG
            IMG_2194-(1).JPGIMG_4230-(1).JPG
          
                      
                             
                                 
สมเด็จ 9 ชั้นวัดเกศ

            IMG_4398.JPGIMG_4399.JPG

            IMG_4400.JPGIMG_4401.JPG

            IMG_4402.JPGIMG_4403.JPG

            IMG_4404.JPGIMG_4405.JPG

            IMG_4406.JPGIMG_4407.JPG

                           
                              สมเด็จ 7 ชั้นอกวี

            IMG_4396.JPGIMG_4397.JPG

               3. สมเด็จพิมพ์นักกล้าม

            IMG_4420-(1).JPGIMG_4421.JPG       

                 4. สมเด็จพิมพ์ตั่ง 3 ชั้น

             IMG_4493.JPGIMG_4494.JPG
                     



                           สมเด็จยุคปี พ.ศ. 2490

            IMG_4370.JPGIMG_4371.JPG
            IMG_4372-(1).JPGIMG_4373.JPG
            IMG_4374.JPGIMG_4375.JPG

            IMG_4376.JPGIMG_4377.JPG

            IMG_4410.JPGIMG_4411.JPG
            IMG_4412.JPGIMG_4413.JPG


                 
หลัง พ.ศ. 2500

                             สมเด็จปี พ.ศ. 2503

                                               พิมพ์ใหญ่
             IMG_4380.JPGIMG_4381.JPG


                                              พิมพ์กลาง
             IMG_4518.JPGIMG_4519.JPG


                                           พิมพ์เล็ก ( คะแนน )
             IMG_4384.JPGIMG_4385.JPG               
             IMG_4386-(1).JPGIMG_4387-(1).JPG

                                  

                                      พระสมเด็จยันต์ข้าง ฤ ฤๅ 
             IMG_4532.JPGIMG_4533.JPG
                   
   สมเด็จพิมพ์นี้ ตามข้อมูลบอกว่าอยู่ในช่วงปี พ.ศ. 2503-2504 ยันต์ข้างที่แกะ เป็นการแกะกลับหลัง 


                        
 สมเด็จปี พ.ศ. 2506

                                    
                                    พระสมเด็จ 3 ชั้น หลังรูปเหมือน
           IMG_4295.JPGIMG_4296.JPG


                                                สมเด็จ 9 ชั้นหลังเหรียญ

             IMG_4356.JPGIMG_4357.JPG


                                                 สมเด็จ 3 ชั้นหลังเหรียญ
             IMG_4287-(1).JPGIMG_4288.JPG


                                                           สมเด็จ 3 ชั้น
             IMG_4499.JPGIMG_4500.JPG


                                                       สมเด็จคะแนนจิ๋ว
             IMG_4520.JPGIMG_4521.JPG


                          สมเด็จปี พ.ศ. 2507

                                            
 พระสมเด็จเกศบัวตูม
               IMG_4334.JPGIMG_4335.JPG
               IMG_4336.JPGIMG_4337.JPG
               IMG_4338-(1).JPGIMG_4339.JPG
               IMG_4340.JPGIMG_4341.JPG
               IMG_4342.JPGIMG_4343.JPG
               IMG_4344-(1).JPGIMG_4345.JPG
               IMG_4346.JPGIMG_4347.JPG                 IMG_4348.JPGIMG_4349.JPG
               IMG_4350.JPGIMG_4351.JPG
               IMG_4352-(1).JPGIMG_4353.JPG                 IMG_4354.JPGIMG_4355.JPG


                                    สมเด็จหลังยันต์บวรธรรมกิจ
                IMG_4358.JPGIMG_4359.JPG


                                                         พระสมเด็จคะแนน
                IMG_4530.JPGIMG_4531.JPG



                             
สมเด็จปี พ.ศ. 2508

                                         สมเด็จหลังธรรมาสน์
                IMG_4299.JPGIMG_4300.JPG
                IMG_4301.JPGIMG_4302.JPG
                IMG_4303.JPGIMG_4304.JPG
                IMG_4305.JPGIMG_4306.JPG                IMG_4307.JPGIMG_4308.JPG
                IMG_4309.JPGIMG_4310.JPG


                                สมเด็จ 3 ชั้นหลังรูปเหมือน
                IMG_4289-(1).JPGIMG_4290.JPG
                IMG_4293-(1).JPGIMG_4294.JPG
                IMG_4528.JPGIMG_4529.JPG


                                                             สมเด็จ 3 ชั้น
                IMG_4382.JPGIMG_4383.JPG


                                
 สมเด็จปี พ.ศ. 2509

                                                สมเด็จพิมพ์ใหญ่ขนาดบูชา

                IMG_4297.JPGIMG_4298.JPG


                                                 สมเด็จหลังลายเซ็น
                IMG_4269.JPGIMG_4270.JPG

                                สมเด็จคะแนน
                IMG_4549.JPGIMG_4550.JPG


   
  พระสมเด็จหลวงปู่เทียนที่สร้างโดยวัดอื่น ๆ

               
  
1.   พระสมเด็จหลวงปู่เทียน ปี 2508  ออกที่วัดแจ้ง อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี

 ผู้เขียนขอแนะนำวัตถุมงคลของหลวงปู่เทียน ที่น่าใช้เป็นอย่างยิ่งเพราะมีประสบการณ์และมีพลังทางด้านความศักดิ์สิทธิ์เป็นที่ยอมรับของผู้มีสมาธิจิตชั้นสูง   ที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ   ราคายังไม่แพง   พระรุ่นนี้คือพระสมเด็จวัดแจ้ง  อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี

             ที่มาของพระรุ่นนี้ เกิดจากการที่หลวงปู่เทียนท่านจะทำพิธีปลุกเสกเหรียญรูปเหมือนของท่านพิมพ์รูปไข่  ที่ พล.ต.ต.เนื่อง  อาขุบุตร  สร้างถวายในวันเสาร์ 5 ปี 2508  ท่านอนุญาตให้ลูกศิษย์ใกล้ชิดทำวัตถุมงคลในนามของท่านมาเข้าพิธีได้  พระอาจารย์จิ๊ว เจ้าอาวาสวัดแจ้งซึ่งมีความใกล้ชิดกับหลวงปู่มากเรียกว่าเป็นลูกศิษย์มือขวาเลยก็ได้   และเป็นผู้ร่วมเดินทางไปในพิธีอุปสมบทของลูกหลานชาวบ้านเป็นประจำ  เพราะหลวงปูเทียนท่านเป็นพระอุปัชฌาย์  พระอาจารย์จิ๊ว  เป็นพระคู่สวด  ภายหลังท่านได้สมณศักดิ์ที่พระครูอรรถสุนทร และมีตำแหน่งเป็นเจ้าคณะตำบลสามโคก
                 เมื่อเห็นเป็นโอกาสดีเช่นนี้  พระอาจารย์จิ๊ว จึงขอผงอิทธิเจ และผง  12 นักษัตร  รวมทั้งตะกรุดจากหลวงปู่เทียนมาใช้ในการทำพระผงรุ่นนี้  โดยพระอาจารย์จิ๊วแกะแม่พิมพ์เองทั้งหมด  เพราะท่านเป็นช่างที่มีฝีมือในการแกะสลัก   ใบระกาที่ใช้ติดพระอุโบสถในวัดแจ้ง ท่านเป็นผู้แกะสลักทั้งหมด  ด้วยเหตุนี้ พระสมเด็จที่สร้างจึงมีหลายพิมพ์ เพราะต้องการทำให้ได้จำนวนที่มากพอ เพื่อให้ทันเวลาปลุกเสก   และบางพิมพ์ที่แกะมาแล้วไม่ถูกใจ พอพิมพ์ไปได้เล็กน้อยก็ยกเลิกและแกะเพิ่ม  พิมพ์ที่หมุนเวียนทั้งหมดแบ่งตามขนาดได้เป็น  4  ขนาดคือ
  1.  พิมพ์จัมโบ้  มี  5  พิมพ์
  • พิมพ์แขนหักศอกใหญ่ 
  •  พิมพ์แขนหักศอกเล็ก
  •  พิมพ์แขนกลม
  •  พิมพ์แขนตรง
  •  พิมพ์ก้างปลา  (  มีเพียงไม่กี่องค์  เนื่องจากเป็นพิมพ์ที่ไม่สวย จึงมีแค่พระตัวอย่าง )
  1.  พิมพ์สมเด็จทั่วไป  มี  3  พิมพ์
  •  พิมพ์ใหญ่ มี 2 บล็อก
  •  พิมพ์เล็ก  (  มีจำนวนค่อนข้างน้อย )
  1.  พิมพ์คะแนน มี 2 บล็อก
  2.  พิมพ์พิเศษแจกกรรมการ  มีขนาดใหญ่มากคือ  กว้าง  7.0 ซม.  สูง  9.7 ซม.  พิมพ์นี้สร้างจำนวนน้อย ประมาณ   50 องค์
               พระบางส่วนจำนวนไม่มากนักมีการบรรจุตะกรุดที่หลวงปู่ท่านจารให้มีทั้งแบบบรรจุ  1  ดอก  2 ดอก และ 3 ดอก 
จำนวนการสร้าง
           พิมพ์จัมโบ้และพิมพ์สมเด็จทั่วไป รวมกันประมาณ   3,000 องค์  
           พิมพ์คะแนน    ประมาณ  2,000  องค์
IMG_5470.JPG

        พระทั้งหมด นำเข้าปลุกเสกในพิธีเสาร์ 5     พ.ศ.2508 ในพระอุโบสถวัดโบสถ์พร้อมกับเหรียญ โดยหลวงปู่เทียนปลุกเสกเดี่ยว  เป็นเวลา  1  คืน    พระรุ่นนี้พระอาจารย์จิ๊วมีความหวงแหนมากจะแจกให้กับพวกลูกศิษย์และชาวบ้านในท้องถิ่นเท่านั้นและไม่เปิดให้บูชา  จากนั้นเก็บใส่ลังไม้ล็อกกุญแจอย่างดี  จนกระทั่งในช่วงเวลาก่อนที่พระอาจารย์จิ๊วจะมรณภาพในปี  2539 ท่านอาพาธหนัก  ท่านเจ้าคุณเลิศหรือพระธรรมศิริชัย  เจ้าอาวาสวัดอรุณราชวรารามซึ่งเป็นหลานแท้ๆ ของหลวงปู่เทียนและมีความสนิทสนมกับพระอาจารย์จิ๊ว ได้มานำเอาพระสมเด็จพิมพ์จัมโบ้ประมาณ 400-500 องค์ ไปออกให้ลูกศิษย์บูชาที่วัดอรุณ ฯ   แล้วนำปัจจัยมามอบให้พระอาจารย์จิ๊วเพื่อใช้เป็นค่ารักษาพยาบาล

           ภายหลังจากที่พระอาจารย์จิ๊วมรณภาพ  พระชุดนี้ก็ถูกนำออกมาแจกจ่ายกันในหมู่ลูกศิษย์และหลายครั้งที่มีการนำไปแจกในงานฌาปณกิจศพชาวบ้าน โดยไม่ได้บอกรายละเอียดที่มาของพระ  ผู้ที่รับไปจึงไม่ได้สนใจทำให้เมื่อพระกระจายออกไปจึงไม่มีใครรู้จัก เมื่อพบเห็นก็ไม่สนใจโดยหารู้ไม่ว่า นี่คือสุดยอดพระสมเด็จอีกรุ่นหนึ่งของหลวงปู่เทียน วัดโบสถ์ที่มีอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ไม่เป็นสองรองใคร

             จากการที่พระอาจารย์จิ๊วเก็บพระไว้เป็นอย่างดี ทำให้พระที่ออกมาอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์สวยงามเพราะไม่มีการสัมผัส จึงดูเหมือนใหม่ แต่ความแห้งและเนื้อหาเป็นตัวบ่งบอกว่ามีธรรมชาติและอายุความเก่าได้เป็นอย่างดี 
            ถึงแม้ว่าพระชุดนี้  จะไม่ได้ออกที่วัดโบสถ์  แต่ก็มีศักดิ์ศรีทัดเทียมกับพระที่ออกในนามวัดโบสถ์ เพราะผงที่นำมาผสม รวมทั้งตะกรุดที่นำมาใส่ก็เป็นของที่หลวงปู่เทียนท่านทำให้ และยังปลุกเสกเดี่ยวพร้อมกับพระของวัดโบสถ์ 
              
             ภายหลังจากที่ทำพระเสร็จแล้วพระอาจารย์จิ๊วยังได้เก็บผงของหลวงปู่เทียนกับตะกรุดที่เหลือไว้เป็นอย่างดี แต่หลังจากที่ท่านมรณะภาพของทั้งสองอย่างก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย ลูกศิษย์ต่างก็พากันถาหากันอยู่ไปมา


              มีข้อมูลพิเศษที่ผู้เขียนขอเพิ่มเติมคือ

                           ภายหลังจากที่หลวงปู่เทียนท่านมรณภาพ 2 ปี คือ ปี พ.ศ. 2511 ได้มีพิธีพระราชทานเพลิงศพของท่าน ทางพระอาจารย์จิ๊วได้รับพระอัฐิของหลวงปู่เทียนมาจำนวนหนึ่ง ท่านจึงนำมาบดพร้อมกับจีวรของหลวงปู่  บดจนละเอียดมากจนเป็นฝุ่นและนำมาผสมกับผงของหลวงปู่ พิมพ์พระขึ้นมาจำนวนหนึ่ง โดยใช้แม่พิพพ์จัมโบ้พิมพ์แขนหักศอกใหญ่  จำนวนที่สร้างก็คือ หลักสิบองค์  เป็นพระที่มีเนื้อหาแตกต่างจากรุ่นแรกคือเป็นเนื้อที่ละเอียดมากและมีลักษณะใสเหมือนเนื้อพระที่เรานิยมเรียกกันว่าเนื้อเกสร ทำให้แบ่งแยกออกจากรุ่นแรกได้อย่างชัดเจน และต้องถือว่าเป็นพระที่มีชนวนมวลสารที่สุดยอด มีความหมายถึงตัวหลวงปู่เทียนอย่างชัดเจน

IMG_5444.JPGIMG_5445.JPG




                    2.    พระสมเด็จวัดมะขาม

                           เป็นพระที่หลวงปู่เทียนอนุญาตให้สร้าง    พระสมเด็จวัดมะขามนอกจากจะมีผงวิเศษของหลวงปู่เทียนแล้ว ยังมีผงแตกหักของพระสมเด็จบางขุนพรหมหรือกรุวัดใหม่อมตรสผสมลงไปจำนวนมาก เนื่องจากมีหลวงตาที่วัดมะขามเป็นสหธรรมิกกับเจ้าอาวาสวัดใหม่อมตรส จึงได้พระสมเด็จแตกหักมา 1 กระสอบ (ที่บอกเล่ากันว่า 1 กระสอบ  ผู้เขียนคิดว่าคงเป็นขนาดถุงปุ๋ยใหญ่ ๆ มากกว่า ) พระสมเด็จชุดนี้ได้เข้าพิธีปลุกเสกพร้อมเหรียญรูปไข่ที่สร้างโดย พลตำรวจตรีเนื่อง อาขุบุตร ในวันเสาร์ห้า เมื่อปี 2508


IMG_4408-(1).JPGIMG_4409-(1).JPG

IMG_4422-(1).JPGIMG_4423-(1).JPG


       พระปิดตา

              
พระปิดตาเนื้อผงของหลวงปู่เทียนก็เป็นพระอีกแบบหนึ่งที่มีปัญหาค่อนข้างมาก เพราะเมื่อเวลาผ่านมาก็เกิดมีพิมพ์เพิ่มขึ้นมาจากเดิมอีกหลายพิมพ์ สำหรับผู้เขียนเองขอยึดถือเอาพิมพ์มาตรฐานเป็นหลัก ดังนี้ 

                 
                       
พระปิดตายุคต้น

                                    
 พิมพ์เม็ดกะบก
                      
                               IMG_4230-(2).JPG

                      พระพิมพ์นี้มีขนาดเล็กมาก เล็กขนาดที่เขาเรียกกันว่าพระตกหาย นอกจากจำนวนสร้างน้อยมากแล้วยังสูญหายง่าย เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้าจึงทำให้พบเห็นได้ยาก นอกจากนี้พิมพ์ยังคล้ายพระปิดตาท่านอาจารย์เปิง วัดชินวราราม บางครั้งจึงมีการนำไปขายเป็นพระปิดตาของอาจารย์เปิงด้วย


                      
 พระปิดตานกกระจิบ

                                      เป็นพระปิดตาลอยองค์เนื้อผง สร้างขึ้นเมื่อปิ 2506 จำนวน 500 องค์ ทุกองค์ฝังตะกรุดสาริกา 1 คู่ที่ใต้ฐาน ตามมาตรฐานที่เล่นหากันมาแต่เดิมมี 3 ลักษณะ คือ


                       แบบขัดสมาธิราบ  แบ่งออกเป็นหลายพิมพ์

                                 พิมพ์ที่ 1
               IMG_4221.JPGIMG_4222.JPG


                                 พิมพ์ที่ 2

                IMG_4231.JPGIMG_4232.JPG                IMG_4233.JPG
                IMG_4234-(1).JPGIMG_4235.JPG
                IMG_4236.JPG
                IMG_4237.JPGIMG_4238.JPG
                IMG_4239.JPG

                             
                                                 พิมพ์ที่ 3

                IMG_4251-(1).JPGIMG_4252.JPG


                  
 แบบขัดสมาธิเพชร

               IMG_4240.JPGIMG_4241.JPG
                IMG_4242-(1).JPGIMG_4243.JPG


                          
 
                                  แบบขัดสมาธิเพชรมือไขว้

               IMG_4327.JPGIMG_4328.JPG
              IMG_4331-(1).JPGIMG_4332.JPG
              IMG_4333.JPG

                         
                       พระปิดตาพิมพ์ครึ่งซีก

              IMG_4227.JPGIMG_4228.JPG
               IMG_4553.JPGIMG_4554.JPG
              
             
พระปิดตา 2 องค์นี้เป็นพระที่สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2509 เนื่องจากด้านหลังประทับด้วยตัวอักษรตัวเดียวกับที่ประทับบนตะกรุดตะกั่วที่สร้างขี้นในพิธีโพธิ์กาศใน ปี พ.ศ. 2509 โดยองค์เนื้อผงขาวประทับคำว่า วัดโบสถ์ องค์เนื้อว่านสบู่เลือดประทับคำว่า หลวงปู่เทียน ซึ่งทั้งสองคำนี้อยู่บนตะกรุดทั้งคู่


                  พระเนื้อผงพิมพ์อื่น ๆ

                                   
พระเนื้อผงพิมพ์นอกเหนือจากพิมพ์สมเด็จและพิมพ์ปิดตา ส่วนใหญ่จะเป็นพระที่ถอดพิมพ์มาจากพระกรุต่าง ๆ บางพิมพ์ทำในยุคแรกก่อนพระสมเด็จก็มี เช่น พระขุนแผนไข่ผ่าซีก

                    
พิมพ์ขุนแผนไข่ผ่าซีก
                IMG_4360.JPGIMG_4361.JPG                    พระขุนแผนองค์นี้เป็นพระที่สร้างในยุคเริ่มต้นของการสร้างพระเนื้อผงของหลวงปู่ 

                   พิมพ์ขุนแผนห้าเหลี่ยมสามปุ่ม
              IMG_4362.JPGIMG_4363.JPG
                         
  องค์นี้อยู่ในช่วงยุคกลาง ๆ สร้างโดยการแกะพิมพ์ขึ้นมาใหม่
                      

                      พิมพ์ขุนแผนทรงพล
              IMG_4364.JPGIMG_4365.JPG

                             องค์นี้สร้างในปี พ.ศ. 2506 เพราะมีการฝังตะกรุดสาริกาคู่ซึ่งเริ่มมีการฝังในปี พ.ศ. 2506  ส่วนการฝังตะกรุดเดี่ยวจะมีการฝังมาบ้างในช่วงก่อนและไม่ใช่ตะกรุดสาริกา


                       พระพิมพ์นางพญาแบบต่าง ๆ


                IMG_4368.JPGIMG_4369.JPG
                          องค์นี้เป็นพิมพ์ข้างเม็ดที่แกะพิมพ์ขึ้นใหม่ มีทั้งฝังตะกรุดสาริกาคู่และไม่ฝัง

                IMG_4447.JPGIMG_4448.JPG

                IMG_4449.JPGIMG_4450.JPG

                IMG_4455.JPGIMG_4456.JPG
                IMG_4453.JPGIMG_4454.JPG
                IMG_4461.JPGIMG_4462.JPG               IMG_4470.JPGIMG_4471.JPG                       IMG_4472.JPG

                                          พิมพ์นางพิมพา