นานาสาระ / หลวงปู่ทวดรุ่นจอมพลสฤษดิ์

หลวงปู่ทวดรุ่นจอมพลสฤษดิ์

วัตถุมงคลชั้นเยี่ยมที่ถูกมองข้าม

                                พระหลวงปู่ทวดเนื้อว่าน รุ่นจอมพลสฤษดิ์

                                                                               
โดย สุวัฒน์  เหมอังกูร



           พระหลวงปู่ทวดเนื้อว่านรุ่นจอมพลสฤษดิ์  สร้างในปี พ.ศ.2502  โดยท่านอาจารย์ทิม วัดช้างไห้  เป็นพระที่ถูกมองข้ามและเกือบจะถูกลืมไปแล้ว   เพราะที่ผ่านมาจะมีทั้งคนที่เชื่อและไม่เชื่อว่ามีจริง 
            ผู้เขียนจึงขอนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับพระหลวงปู่ทวดเนื้อว่านรุ่นนี้เพื่อให้ผู้อ่านทราบความเป็นมาและนำมาพิจารณาด้วยเห็นว่าเป็นข้อมูลที่มีน้ำหนัก   ตามที่ผู้เขียนได้รับทราบมาโดยแบ่งออกเป็น 3 หัวข้อดังนี้
                      1.  ขอเริ่มต้นจากข้อมูลของคุณเล็ก หาดใหญ่ หรือคุณจักรพันธ์  รุจิราลัย นักพระเครื่องสายตรงหลวงปู่ทวด  และเปิดศูนย์พระเครื่องที่จักรวาลพระบางลำพู  อยู่ตรงข้ามโรงแรมเวียงใต้ ผู้เขียนเป็นลูกค้าคุณเล็กตั้งแต่ปี 2529 ได้บูชาพระหลวงปู่ทวดมากมายหลายรุ่น  สมัยนั้นบูชาเหรียญหลวงปู่ทวดรุ่นเลื่อนสมณศักดิ์ปี 2508  เนื้ออัลปาก้าในราคาเหรียญละ 300 บาท

                      ต่อมาในปี พ.ศ.2531  คุณเล็กได้นำพระหลวงปู่ทวดเนื้อว่านมาให้ดูแล้วบอกว่านี่คือพระหลวงปู่ทวดที่ผมตามหามาหลายปีแล้ว  เพราะเมื่อสมัยที่อยู่หาดใหญ่ไปพบนายทหารท่านหนึ่งนำพระหลวงปู่ทวดรุ่นนี้มาเลี่ยมที่แผงเลี่ยมพระ  คุณเล็กจึงถามว่า นี่เป็นพระหลวงปู่ทวดรุ่นไหน ผมไม่เคยเห็นเลย   นายทหารท่านนั้นจึงบอกว่าเป็นพระที่ได้รับมากับมือจากท่านจอมพลสฤษดิ์  ธนะรัชต์   ท่านจอมพลบอกว่าหลวงปู่ทิมวัดช้างไห้ ท่านสร้างให้   คุณเล็กซึ่งเคยได้ยินเรื่องนี้มาเหมือนกันจึงขอเช่า  แต่นายทหารท่านนั้นไม่ยอมปล่อย  ไม่ว่าคุณเล็กจะอ้อนวอนอย่างไรก็ไม่ขาย   โดยให้เหตุผลว่าเป็นของที่ได้มาฟรี และรับจากมือเจ้านาย   ที่สำคัญคือพุทธคุณทางด้านเมตตามหานิยม ยอดเยี่ยมมาก

                       คุณเล็กบอกว่าเพิ่งมีคนมาไปพบแหล่งที่เก็บไว้หลายองค์  จึงทยอยไปขอแบ่งออกมา  จะได้พระที่ไม่ค่อยสวย แต่ก็มีคนไปขอบูชากันหลายคนรวมทั้งผู้เขียน  ซึ่งทุกคนพิจารณาแล้วพูดตรงกันว่า  เมื่อพิจารณาจากเนื้อพระแล้วไม่ใช่พระเก๊แน่นอน  เพราะมีเนื้อหาสาระและพิมพ์ที่สร้างเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญคือมีธรรมชาติและความเก่าสมกับอายุของพระ   ด้วยเหตุนี้ พวกเราจึงเชื่อคำบอกเล่าของคุณเล็กว่าหลวงปู่ทวดรุ่นนี้คือรุ่นจอมพลสฤษดิ์   อย่างไรก็ตาม  ต้องมีข้อมูลมาสนับสนุนเพื่อให้มีน้ำหนักมากขึ้น  ต่อมาไม่กี่วัน ผู้เขียนไปที่ร้านคุณเล็ก  และได้พบเฮียอ้วนหรือคุณวิชัย เล็กสมบูรณ์   ซึ่งทำงานในจักรวาลพระบางลำพู  และตั้งตู้เล็ก ๆ จำหน่ายพระด้วย  ผมเคยเจอและรู้จักกับเฮียอ้วนมาก่อน  คุณเล็กรีบบอกว่า  เอ้า! คุณสุวัฒน์  เจอเฮียอ้วนพอดี  ถามเฮียอ้วนเลยว่า หลวงปู่ทวดรุ่นจอมพลสฤษดิ์ มีไหม    เฮียอ้วนจึงเล่าว่า   ตัวเองเคยอยู่กับท่านอาจารย์ทิมตั้งแต่สมัยหนุ่ม  ๆ    มีโอกาสได้ร่วมกดพิมพ์พระรุ่นนี้ด้วย  ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านมาเกือบ 30 ปีแล้วก็ยังจำได้  ช่วงเวลาที่เฮียอ้วนเล่านั้น  เฮียอ้วนอายุประมาณเกือบ 60 ปี   หลายคนต่างทราบว่าเฮียอ้วนเคยอยู่กับอาจารย์ทิมวัดช้างไห้   เรื่องนี้ผู้เขียนพิจารณาเห็นว่าเป็นเรื่องจริง   เพราะเฮียอ้วนไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสีย   ขณะนั้นเฮียอ้วนก็ไม่ได้มีพระรุ่นนี้แม้แต่องค์เดียว  ประกอบกับเฮียอ้วนเป็นผู้เคารพศรัทธาทั้งหลวงปู่ทวดและท่านอาจารย์ทิม  จึงไม่มีเหตุผลที่จะสร้างเรื่องขึ้นมา
                   2.   เป็นข้อมูลจากพี่ทวีสุข  ปัญญาอรรถ   ต้องขอแนะนำพี่เขาก่อนนะครับ  พี่ทวีสุข ทำงานอยู่ที่  สำนักงานการปฏิรูปเพื่อการเกษตร ( สปก.)  ตำแหน่งสุดท้ายคือ ผู้อำนวยการหน่วยงานใน สปก.   สำนักงานตั้งอยู่ที่บ้านของท่านจอมพลสฤษดิ์   ธนะรัชต์  โดยส่วนตัวพี่ทวีสุขมีความศรัทธาในบารมีของท่านจอมพลอยู่แล้ว  รูปภาพภายในบ้านที่คนทำความสะอาดสถานที่จะนำไปทิ้ง  พี่เขาก็เก็บไว้หลายรูป  ยังนำมามอบให้ผู้เขียน 2 รูป    ผู้เขียนได้รู้จักกับพี่ทวีสุขโดยการแนะนำจาก คุณเล็ก หาดใหญ่  ให้สอบถามเรื่องหลวงปู่ทวดรุ่นจอมพลสฤษดิ์   พี่ทวีสุขก็ไปบูชาจากคุณเล็ก เช่นกัน   พี่ทวีสุขเล่าให้ฟังว่าทุกปีจะเข้าไปกราบสวัสดีปีใหม่และขอพรจากท่านผู้หญิงวิจิตรา  ธนะรัชต์  ภริยาท่านจอมพล หลังจากได้ทราบเรื่องและบูชาพระหลวงปู่ทวดจากคุณเล็ก  จึงนำเรื่องนี้ไปสอบถามท่านผู้หญิง  ก็ได้รับคำตอบว่ามีจริง  ตอนท่านจอมพลไปตรวจราชการภาคใต้  ได้ไปกราบหลวงปู่ทวดวัดช้างไห้  และขอพระหลวงปู่ทวดเนื้อว่านรุ่นแรก  แต่ท่านอาจารย์ทิมบอกว่าหมดแล้ว  แต่ท่านได้มอบหลวงปู่ทวดที่สร้างขึ้นมาใหม่ให้มา 2 ถุง ท่านผู้หญิงบอกว่าท่านจอมพลหวงมาก
 
                    ข้อมูลเรื่องที่ 2  ของพี่ทวีสุข   เริ่มตั้งแต่ตอนที่ไปบูชาพระหลวงปู่ทวดรุ่นจอมพลสฤษดิ์ จากคุณเล็ก หาดใหญ่  ก็รีบนำไปเลี่ยมทองทันทีและใส่มาตั้งแต่วันนั้น  เวลาผ่านไป 2 – 3 ปี  มีเพื่อนถามว่า  พระหลวงปู่ทวดที่แขวนน่ะ  เคยขออะไรท่านบ้างหรือเปล่า  พี่เขาบอกว่าไม่เคย  เพื่อนจึงบอกว่าลองขอดูสิ  หลวงปู่ทวดเป็นพระที่ขอได้นะ   พี่ทวีสุขจึงอธิษฐานขอแบบที่ไม่เคยขอมากขนาดนี้มาก่อน  คือขอให้ได้เงินเป็นแสน  เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่งก็มีคนมาขอให้พี่ทวีสุขขายที่ให้  เขาคิดราคา 3 แสน  พี่เขาไปบอกขายรายแรกราคา 5 แสน ก็ตกลงซื้อโดยไม่ต่อราคาเลย  เจ้าของที่บอกผมรักษาคำพูด  ผมต้องการ 3 แสน  ที่เกินพี่เอาไปเลย  หลังจากได้เงินมา  พอมีโอกาส พี่ทวีสุขจึงเดินทางไปวัดช้างไห้  เพื่อไปจุดประทัดถวายหลวงปู่ทวด  ช่วงนั้นคือปี 2537  หลังจากจุดประทัดและทำบุญที่วัดช้างไห้เสร็จ  ก็เดินทางไปกราบท่านอาจารย์นอง วัดทรายขาว  และได้จองพระบูชาหลวงปู่ทวดเนื้อนวโลหะรุ่นสร้างวิหาร  ขณะเดียวกันก็ถือโอกาสสอบถามท่านอาจารย์นองว่า พระหลวงปู่ทวดเนื้อว่านรุ่นจอมพลสฤษดิ์มีสร้างไหมครับ  ท่านตอบว่า  มีสิ !  ความจริงรุ่นนี้ท่านอาจารย์ทิมตั้งใจจะสร้างให้ฉัน  แต่พอจอมพลสฤษดิ์มาท่านจึงมอบรุ่นนี้ให้ไปก่อน  ต่อมาจึงสร้างรุ่นพินัยกรรมเพื่อที่จะให้ฉันแทน  สำหรับรายละเอียดข้อมูลนี้  ผู้เขียนพิจารณาเห็นว่าเป็นข้อมูลที่มีน้ำหนักมากที่สุด  และเชื่อโดยสนิทใจว่าเป็นเรื่องจริงแน่นอน   เพราะผู้บอกกล่าวคือท่านอาจารย์นอง   ส่วนเรื่องพระรุ่นพินัยกรรม  ผู้เขียนเคยได้ยินหลายคนบอกกับผู้เขียนว่า  ได้สอบถามรายละเอียดพระรุ่นนี้กับท่านอาจารย์นอง  ท่านบอกว่า  อาจารย์ทิมจะสร้างให้ท่าน แต่ท่านไม่รับ  บอกให้เก็บไว้เป็นของวัดช้างไห้  จนกระทั่งอาจารย์ทิมจะมรณภาพ  จึงสั่งเสียให้มอบพระรุ่นนี้ให้ท่านเจ้าคุณวัดนาประดู่  อันเป็นที่มาของรุ่นชื่อ พินัยกรรม
  
                    ข้อมูลเรื่องที่ 3  จากพี่ทวีสุข   เล่าให้ฟังว่า  รู้จักกับคุณวิรัตน์  ภู่นพคุณ  ซึ่งมีศูนย์จำหน่ายพระเครื่องบนพันธ์ทิพย์ งามวงศ์วาน  เล่าให้ฟังว่า คุณพ่อของเขาเป็นช่างก่อสร้าง มีโอกาสได้เข้าไปซ่อมแซมบ้านให้กับท่านผู้หญิงวิจิตรา เป็นประจำ  และท่านได้มอบพระหลวงปู่ทวดให้มาหลายครั้ง  เป็นพระที่เหมือนกับพระหลวงปู่ทวดของพี่นี่แหละ  ตอนหลังนี่ผมปล่อยไปหมดแล้ว

                   3.   เป็นข้อมูลที่เขียนโดยคุณทวน  ทุ่งครุ    ลงในนิตยสาร พระเครื่อง สนามพระ  ฉบับที่  21  ประจำวันที่  1 – 10 กรกฎาคม 2533  ขอนำมาลงให้อ่านทั้งต้นฉบับเดิมเลยครับ


IMG_6786.JPG
IMG_6787.JPG
 IMG_6788.JPGIMG_6789.JPG              

                        จากข้อมูลทั้ง 3 ข้อที่ผู้เขียนเสนอมาข้างต้น  ในหัวข้อที่  3 จะมีรายละเอียดค่อนข้างมาก  นั่นคงเกิดจากการค้นคว้าสอบถามของคุณทวน ทุ่งครุ  ในบางจุดอาจจะมีความแตกต่างจากข้อมูลทางอื่นบ้าง แต่โดยรวมแล้วสรุปได้คือ  มีรุ่นนี้จริง
 
                   กรณีที่พระรุ่นนี้ไม่แพร่หลายเป็นที่รู้จักโดยทั่วไป  ผู้เขียนมีความเห็นว่าพระที่สร้างขึ้นได้มอบให้กับท่านจอมพลสฤษดิ์ทั้งหมด  และเมื่อท่านนำกลับมาก็หวง  มีการแจกไปเฉพาะนายทหารชั้นผู้ใหญ่  ทำให้แพร่กระจายไม่มาก  เวลาผ่านไปเพียงแค่สี่ปีท่านก็ถึงแก่อสัญกรรม รายละเอียดที่อยู่กับตัวท่านก็สูญหายไปโดยปริยาย  เมื่อมีการโยกย้ายที่อยู่ของท่านผู้หญิงวิจิตรา ท่านอาจดูแลไม่ทั่วถึง  คงต้องถูกหยิบฉวยออกไปครั้งละหลายองค์  และเหลือส่วนหนึ่งอยู่ที่ท่านผู้หญิง  ลักษณะนี้ก็ยังเป็นการกระจุกอยู่  เมื่อเวลาผ่านไปพระหลุดออกมายังภายนอกก็ถูกตีเก๊บ้างไม่ทราบที่มาบ้าง  ก็คงมีการทิ้งออกไปบ้าง  บางทีก็เก็บรวม ๆ อยู่กับพระที่ไม่มีราคา นอกจากนี้ ในช่วงที่คุณเล็ก หาดใหญ่ นำมาเผยแพร่และมีการเขียนบทความออกในนิตยสารพระเครื่องของคุณทวน  ทุ่งครุ  จึงมีกลุ่มผู้ศรัทธาชาวมาเลเซีย  สิงคโปร์  เข้ามาเช่าหาและนำออกไปจำนวนหนึ่ง   ด้วยเหตุผลดังที่กล่าวมา  พระที่มีน้อยอยู่แล้วก็ยิ่งเหลือน้อยและไม่แพร่หลาย  จึงเป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง  ยังดีที่มีข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้มายืนยันและมีเนื้อหาที่เป็นพระเก่าอย่างแน่นอน  ผู้ที่นำไปใช้ก็มีประสบการณ์มาก  จึงยังมีผู้ที่สนใจเสาะหานำไปใช้อยู่บ้าง

                     สำหรับเรื่องที่ท่านจอมพลสฤษดิ์ มอบพระหลวงปู่ทวดให้ท่านนายพลเดอร์โกล ประธานาธิบดีฝรั่ง  ตามข้อมูลที่คุณทวน ทุ่งครุกล่าวถึงนั้น  เรื่องนี้ผู้เขียนเคยได้ยินได้ฟังและเคยอ่านจากหนังสืออื่น ๆ มาก่อน  แต่ตอนนั้นทุกคนเข้าใจว่าเป็นพระหลวงปู่ทวดเนื้อว่านปี 97 ต่อเมื่อได้ทราบว่ามีพระหลวงปู่ทวดเนื้อว่านรุ่นจอมพลสฤษดิ์  ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ต้องเป็นรุ่นนี้แน่ ๆ เพราะในปี พ.ศ.2497 ที่สร้างหลวงปู่ทวดเนื้อว่านรุ่นแรกนั้น  ท่านจอมพลสฤษดิ์  ธนะรัชต์ยังเพิ่งขึ้นดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก และวุ่นวายอยู่กับราชการคงไม่มีโอกาสที่จะมีพระหลวงปู่ทวดจำนวนมากมาแจก นอกจากนี้นายพลเดอร์โกล ได้เป็นประธานาธิบดี เมื่อ พ.ศ. 2502  ดังนั้นประวัติที่แน่ชัดคือการลงไปตรวจราชการภาคใต้ตอนที่ท่านดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว และได้พระหลวงปู่ทวดเนื้อว่านที่เป็นรุ่นเฉพาะของท่าน  อย่างไรก็ตาม  เรื่องเกี่ยวกับนายพลเดอร์โกล  เป็นเรื่องที่ไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจน  และหลายท่านคงสงสัยว่า  นายพลเดอร์โกล ท่านเป็นชาวคริสต์  จะมานับถือพระและใช้วัตถุมงคล เป็นเรื่องที่ไม่น่ามีเหตุผล  แต่ว่าเรื่องของผู้นำต่างประเทศที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับพระเครื่องก็มี  อย่างเช่นกรณีประธานาธิบดี ชุนดูฮวาน   ของเกาหลี  ที่ได้รับมอบพระผงสี่เหลี่ยมพิมพ์พระพุทธของหลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี ท่านได้พกพระองค์นี้อยู่ในกระเป๋าเสื้อและไปรอดจากการวางระเบิดที่ประเทศพม่า  จนเป็นที่มาของพระผงนี้ว่า พระผงรุ่นชุนดูฮวาน   เรื่องนายพลเดอร์โกล  ก็คงต้องอยู่ในวิจารณญาณของท่านผู้อ่านว่าจะเป็นข้อมูลเรื่องหนึ่งหรือไม่

                จากข้อมูลตามที่ได้นำเสนอมาทั้งหมด  โดยส่วนตัวผู้เขียนคิดว่าเป็นข้อมูลที่มีน้ำหนักมากพอที่จะสรุปได้ว่า  พระหลวงปู่ทวดเนื้อว่านรุ่นจอมพลสฤษดิ์   มีจริง  ผู้เขียนจึงนำมาเสนอต่อท่านผู้อ่านเผื่อท่านพบเจอจะได้ไม่มองข้ามพระที่มีประสบการณ์ความศักดิ์สิทธิ์ไปอย่างน่าเสียดาย

                รายละเอียดเรื่องพิมพ์
                     

                                พระรุ่นนี้ได้มีการแกะพิมพ์ขึ้นมาใหม่จำนวน 2 พิมพ์ คือพิมพ์ใหญ่และพิมพ์พระรอด ตามข้อมูลของคุณทวน ทุ่งครุ ผู้แกะพิมพ์คือ คุณสุวิทย์ คณานุรักษ์ นอกจากนี้ยังมีบางส่วนที่ลูกศิษย์นำเอาแม่พิมพ์เดิมของวัดมากดด้วย ดังนั้น  ทั้งหมดจึงมี 3 พิมพ์ คือ

                               1. พิมพ์ใหญ่ แบ่งเป็น 2 พิมพ์ คือ

                                       -พิมพ์แกะใหม่
                                       -พิมพ์เดิมของวัดช้างให้
                         
                               2. พิมพ์พระรอด

                  ส่วนด้านหลังมีการประทับตราเป็นอักษรย่อว่า  ว.ร. ซึ่งหมายถึง วัดราษฏร์บูรณะ อันเป็นชื่ออย่างเป็นทางการของวัดช้างให้ การใช้ชื่อนี้เนื่องมาจากเป็นการทำให้กับนายกรัฐมนตรี จึงใช้ชื่อวัดอย่างเป็นทางการ แต่เนื่องจากอยู่ในภาวะเร่งรีบจึงมีการประทับตราบ้างไม่ประทับบ้าง

                              
                                


IMG_6908-(1).JPGIMG_6909.JPG
                           
                                                พิมพ์ใหญ่แกะแม่พิมพ์ใหม่

IMG_6910.JPGIMG_6911.JPG

                                               พิมพ์ใหญ่แกะแม่พิมพ์ใหม่


IMG_7441.JPGIMG_7442.JPG

                                            พิมพ์ใหญ่ที่ใช้พิมพ์เดิมของวัด



IMG_7449.JPGIMG_7450.JPG

                                        พิมพ์ใหญ่แม่พิมพ์ใหม่ ด้านหลังประทับตรา

IMG_7447.JPGIMG_7448.JPG

                                 พิมพ์ใหญ่แม่พิมพ์เดิม ด้านหลังประทับตรา


IMG_6914.JPGIMG_6913.JPG

                                                   พิมพ์พระรอด


IMG_7455.JPG

                    ภาพนี้เป็นพระหักที่เห็นเนื้อใน แสดงให้เห็นว่ามีส่วนผสมของพระเนื้อผงขาวพระสมเด็จบางขุนพรหมตามข้อมูลที่มีบอกว่า ท่านจอมพลสฤษดิ์ ได้ให้นายทหารนำขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปให้ท่านอาจารย์ทิม

          วันที่ 27 มกราคม 2562


                         ขอเพิ่มเติมข้อมูลเกี่ยวกับเนื้อพระของหลวงปู่ทวดรุ่นนี้ คือ เนื้อของพระจะมีสองแบบ ได้แก่

                          1. เนื้อพระที่มีส่วนผสมตามรายละเอียดที่คุณทวน ทุ่งครุ ได้บอกกล่าวไว้ในบทความ ซึ่งจะเป็นพระที่ส่วนใหญ่มีสีเทา และสีดำซึ่งมีอยู่จำนวนไม่มาก

                          2. เนื้อพระที่เป็นเนื้อพระสมเด็จบางขุนพรหมล้วน ๆ  เนื้อนี้ก็คงจะเกิดจากลูกศิษย์ที่ไปช่วยกัยกดพิมพ์พระเห็นว่ามีพระสมเด็จบางขุนพรหมส่งมาให้จำนวนไม่น้อยจึงนำไปทำแบบเนื้อล้วนขึ้นมา ผู้เขียนเองเชื่อมั่นว่าคงส่งชนวนพระบางขุนพรหมที่แตกหักลงไปจำนวนมาก เพราะเพิ่งเปิดกรุได้ไม่นานและผู้เป็นประธานเปิดกรุคือจอมพลประภาส จารุเสถียร ซึ่งเป็นนายทหารคนสนิทของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์  เนื้อนี้มีทั้งพิมพิ์ใหญ่และพิมพ์พระรอด เป็นเนื้อที่มีจำนวนน้อยมากจึงค่อนข้างหายาก และก็มีบางคนนำไปเล่นเป็นพระหลวงปู่ทวดวัดประสาท  
 
                          

     
            วันที่  5 เมษายน 2561

                           ผู้เขียนขอเพิ่มเติมข้อมูลครับ 
          
                           เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2561 มีเพื่อนรุ่นน้องคนหนึ่งได้ส่งไลน์เกี่ยวกับเรื่อง นายพลเดอโกลล์กับประสบการณ์ของพระหลวงปู่ทวด ซึ่งเขียนโดยคุณวิลาส มณีวัต นานมาแล้ว และได้มีการรวบรวมเรื่องต่าง ๆ ของท่านนำมาจัดพิมพ์รวมเล่ม ในหนังสือชื่อว่า หนังสือหัวเตียง

                           ประสบการณ์เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้เขียนเสาะหาที่มาอยู่นานแล้ว  เมื่อมีข้อมูลเช่นนี้ ผู้เขียนรีบเสาะหาหนังสือเล่มนี้ทันที และไปได้มาจากศูนย์หนังสือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงนำมาให้อ่านกันครับ

IMG_7184.JPGIMG_7185.JPGIMG_7190.JPGIMG_7192.JPGIMG_7193.JPG
                      

                 
                 หนังสือฉบับนี้จัดพิมพ์ขึ้นโดยสำนักพิมพ์อรุณวิทยา เมื่อ พ.ศ. 2546  โอกาสนี้จึงขอขอบคุณสำนักพิมพ์อรุณวิทยา และคุณวิลาส มณีวัต ที่ได้เผยแพร่ข้อมูลดี ๆ ให้กับประชาชนทั่วไป

                 จากบทความนี้แสดงให้เห็นที่มาของเรื่องราวนายพลเดอโกลล์กับประสบการณ์ของหลวงปู่ทวดอย่างชัดเจนว่าเป็นเรื่องจริง เพราะเป็นข้อมูลที่เปิดเผยโดยชาวฝรั่งเศสเอง และผู้เปิดเผยก็เป็นนักเขียนที่จะเขียนประวัติของท่านนายพล ซึ่งจำเป็นที่จะต้องได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ถึงกับลงทุนมาสืบหาข้อเท็จจริงในประเทศไทย และช่วงเวลานั้นก็อยู่ห่างจากเหตุการณ์ไม่นาน ข้อมูลที่ได้จึงแน่นอน

                   ตามที่ระบุว่ามีการปลุกเสกพระหลวงปู่ทวดในปี 2504-2505 นั้นก็อยู่ในช่วงที่ท่านจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์  เป็นนายกรัฐมนตรี  และการที่ท่านอาจารย์ทิมส่งพระที่ปลุกเสกแล้วไปให้ท่านจอมพลสฤษดิ์ฯ หลังจากปลุกเสกเสร็จ ก็เป็นการสนับสนุนข้อมูลของคุณทวน ทุ่งครุ ที่บอกว่าท่านจอมพลสฤษดิ์ขอให้ท่านอาจารย์ทิมสร้างให้  ซึ่งถ้าเป็นท่านอาจารย์ทิมสร้างเอง ผู้เขียนคิดว่าท่านไม่ส่งไปให้แน่นอน เพราะไม่ใช่วิสัยของท่าน ท่านเป็นพระที่สมถะ ไม่โอ้อวด และไม่เอาหน้าเอาตากับใคร

                   ด้วยเวลาจำกัด พระรุ่นนี้คงทำไม่มาก ท่านจอมพลสฤษดิ์จึงหวง แจกให้กับนายทหารไม่มาก และพระที่แจกเป็นเนื้อหาและพิมพ์เดียวกับที่ผู้เขียนลงภาพให้ไว้ ซึ่งได้รับการยืนยันตามข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้นว่าได้รับจากท่านจอมพลสฤษดิ์ ฯ และท่านผู้หญิงวิจิตรา ฯ


               วันที่  27  มกราคม 2562

                                 ผู้เขียนขอเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลที่คุณวิลาส มณีวัต กล่าวถึงการปลุกเสกพระหลวงปู่ทวดที่มีคนบอกว่าอยู่ในปี พ.ศ. 2504-2505 ซึ่งอาจมีคนสงสัยว่าไม่ตรงกับข้อมูลของรุ่นจอมพลสฤษดิ์ ที่ระบุว่าสร้างในปี พ.ศ. 2502  เรื่องนี้เป็นเพียงข้อมูลที่มีคนนำรายละเอียดการสร้างในปี 2505 มาให้ ท่านจึงเห็นว่ามีการสร้างจริง นายพล ชาร์ล เดอ โกล จึงได้ไป สำหรับความเห็นของผมคือ

                              1. ในช่วงเวลานั้นจะมีพิธีปลุกเสกใหญ่อยู่ปีเดียวคือ ปี พ.ศ. 2505 เป็นการปลุกเสกรุ่นหลังเตารีด ไม่มีเนื้อว่าน ซึ่งข้อมูลที่คนทราบจากท่านฑูตทหารบก พลโทอำนวย ชัยโรจน์คือพระเนื้อว่าน

                             2. การปลุกเสกรุ่นจอมพลสฤษดิ์ ไม่ได้จัดพิธีอย่างเป็นทางการ จึงไม่ทราบกันโดยทั่วไป และที่สำคัญคือ นายพลชาร์ล เดอ โกล ถูกลอบสังหารถึง 7 ครั้ง ในช่วงปี พค.ศ. 1961-1962 ) ซึ่งไม่น่าเป็นไปได้ที่จะได้พระที่ปลุกเสกในปี พ.ศ. 2505

                 

เหรียญจอมพลสฤษดิ์  ธนะรัชต์  รุ่นแจกงานพระราชทานเพลิงศพ

                เมื่อกล่าวถึงชื่อท่านจอมพลสฤษดิ์ ธนรัชต์ สิ่งที่จะข้ามไปไม่ได้ก็คือเหรียญรูปท่านที่ทำแจกในงานพระราชทานเพลิงศพ เพราะเป็นเหรียญที่มีประสพการณ์มาก


                เหรียญจอมพลสฤษดิ์  ธนะรัชต์  สร้างขึ้นเพื่อแจกในงานพระราชทานเพลิงศพ เมื่อปี พ.ศ.2507  ปั้มโดยกองกษาปณ์  ปลุกเสกโดยพระเกจิอาจารย์สายเมตตา 3 องค์ คือ  หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก   หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี   หลวงพ่อเส่ง  วัดกัลยา และ พระเกจิสายโชคลาภอีก 1  องค์ คือ หลวงพ่อเนื่อง วัดจุฬามณี  ประกอบกับท่านจอมพลเป็นผู้มีบารมีและเป็นนักรักที่ขึ้นชื่อลือชา  เมื่อท่านอสัญกรรมไปแล้ว  อาถรรพ์จึงทรงพลังแรง ประกอบกับปลุกเสกโดยสุดยอดพระเกจิอาจารย์ถึงสี่องค์    เหรียญนี้จึงเกิดประสบการณ์กับเหล่าทหารหาญอย่างมากมายในเรื่องเมตตามหาเสน่ห์  จนได้ฉายาว่า เหรียญขุนแผนยุคจรวด  ทำให้เป็นที่เสาะหาของทหาร ตำรวจ และข้าราชการ ตลอดจนชาวบ้านทั่วไป  ตั้งแต่ยุคนั้นเป็นต้นมา

1.JPG2.JPG

                                          เหรียญนี้จารโดยหลวงพ่อคูณ  ปริสุทโธ วัดบ้านไร่

IMG_5547.JPGIMG_5548.JPG

                            เหรียญนี้จารโดยหลวงพ่อเทียม วัดกษัตราธิราช

             ทั้งสองเหรียญนี้เป็นเหรียญที่มีราคาสูงกว่าเหรียญทั่วไป  โดยเฉพาะเหรียญที่จารโดยหลวงพ่อเทียมจะนิยมมากเนื่องจากท่านจารจำนวนมาก และเป็นการจารที่มีเอกลักษณ์ทั้งลายมือและการจารที่ไม่ปล่อยให้มีที่ว่าง จึงเป็นเหรียญที่แพร่หลาย มีสองแบบคือมีทั้งที่ไม่กะหลั่ยทอง และกะหลั่ยทอง ที่จารแลวกะหลั่ยทองจะมีราคาสูงกว่า

 

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

Top