นานาสาระ / จตุคามรามเทพและข้อมูลอื่น ๆ

ข้อมูลเกี่ยวกับองค์พ่อจตุคามรามเทพ

กลุ่มลูกองค์พ่อตัวจริง
         
                                เรื่องเกี่ยวกับองค์ท่านพ่อจตุคามรามเทพที่นำเสนอในหัวข้อนี้ เป็นการรวบรวมจากบทสนทนาสมาชิกที่น่าสนใจจากเว็บเดิม และเมื่อมีข้อมูลที่น่าสนใจจะนำมาเพิ่มเติมต่อไป

 

                                                                                                               สุวัฒน์  เหมอังกูร


-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



06/11/2010 : 16:12:00
 
  กระทู้ของคุณรังสิต
 
 

 


วันนี้หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก เส้นทางนักพระเครื่อง โดยคุณตาล ตันหยง ลงเรื่องราวองค์พ่อโดยคุณสุวัฒน์ ให้สัมภาษณ์รายละเอียดเยอะมาก หนังสือพิมพ์ฉบับวันอาทิตย์ที่ 7 พฤศจิกายน 2553 ครับ
 
คมชัดลึก : ในแวดวงนักสะสม 'จตุคามรามเทพ' ชื่อของ สุวัฒน์ เหมอังกูร ย่อมเป็นที่รู้จักของนักสะสมวัตถุมงคลสาย จตุคามรามเทพ ในฐานะผู้ศรัทธาเลื่อมใสองค์พ่อจตุคามฯ ระดับแถวหน้าคนหนึ่ง และยังเป็นผู้เขียนเรื่องราวความศักดิ์สิทธิ์ขององค์พ่อ ลงเผยแพร่ตามสื่อต่างๆ อย่างต่อเนื่อง อันเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มีผู้เลื่อมใสศรัทธาในองค์พ่อจตุคามฯ เพิ่มมากขึ้นด้วย
 
 
แม้ในทุกวันนี้ กระแสนิยมวัตถุมงคลสายนี้ได้แผ่วเบาลงแล้วก็ตาม แต่คุณสุวัฒน์ก็ยังคงมีความศรัทธาเลื่อมใสในองค์พ่อจตุคามฯ อย่างเหนียวแน่น และมั่นคงเหมือนเดิม จนถึงทุกวันนี้ก็ยังแขวนองค์พ่อติดตัวอยู่เสมอ อีกทั้งยังได้ทำเว็บไซต์ ราชันดำ (rachandam.com) ลงเรื่องราวความรู้ต่างๆ ตลอดจนประสบการณ์ที่มีผู้ได้รับจากการบูชาองค์พ่อจตุคามฯ ติดตัว เพื่อเป็นการเผยแพร่และเทิดทูนเกียรติคุณขององค์พ่อจตุคามรามเทพ โดยเฉพาะอีกด้วย คุณสุวัฒน์ กล่าวว่า “ผมเป็นนักสะสมพระเครื่องมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นพระกรุพระเก่า พระหลักยอดนิยม หรือพระเครื่องของเกจิอาจารย์ดังๆ ที่วงการนิยมกัน ผมได้สะสมเอาไว้มากพอสมควร ต่อมาเมื่อประมาณปี ๒๕๓๘ คุณบุญส่ง ธาดาประดิษฐ์ (เสี่ยลิ้ง หาดใหญ่) ได้เอาองค์พ่อจตุคามรามเทพ พิมพ์กลมใหญ่ มาให้ ๑ ถุง จำนวน ๕๐ องค์ ตอนนั้นผมยังไม่มีความรู้อะไรในองค์พ่อเลย อีกทั้งรูปแบบขององค์พ่อก็มีขนาดใหญ่กว่าพระเครื่องทั่วๆ ไป ผมจึงไม่ได้เอามาแขวนใช้ติดตัว คงเก็บเอาไว้ในตู้พระที่บ้าน ส่วนหนึ่งได้ให้เพื่อนไปฟรีๆ ก็มี จนเหลืออยู่ ๕ องค์ ต่อมาเมื่อปี ๒๕๔๒ มีเพื่อนมาคุยให้ฟังถึงความศักดิ์สิทธิ์ขององค์พ่อจตุคามฯ ว่าดีอย่างโน้นดีอย่างนี้ มากมายหลายเรื่อง จนผมเริ่มเกิดความสนใจ แต่เพื่อความแน่ใจให้มากกว่านี้ ผมจึงได้เดินทางไป จ.นครศรีธรรมราช เพื่อหาข้อมูลให้มากขึ้น
 
โดยไปพบกับโกผ่อง ไปคุยกับท่านสัมพันธ์ ทองสมัคร ฯลฯ จนได้ข้อมูลมากมาย ทุกคนต่างกล่าวตรงกันในเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ขององค์พ่อต่างๆ นานา ผมจึงได้นำเรื่องราวที่ฟังมานั้น เขียนลงในนิตยสารพระเครื่อง 'กรุงสยาม' ของคุณอุ๊ (วัชรพงศ์ ระดมสิทธิพัฒน์) เมื่อต้นปี ๒๕๔๓ ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากผู้อ่านจำนวนมาก จนเกิดการแสวงหาองค์พ่อจตุคามฯ กันอย่างกว้างขวาง ต่อมาคุณอุ๊ได้นำภาพองค์พ่อจตุคามฯ พิมพ์กลมใหญ่ ปี ๒๕๓๐ ลงบนหน้าปก 'กรุงสยาม' ฉบับเดือนมิถุนายน ๒๕๔๓ พอดีช่วงนั้นตรงกับที่ จ.นครศรีธรรมราช ได้ทำพิธีเปิดศาลหลักเมืองขึ้นด้วย นับเป็นการจุดประกายให้ผู้คนจำนวนมาก หันมาสนใจเช่าหาองค์พ่อจตุคามฯ เพิ่มมากยิ่งขึ้นไปอีก ในขณะที่ผมเองก็ได้ใช้องค์พ่อติดตัวเป็นประจำ ตั้งแต่ตอนนั้นมาจนถึงทุกวันนี้ (พิมพ์กลมใหญ่ เนื้อนำฤกษ์ ปี ๒๕๓๐)
 
ถึงแม้ว่า ที่ผ่านมาในระยะ ๒-๓ ปีนี้ กระแสนิยมขององค์พ่อจตุคามฯ จะแผ่วลงแล้วก็ตาม แต่ผมก็ยังศรัทธาเลื่อมใสยึดมั่นองค์พ่ออยู่เหมือนเดิมทุกอย่าง ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลย เพราะผมไม่ได้ศรัทธาหรือสะสมตามกระแส แต่ผมศรัทธาเลื่อมใสนับถือองค์พ่อด้วยความจริงใจ เพราะผมบูชาแล้วมีความสุขกายสบายใจ การงานเป็นไปด้วยความราบรื่นเรียบร้อยทุกอย่าง ไม่มีปัญหาอุปสรรคใดๆ และที่สำคัญคือ ผมมีประสบการณ์ในองค์พ่อมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใหญ่หรือเรื่องเล็ก อธิษฐานขอพรจากท่านด้วยเรื่องอะไรก็ตาม จะต้องได้เสมอ แต่ต้องเป็นเรื่องที่ถูกต้อง และเป็นไปได้ ไม่ใช่เรื่องที่เกินกำลัง หรือไกลสุดเอื้อม เช่น ขอให้ถูกหวยรางวัลที่ ๑ ขอให้ได้เงินล้านอย่างง่ายๆ อย่างนี้ก็คงไม่ได้แน่
 
ที่ผ่านมา คุณสุวัฒน์ทำงานเป็นผู้จัดการธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) อยู่หลายสาขา ต่อมาเมื่อปี ๒๕๔๙ จึงได้ขอลาออก เพื่อทำงานส่วนตัว และสิ่งที่ยังทำอยู่เสมอก็คือ การสะสมและบูชาองค์พ่อจตุคามฯ ตลอดเวลา รวมทั้งได้จัดทำเว็บไซต์ ราชันดำ (rachandam.com) เพื่อเผยแพร่เกียรติคุณขององค์พ่อให้ปรากฏสู่สาธารณชนและผู้สนใจทั่วไป ให้ได้รับข้อมูลและข่าวสารที่ถูกต้อง ตรงตามความเป็นจริงที่สุด ในการจัดทำเว็บไซต์ "ราชันดำ" คำถามหนึ่งที่คุณสุวัฒน์มักจะได้รับอยู่เสมอ คือ องค์พ่อจตุคามฯ หายไปไหน ? จะกลับมาอีกไหม ? จะกลับมาเมื่อไร ?
 
คุณสุวัฒน์ บอกว่า "ผมจะตอบทุกคนว่า องค์พ่อไม่ได้ไปไหน ท่านยังอยู่ที่นี่ ยังอยู่กับพวกเรา และพร้อมจะช่วยเหลือทุกคน ที่เคารพศรัทธาเลื่อมใสท่านอย่างจริงใจ พ่อไม่ได้มาตามกระแสนิยม และไม่ได้จากไปตามกระแสนิยม คนต่างหากที่ทิ้งท่านไป จากท่านไปเอง โดยเฉพาะคนที่เคยได้รับผลประโยชน์จากท่าน ก็ให้ความเคารพกราบไหว้ท่าน พอไม่ได้อะไรจากท่าน ก็พากันเลิกนับถือ เลิกไหว้เลิกแขวนองค์พ่อ เรียกว่าศรัทธาตามกระแสนิยม เป็นแฟชั่นมากกว่าความเลื่อมใสอย่างแท้จริง จิตใจจึงไม่ได้ผูกพันสัมผัสกับท่าน ก็เลยไม่มีประสบการณ์ในองค์พ่อ สำหรับผมและเพื่อนๆ ในกลุ่มสมาชิกเว็บไซต์ 'ราชันดำ' ทุกคนมีประสบการณ์อยู่เสมอ เพราะศรัทธานับถือท่านอย่างจริงใจ ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ทุกคนจึงมักจะขออะไรๆ จากพ่อได้เสมอ แม้แต่ที่จอดรถตามห้างบางแห่งที่หายาก ก็ยังขอท่านได้"
 
สำหรับการจัดสร้างองค์พ่อจตุคามฯ ในช่วงที่ดังสุดๆ จนเกิดปรากฏการณ์ จตุคามฯ ล้นตลาด ส่งผลกระทบถึงกระแสนิยมที่ตกลงอย่างรวดเร็ว สาเหตุอย่างหนึ่งมาจากผู้สร้างไม่ได้สร้างด้วยจิตใจอันบริสุทธิ์ คิดแต่ผลประโยชน์ส่วนตัวที่จะได้รับ สร้างเพราะเก็งกำไรกันมากกว่าการกุศล บางรายขายได้เงินถึง ๔๐-๕๐ ล้านบาท แต่ถวายวัดเพียงล้านเดียว เอาเงินจากแรงศรัทธาทำบุญของชาวบ้าน ไปใช้ส่วนตัวมากกว่าถวายวัด หรือช่วยการกุศล อย่างนี้ไม่น่าจะถูกต้องนัก ก็เลยได้รับผลอย่างที่เห็นๆ กันอยู่
 
อย่างไรก็ตาม สุวัฒน์ บอกว่า ในช่วงดังกล่าวก็ยังมี "จตุคามฯ" หลายรุ่นที่สร้างด้วยความบริสุทธิ์ใจ ตั้งใจทำบุญกุศลจริงๆ เมื่อนำองค์พ่อฯ ไปใช้แล้วก็ได้ผลดีเหมือนกัน ผู้ศรัทธานับถือก็ต้องพิจารณากันเอาเอง
 
ทุกวันนี้ คุณสุวัฒน์ยังมีองค์พ่อจตุคามฯ มากพอสมควร โดยเฉพาะพระบูชา มีครบทุกรุ่น บางรุ่นก็มีหลายองค์ องค์พ่อพิมพ์กลมรุ่นแรก ปี ๒๕๓๐ มีมากกว่า ๓๐ องค์ ล้วนเป็นชนิดที่คัดสวยเป็นพิเศษ หรือเนื้อพิเศษที่หายาก และหากไปพบเห็นองค์สวยคมชัดมากๆ ที่ไหนในทุกวันนี้ ก็ยังสนใจเช่าบูชาอยู่เสมอ เพราะถูกโฉลกกับท่านมาก และท่านก็ได้เมตตาให้ความช่วยเหลือเสมอ
 
ตลอดเวลาที่ผ่านมา คุณสุวัฒน์ไม่เคยจัดสร้างวัตถุมงคลองค์พ่อจตุคามฯ เลย เพิ่งจะสร้างขึ้นเป็นครั้งแรก ร่วมกับเพื่อน เมื่อเร็วๆ นี้ ชื่อรุ่น มหาจักรพรรตราธิราช มี ๒ แบบ คือ พระบูชาจตุคามรามเทพ จำนวนสร้าง ๒๓๕ องค์ และมีดหมอ จำนวน ๑๖๔ เล่ม เพื่อนำเงินรายได้ (หลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้ว) ส่วนหนึ่งถวายวัดอัมพวัน อ.นาบอน จ.นครศรีธรรมราช สร้างวิหารองค์พ่อจตุคามรามเทพ และซ่อมแซมหลังคาอุโบสถ เงินรายได้อีกส่วนหนึ่ง ถวายวัดนพรัตนาราม (หลวงพ่อหม่ำ) อ.นบพิตํา จ.นครศรีธรรมราช เพื่อสร้างเสนาสนะ และถาวรวัตถุภายในวัด
 
วัตถุมงคลรุ่นนี้ได้ประกอบพิธีบวงสรวง (เทวาภิเษก) และปลุกเสกเรียบร้อยไปแล้ว เมื่อวันอังคารที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๓
 
คุณสุวัฒน์และเพื่อน ได้จัดสร้างวัตถุมงคลรุ่นนี้อย่างพิถีพิถัน โดยเฉพาะในเรื่องของ 'มวลสาร' มีมากเป็นพิเศษ รวมทั้งรูปแบบที่สวยงามอลังการ เมื่อมีข่าวออกมา จึงได้รับความสนใจจากบรรดาลูกพ่อจตุคามฯ (ที่แท้จริง) อย่างล้นหลาม ดังรายละเอียดที่สามารถหาอ่านได้ในเว็บไซต์ ราชันดำ http://www.rachandam.com/ หรือสอบถามโทร.๐๘-๗๕๑๒-๑๑๖๖
 
0 ตาล ตันหยง 0
 
                                                   -------------------------------------------------


08/10/2009 : 20:59:40
 
ในการสร้างพระตาขุนโหร ท่านรองสมชายได้นั่งท่ามหาราชลีลา เป็นแบบให้อาจารย์มีชัย ปั้นขึ้นมาเป็นองค์เล็ก ๆ ก่อน พอจะสร้างจริง อาจารย์เปี๊ยกจึงนำมาปั้นใหม่ โดยขยายให้ใหญ่ขึ้น จากนั้นจึงเทด้วยปูนออกมาเกือบ ๆ 10 องค์ และมีสภาพชำรุดดังกล่าว
 
ต่อมาจึงได้เทเป็นเนื้อเรซิ่น โดยท่านรองสมชายเป็นนายทุน เพราะองค์ท่านพ่อสั่งให้ท่านรองสมชายเป็นผู้สร้าง จำนวน 108 องค์
 
ในการสร้าง เป็นเรื่องที่ยุ่งยากมาก เพราะยังไม่มีความชำนาญในเรื่องเนื้อเรซิ่น พอเทได้ 4-5 องค์แม่พิมพ์ก็ไหม้ จึงต้องคอยถอดพิมพ์ใหม่อยู่เรื่อย ๆ แรก ๆ ก็ทำปราณีต แต่พอเวลาเหลือน้อย ก็เร่งรีบ งานจึงไม่ค่อยเรียบร้อย สุดท้ายก็ทำไม่ทัน ได้พระไม่ถึงร้อย
 
อย่างไรก็ดี พระที่มีเกือบร้อยองค์ก็น่าจะพบเห็นมากกว่านี้ แต่พระตาขุนโหรเป็นพระที่หายากมาก โดยเฉพาะพระเนื้อปูน เลยทำให้คนคิดว่าไมมี ที่มีป็นของเก๊
 
มูลเหตุที่เหลือน้อยนั้น มาจากการนำไปทิ้งกันเสียมาก ทั้งเศียรปูน และตาขุนโหรเมื่อชำรุดก็จะนำไปคืนที่ศาลบ้าง ไปไว้วัดบ้าง ทิ้งไปเลยก็มี ขนาดไม่ชำรุดแต่เมื่อมีคนมาทักก็นำไปทิ้ง เพราะรูปร่างไม่ใช่พระตามที่เคยพบเห็นกันมา จะเก็บกันอย่างเหนียวแน่นก็มีพวกกรรมการ ลูกศิษยืใกล้ชิด
 
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงปี พ.ศ. 2534-2535 มีผู้หญิงคนหนึ่งมาเข้าทรงอยู่ตรงข้ามวัดเสมาเมือง แล้วบอกชาวบ้านว่า พระหลักเมืองเก็บไว้ในบ้านไม่ได้ ผู้คนจึงพากันนำเอาวัตถุมงคลของหลักเมือง โดยเฉพาะเศียรปูน พระผง 30 ตาขุนโหร ไปทิ้งในคลองนครน้อย ติดสนามหน้าเมืองตามคำแนะนำของร่างทรง บางคนก็ไปทิ้งในที่อื่น ๆ (ถ้าอยู่ถึงเดี๋ยวนี้คงโดนยิงทิ้งไปแล้ว)
 
เพราะฉนั้นตาขุนโหรจึงหาไม่ได้ง่าย ๆ จะรู้เห็นกันว่าอยู่ที่ใครบ้าง
 
กลับจากนครเที่ยวนี้ คุณต้อมบอกกับผมว่า พี่ ผมว่าตาขุนโหรเป็นพระที่น่าเก็บมาก

สุวัฒน์

เจ้าหน้าที่ดูแลเว็บ

                                          -----------------------------------------------------------

13/10/2009 : 10:48:41
 
 
จริงอย่างที่คุณบีว่า แท้ ไม่แท้ อยู่ที่ของ ไม่ใช่อยู่ที่ลมปาก แต่ก็ต้องดูเหมือนกันว่าลมปากของใคร
 
สมัยที่ผมเรียนอยู่ชั้น ม.ศ. 5 ที่โรงเรียนโยธินบูรณะ เมื่อปี พ.ศ. 2514 ได้เข้าห้อง Lab ทำวิชาชีววิทยา ผ่าตัดแมลงสาบ แล้วทำรายงานโดยมีการวาดรูป และอธิบาย ผมตั้งใจวาดรูปอย่างสวยงาม (เพราะชอบงานด้านศิลปะอยู่แล้ว ตั้งใจจะไปเรียนเพาะช่าง หรือศิลปากร แต่ต้องมาเรียนบัญชี งง )
 
เมื่อทำรายงานเสร็จก็เข้าแถวส่งอาจารย์ ๆ จะตรวจแล้วให้คะแนนเดี๋ยวนั้นแล้วส่งคืนรายงานกลับ เมื่อมาถึงผม อาจารย์ก็อุทานว่า โอ้โอ ! เห็นไม๊ เขาทำเสียสวยงามเลย เพื่อนคนที่ต่อแถวหลังผม ก็สวนขี้นมาว่า อย่างมากก็ได้แค่ 10 (คะแนนเต็ม 10 )
 
อาจารย์เงยหน้าขึ้นมอง แล้วพูดว่า ฉันให้ 11 พร้อมกับเขียนคะแนน 11 เต็ม 10 ลงในใบรายงานของผม และเขียนลงในทะเบียนของโรงเรียนด้วย ฉันจะยืนยันกับอาจารย์ทุกคนว่าฉันให้อย่างนี้ (ไม่รู้ว่าภายหลังไปแก้ไขหรือเปล่า ส่วนใบรายงานนั้นเก็บไปเก็บมา ย้ายไปย้ายมา ไม่รู้หายไปตอนไหน )
 
ที่เล่ามานี่ อยากจะบอกเพิ่มเติมจากคุณบีว่า ใช่เลยที่บอกว่าของนั้นบอกเราว่าเก๊หรือแท้ ถ้าเก๊ก็เก๊ 100% ถ้าแท้ก็แท้ 100%
 
แต่คนก็มีส่วนสำคัญเหมือนกัน ถ้าไม่มีเพื่อนคนที่ต่อแถวหลังผม ผมก็คงไม่ได้ 11 การได้คะแนนเต็มก็ถือว่าสุดยอดแล้วของการเรียน เพื่อนคนนี้มาช่วยตอกย้ำให้รู้สึกว่า ผมได้คะแนนโคตรเต็มเลย
 
คนก็ช่วยตอกย้ำได้ว่า โคตรแท้เลย !!!!

                                                      -----------------------------------------------


10/01/2010 : 18:18:40
 
จริงอย่างที่คุณบีว่า คนเรามักจะมองแค่สิ่งที่เห็นได้ชัด ๆ ไม่มองลึกเข้าไปข้างใน
 
ทุกวันนี้จึงสัมผัสได้เพียงกระพี้ ปล่อยให้ของดีที่เป็นแก่นแกนผ่านเลยไป
 
ไม่เป็นไร แล้วแต่ใครจะพิจารณาชอบแบบไหน ดีเสียอีกพวกเราจะได้มีโอกาสที่จะหาวัตถุมงคลของท่านพ่อได้ ในราคาที่ไม่สูงสุดเอื้อมจนเกินไป ส่วนตัวผมก็เช่นกันที่นับวันความศรัทธา และความเชื่อมั่นในอิทธิฤทธิ์แห่งองค์ท่านพ่อ มีแต่จะเพิ่มสูงขึ้น
 
โดยเฉพาะอย่างยิ่งประสบการณ์ที่พบกับตัวเอง มีอย่างมากมายนับครั้งไม่ถ้วน จนกระทั่งปัจจุบันนี้ ให้เปลี่ยนไปแขวนพระอย่างอื่นไม่ได้แล้ว นอกจากนี้ยังได้พบ ได้ยิน ได้ฟัง ประสบการณ์จากคนอื่นอีกอย่างหลากหลาย เช่น
 
เมื่อวันอังคารที่ 5 ที่ผ่านมา มีเด็กสาวกลุ่มหนึ่ง จำนวน 5 คน เป็นพนักงานธนาคารแห่งหนึ่งตั้งอยู่ใกล้ ๆ บ้านผม มาตะโกนเรียกผมอยู่หน้าบ้าน ขณะนั้นผมกำลังนั่งคุยอยู่กับคุณบี เมื่อเปิดประตูออกไป เด็กสาวคนหนึ่งก็ระล่ำระลักพูดขึ้นว่า
 
พี่ พวกหนูขอมาไหว้พระจตุคามหน่อย
 
(ที่จริงเขาควรเรียกว่าลุง เพราะหนูคนนั้นบอกว่าผมอายุมากกว่าพ่อเขาอีก คงป็นเพราะเขาเห็นว่าผมหน้าตาไล่ ๆ กับคุณต้อม จึงเรียกว่าพี่ เพราะคุณต้อมเพิ่งจะ 30 เอง )
 
เมื่อผมเชิญขึ้นบ้าน เขาก็บอกว่า ที่หนูขอให้ท่านช่วยวันนั้นเป็นผลสำเร็จ (ก่อนหน้านั้นประมาณสิบกว่าวัน พนักงานธนาคารคนนี้เ มาสวัสดีปีใหม่ผมกับภรรยาที่บ้าน และขอขึ้นไปไหว้ท่านพ่อ ผมบอกไปว่า เดือดร้อนเรื่องอะไรก็ขอให้ท่านช่วยได้)
 
เขายังบอกต่อว่า ต้องรีบมาไหว้ เพราะมีพี่ที่ธนาคารฝันว่า ท่านพ่อไปบอกว่า ไหนว่าจะมาไหว้แล้วทำไมไม่เห็นมา พี่คนนั้นฝันถึง 2 คืนติด ๆ กัน พวกหนูเลยต้องรีบมา และวันหลังคงต้องมารบกวนพี่อีก
 
เรื่องนี้มีพยานแบบ eye witness ใช่ไหมครับคุณบี
 
ไม่เชื่อลองถามคุณบีดูครับ

สุวัฒน์

                                                 -------------------------------------------------


11/01/2010 : 06:38:29
 
.... . ตอนที่น้องๆเค้ามากัน ยังนั้ง งง กันทั้งคู่เลย....
 
"พี่สุวัฒน์... พี่สุวัฒน์ค๊ะ.... . " เอ๊ะ ใครมาเรียกหาท่านสุวัฒน์ที่หน้าบ้าน.... .??
 
"สวัสดีค๊ะ พี่สุวัฒน์ มาขออนุญาตขึ้นไปไหว้ พระจตุคาม ค๊ะ... ." เดินพร้อมกันเข้ามากัน5คน ถือถุงพวงมาลัยมาด้วย... . เออ... ตั้งใจมาไหว้กันจริงๆแฮะ... .
น้องๆก็คุยทักทาย ท่านสุวัฒน์ ไป จนมาสะดุดที่.... . "คราวที่แล้วเรื่องที่หนูมา ขอ แล้ว ได้ผลสำเร็จ ค๊ะ.."
 
ไอ้เราก็ !?!?!?!..... . น้องๆพวกนี้ดูแล้วเหมือนเด็กที่จบมหาลัยกันได้ไม่นานเลย... . เดี๋ยวนี้ ณ.เวลานี้ ไม่ต้องเด็กรุ่นใหม่หรอก ขนาดผู้ใหญ่ พอพูดถึง องค์พ่อ ก็เริ่มมองด้วยสายตาแปลกๆส่ายหน้ากันเลย.... .
และอีกอย่าง... . ถ้าไม่ใช่ลูกองค์พ่อจริงๆ หรือคนที่เคยได้สัมผัสบารมีขององค์พ่อมาแล้ว.... .
เวลามีปัญหาที่แก้ไม่ตกจะ บนบาน ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธ์ช่วย สถานที่ แรกๆ เลยที่จะคำนึงถึงคือ ที่ใด...
??
 
ไม่ต้องเอาที่อื่นไกลหรอกครับ เอาพวกเรานี่แหละ.... . ก่อนที่พวกเราจะรู้จักกับองค์พ่อ เวลาจะ บนบานศาลกล่าว พวกพี่ๆเพื่อนๆไปที่ไหนกันบ้างครับ... . ??
 
ที่แน่ๆ บีคิดว่าคงไม่ไป บนบาน กับ พระ ที่อยู่ในบ้านของใครคนนึงแน่ๆ.... .
 
แต่น้องๆพวกนั้นก็ กล้า ที่จะขอกับ พระ ที่อยู่ในบ้านท่านสุวัฒน์.... . แล้ว สัมฤทธิ์ผล ด้วยสิ.
บารมี องค์พ่อ นี่มีอะไรมา surprise ให้เห้นกันได้อยู่เสมอๆเลย...

บี.

                                         -----------------------------------------------------


11/01/2010 : 16:05:44
ที่เล่ามา เป็นเพียงหนึ่งในหลาย ๆ เรื่อง พอดีเรื่องอื่น ๆ ไม่มี eye witness
 
เลยไม่อยากเล่า ที่ผ่านมาเมื่อมีใครมาไหว้แล้ว มักจะกลับมาอีกครั้งหนึ่ง พร้อม
 
นำดอกไม้ พวงมาลัย หรือผลไม้มาด้วย
 
อันนี้แหละที่ผมอยากนำเสนอว่า มีพระอะไรบ้างที่ไหว้แล้วขอได้อย่างรวดเร็วแบบองค์ท่านพ่อ ถ้าจะเสียเงินบูชาพระสักองค์ ต้องถามตัวเองว่าเพื่ออะไร
 
แต่อย่างว่ากระแสสังคมนั้น มีอิทธิพลอย่างมากที่ทำให้คนเปลี่ยนไป ในช่วงที่ทำเงินได้ ก็ยกย่องเทิดทูนว่า ท่านพ่อดีอย่างนั้น ดีอย่างนี้ พอกระแสจางหายไป นอกจากไม่อยู่เฉย ๆ แล้ว ยังพากันซ้ำเติม แต่ไม่เป็นไรหรอก อีกน่อยก็รู้ คอยดูกันต่อไป
 
ที่มากไปกว่านั้นคือ คนที่เคยบอก เคยยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ตัวเองเป็นตัวจริงเสียงจริง ตอนนี้สีเริ่มถลอก มองเห็นข้างในว่าที่แท้ก็..... ของปลอม
 
ส่วนท่านที่ยืนหยัดมั่นคงจนทุกวันนี้ รวมทั้งผู้ที่เข้ามาใหม่และยังเหนียวแน่น ต้องขอคารวะ ด้วยใจจริง ๆ และเชื่อเถอะว่า จะไม่พบกับคำว่าผิดหวังอย่างแน่นอน

สุวัฒน์


                                                   ------------------------------------------------------


11/05/2010 : 16:34:29
 
สวัสดีตรับเพื่อนสมาชิก
 
ไม่ได้เข้ามาเสียนาน เพราะคอมเสีย และที่สำคัญคือติดการอ่านหนังสือสามก๊กอยู่ พอเข้ามาอ่านในกระทู้ที่เพื่อนสมาชิกถกกันเรื่องพิมพ์ใหญ่ พิมพ์เล็ก เนื้อมาก เนื้อน้อย ก็รู้สึกสนุกดี ได้รับความรู้และประสบการณ์ต่าง ๆ มากมาย
 
อยากจะขอออกความเห็นบ้าง คงไม่ว่ากันนะครับ
 
ถ้าเราใช้เหตุผลอย่างธรรมดาสามัญ แน่นอนครับ การบอกว่าเนื้อมากกว่าย่อมแรงกว่า (เนื้อชนิดเดียวกัน ) เป็นเหตุผลที่มีตรรก และสามารถเทียบได้ในทางวิทยาศาสตร์ เช่น เครื่องสูบน้ำที่ใหญ่กว่า ย่อมสูบน้ำได้แรงกว่าและมากกว่า เครื่องสูบน้ำขนาดเล็ก (ใช้เครื่องสูบน้ำที่มีระบบการทำงานเหมือนกัน เหมือนกับว่าเป็นเนื้อชนิดเดียวกัน )
 
แล้วถ้าเราจะมองในแบบวิทยาศาสตร์ในอีกแง่หนึ่งล่ะ
 
เช่น คุณหมอเป็นหมอผ่าตัด เวลาที่ผ่าตัดคนไข้ แล้วต้องเข้าไปผ่าตัดด้านในซอกเล็ก ๆ ลึกเข้าไปข้างใน คุณหมอต้องใช้มีดหรือกรรไกรอันเล็ก ๆ ใช่ไหมครับ ขณะเดียวกันถ้จะเปิดแผลใหญ่ ๆ ก็ต้องใช้มีดหรือกรรไกรอันใหญ่ ๆ ใช่ไหมครับ
 
เช่น คุณบีชอบแต่งรถ เวลาจะไขน้อตตัวเล็กที่อยู่ด้านใน ก็ต้องใช้คีมอันเล็ก ๆ ใช่ไหมครับ เวลาจะไขน้อตตัวใหญ่ ๆ ก็ต้องใช้คีมอันใหญ่ ๆ ใช่ไหมครับ
 
เพราะฉนั้น ใหญ่กับเล็ก ในกรณีต่าง ๆดังกล่าว สำคัญทั้งคู่
 
เหตุผลต่าง ๆ ที่ คุณหมอ คุณบี และที่ผมพูด เป็นสิ่งที่มองเห็น จับต้องได้ ซึ่งถือเป็นเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ แต่เรื่องจริง ๆ ที่เราพูดถึงนั้น เป็นเรื่องไสยศาสตร์ ซึ่งอยู่กันคนละขั้ว ผมจึงไม่แน่ใจว่าเราจะเอาเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ มาสรุปความเป็นไปในเรื่องของไสยศาตร์ได้หรือไม่ (สองขั้วนี้เขาไม่ยอมรับกันอยู่แล้ว)
 
ที่สำคัญคือเราเองไม่สามารถจับต้อง หรือมองเห็นระบบการทำงานของวัตถุมงคลว่าเป็นเช่นไร
 
ได้แต่บอกว่าใช้องค์นี้แล้วดีอย่างนั้นอย่างนี้ และแต่ละคนก็ยังแตกต่างกันออกไปอีก จึงไม่สามารถบอกได้ว่ารุ่นนั้นดีกว่ารุ่นนี้ รุ่นนี้ดีกว่ารุ่นนั้น บางคนบอกผมว่าใช้เภตราดีกว่า 30 เสียอีก แต่บางคนบอกใช้เภตราแล้วมีแต่เรื่อง
 
เพราะฉนั้นการใช้วัตถุมงคลจึงเเป็นเรื่องของ ปัจจัตตัง (อย่างที่คุณช้างบอก)
 
และยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างมาก แต่ไม่ค่อยมีคนนึกถึงและให้ความสำคัญ จึงทำให้ตัดสินวัตถุมงคลขององค์ท่านพ่อไปอย่างผิด ๆ ไว้ว่าง ๆค่อยคุยกัน เพราะยาวมากแล้ว เดี่ยวเพื่อนสมาชิกจะเบื่อ                  
                                             
สุวัฒน์

                                    ----------------------------------------------------------------


12/05/2010 : 15:58:58
ผมขอคุยต่อนะครับ
 
เรื่องที่ค้างไว้เมื่อวาน ในเรื่องที่คนมองข้าม หรือไม่ได้ให้ความสำญ และไม่ได้คำนึงถึงเลย นั่นคือเรื่องของโหราศาสตร์ หรือดวงชะตาของแต่ละคน
 
อย่าลืมว่า ท่านพ่อเป็นสุดยอดนักโหราศาสตร์ และวัถุมงคลของท่านสำเร็จมาด้วยวิทยาการทางด้านโหราศาสตร์ ฉะนั้นเราจะมองข้ามเรื่องนี้ไปไม่ได้ ถ้าจะใช้วัตถุมงคลของท่านพ่อ ส่วนหนึ่งก็จะต้องเชื่อถือในเรื่องนี้ (
 
ทีนี้มาพูดถึงพวกเรา และคนที่ใช้วัตถุ มงคลของท่านพ่อ โดยทั่วไป แต่ละคนมีพื้นฐานดวงชะตาที่ไม่เหมือนกัน และในคน ๆ เดียวกัน เมื่อต่างช่วงเวลา ชะตาชีวิตก็ยังแตกต่างกันอีก สาเหตุเพราะดาวจร ซึ่งจะมีการเปลียนแปลงและเคลื่อนที่อยู่ตลอด ตามช่วงเวลาของแต่ละดวง
 
ต้องขออภัย ขอยกกรณีของคุณหมอ ที่บอกว่า ใช้เหรียญพังพระกาฬ 1 เดือน กับใช้พระปิดตาคันฉ่อง 1 เดือน ปรากฎว่า เหรียญพังพระกาฬสัมผัสได้ดีกว่า โดยเฉพาะในเรื่องของโชคลาภ
 
ตามความเห็นของผม คิดว่าคงต้องไปดูดาวในดวงชะตาของคุณหมอในขณะนั้นซึ่งผมคิดว่า ในช่วงที่คุณหมอแขวนเหรียญพังพระกาฬ มีดาวที่อยู่ในตำแหน่งให้โชคลาภ กำลังเข้ามา หรือเข้ามาทำมุมรออยู่แล้ว พอได้วัตถุมงคลของท่านพ่อ (เหรียญพังพระกาฬ) มากระตุ้นก็ทำให้เกิดโชคลาภขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด (ถ้าไม่มีวัตถุมงคลของท่านพ่อ ก็อาจจะมีโชคลาภตามดวง แต่อาจจะไม่มากจนสัมผัสได้)
 
เมื่อเวลาผ่านไป 1 เดือน มาใช้พระปิดตาคันฉ่อง เวลานั้นดวงของคุณหมอเปลี่ยนไปแล้ว ผมจึงคิดว่า เงื่อนไขที่จะนำมาเปรียบเทียบนั้น แตกต่างกัน
 
หรืออย่างกรณีที่ ดาวเข้ามาทำมุมกับเจ้าชะตาบางคนว่า จะเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง แต่เจ้าตัวไม่รู้ พอดีไปได้พระท่านพ่อมาใช้ แล้วเกิดอุบัติเหตุขึ้น จึงมองไปว่าพระท่านพ่อไม่เห็นศักดิ์สิทธิ์เลย มิหนำซ้ำ พอแขวนไปแล้วยังเกิอุบัติเหตุขึ้นมาเสียอีก
 
นอกจากไม่เชื่อถือศรัทธาแล้ว ยังโทษว่า เป็นเพราะพระท่านพ่อทำให้ตัวเองเกิดอุบัติเหตุ
 
จริง ๆ แล้ว ผมเชื่อว่าท่านพ่อได้ช่วยให้เขาไม่ตาย หรือพิการไปแล้ว แต่เขาไม่คิด ไปคิดแค่ว่า ถ้าศักดิ์สิทธิ์ต้องไม่เกิดอุบัติเหตุ กรณีอย่างนี้ก็เพราะไม่เข้าใจ หรือคำนึงถึงเรื่องของดวงชะตา
 
หลายคนบอกผมว่า เขาแขวนพระท่านพ่อแล้วเฉย ๆ ไม่รู้สึกอะไร ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเป็นปี ๆ
 
ผมคิดว่าท่านพ่อน่ะช่วยอยู่แล้ว แต่เป็นเพราะดวงชะตาช่วงนั้นไม่ดี ถ้าไม่มีพระท่านพ่อคงแย่ไปแล้ว (แต่ ณ เวลานั้นเราไม่สามารถไปเปรียบเทียบกับการไม่แขวนพระท่านพ่อได้ ) เพราะวัตถุมงคลท่านพ่อ ช่วยค้มครองดวงชะตา เมื่อดวงไม่ดี และสงเสริมให้ดียิ่งขึ้นไปอีก เมื่อดวงดี
 
และที่นานเป็นปี ๆ ก็เพราะดวงดาวบางดวงนั้นอยู่เป็นเวลานาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งดาวใหญ่ ๆ เช่น ดาวเสาร์ ใช้เวลาถึง 2 ปี ครึ่ง ราหู 1 ปี ครึ่ง ดาวพฤหัส 1 ปี เป็นต้น
 
สุดท้าย เรื่องเรื่องทั่ว ๆ ไป ที่ไม่เป็นการฝืนดวงชะตามากนัก พวกเราก็ขอท่านพ่อได้กันอยู่เป็นประจำ ชึ่งเราไม่ได้พบเห็นในวัตถุมงคลทั่วไป แค่นี้ก็ถือว่าสุดยอดแล้ว
 
นอกจากนี้ยังมีเงื่อนไขต่าง ๆ อีกหลายประการ แต่ก็ขึ้นกับแต่ละคนว่าจะให้ความสำคัญแค่ไหน
 
ทั้งหมดนี้เป็นความเห็นส่วนตัวนะครับ มีอะไรก็ถกกันได้ครับ
 
ยาวมากอีกแล้ว ขออภัยครับ  
                                                 
สุวัฒน์

                                  ------------------------------------------------------------------


24/05/2010 : 16:30:30
สวัสดีครับ
 
คุยค้างไว้ 2 ตอน ทิ้งท้ายไว้นิดหน่อย ว่าจะคุยต่อก็มีปัญหาจุกจิกเรื่องคอม ขอกลับมาคุยต่อ แต่ก่อนจะต่อเรื่องที่ทิ้งท้ายไว้ ขอพูดเรื่องดวงชะตาอีกหน่อย
 
การที่ผมยกเรื่องดวงชะตาขึ้นมา ก็เพื่อจะให้พวกเรามีข้อมูลมากขึ้น ในการตัดสิน และเข้าใจในวัตถุมงคลขององค์พ่อ และเพื่อชี้ให้เห็นถึงสาเหตุที่คนจำนวนไม่น้อย ถอยห่างออกจากวัตถุมงคลขององค์พ่อ เพราะไม่เข้าใจในเรื่องนี้
 
สำหรับพวกเราผมไม่ห่วงอะไร เพราะพวกเราเข้าใจ อย่างน้อยแค่เข้าใจว่าขอไม่ได้ทุกเรื่อง หรือเข้าใจเรื่องบุญกรรม แค่นี้ก็ทำให้มีความเชื่อมั่น มีความศรัทธาอย่างเต็มที่อยู่แล้ว
 
คนเราเกิดมา ดวงชะตาก็บอกเลยว่า คนนั้นมีบุญกรรมมากน้อยแค่ไหน อย่างไร ตามที่เราทราบแล้วว่า วัตถุมงคลขององค์พ่อช่วยส่งเสริม และคุ้มครองดวงชะตา นั่นก็คือการฝืนดวงอยู่แล้ว แต่จะฝืนได้ในระดับหนึ่ง ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหลักของดวงได้ เปรียบเหมือนการที่เราซื้อบ้านมาแล้ว อาจจะไม่พอใจ ไม่ชอบใจ เราก็ตกแต่งและต่อเติมพิ่มได้ แต่ถ้าไม่ชอบโครงสร้าง แบบแปลนหลักใหญ่ของบ้าน เราก็ไม่สามารถแก้ไขได้ นอกจากจะรื้อทิ้งไปแล้วสร้างใหม่
 
บ้านสามารถรื้อทิ้งสร้างใหม่ได้ แต่ชีวิตของคนเรา จะแก้ไขโครงสร้างหลักของดวงชะตา ไม่อาจรื้อทิ้งสร้างใหม่ได้อย่างบ้าน นอกจากตายแล้วเกิดใหม่(ก็ยังกำหนดดวงชะตาไม่ได้อยู่ดี) เพราะฉะนั้นวัตถุมงคลจึงช่วยได้เพียงต่อเติม และตกแต่ง (ส่งเสริม และคุ้มครองดวงชะตา)
 
แล้วค่อยคุยกันใหม่

                                            สุวัฒน์

                                  ----------------------------------------------------------------


25/05/2010 : 17:45:02
สวัสดีครับ
 
ขอต่อเรื่องเงื่อนไขอื่น ๆ ในการใช้วัตถุมงคลองค์พ่อ ที่ได้ทิ้งท้ายไว้ นั่นคือเรื่องการสื่อสารกับวัตุมงคลของท่าน
 
เรื่องนี้มีความสำคัญมากเช่นเดียวกัน นอกจากดวงชะตาแล้ว ยังต้องสื่อสารให้ได้ ซึ่งวิธีการโดยทั่วไป ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ ก็คือ นำวัตถุมงคลขององค์พ่อใส่มือแล้วยกขึ้นพนมอธิษฐานขอ หรือขอต่อหน้าโต๊ะหมู่บูชา นี่เป็นวิธีตามหลักการ สิ่งสำคัญคือการกำหนดจิต หรือการส่งกระแส เพื่อเชื่อมต่อพลังกับวัตถุมงคลขององค์พ่อ แล้วบอกเรื่องราวความทุกข์ และการร้องขอ
 
เรื่องการเชื่อมต่อพลังนี้ เป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยากจนเกินไป เมื่อกำหนดจิตใจให้แน่วแน่ก็จะสื่อสารถึง จะง่ายขึ้น ถ้ามีความเชื่อมั่น ศรัทธา ปัญหาใหญ่อยู่ที่ว่า
 
เป็นคนคิดดี ทำดี มีคุณธรรม ไม่เบียดเบียนคนอื่น ไม่ใส่ร้ายป้ายสี ไม่โจมตีคนอื่นเพื่อเอาประโยชน์ใส่ตัว ไม่สร้างความเดือดร้อนให้คนอิ่น หรือเปล่า
 
เรื่องนี้ยิ่งสำคัญ ถือเป็นหัวใจ
 
คนดี มีคุณธรรม
 
คนชั่ว ไร้คุณธรรม
 
กระแสหรือคลื่นพลัง ที่ออกมาจากจิตใจของสองคนนี้ ย่อมแตกต่างเป็นคนละอย่าง
 
คนดี มีคุณธรรม กำหนดจิตนิดเดียวก็สื่อสารถึง เพราะเป็นพลังทางด้านดีเหมือนกับวัตถุมงคลองค์พ่อ ย่อมเชื่อมต่อได้ง่าย ส่วนพลังที่เป็นมิจฉาทิษฐิ อิจฉาริษยา ชอบเบียดเบียนเอาเปรียบคนอื่น ก็เชื่อมต่อได้ยาก (เชื่อมต่อไม่ได้แล้วยังมากล่าวหาว่า วัตถุมงคลองค์พ่อไม่ศักดิ์สิทธิ์เข้าไปอีก)
 
ที่ไม่แนะนำคือการขอองค์พ่อแบบท้าทาย เช่น ถ้าองค์พ่อศักดิ์สิทธิ์จริง... ถ้าองค์พ่อแน่จริง.....
 
ลักษณะเช่นนี้ผมถือว่าเป็นการลบหลู่ ที่ผ่านมา ผมเห็นประเภทนี้ ขอได้แค่ครั้งเดียว ( ท่านพ่อคงแสดงให้เห็นว่าแน่จริง แล้วบอกว่าที่หลังไม่ต้องมายุ่งกับกู)
 
ต้องขออภัยเพื่อนสมาชิก ที่ทำให้เสียเวลา เพราะเพิ่งผ่านไปแค่วันเดียว
 
ยังไม่ถึง 1 อาทิตย์เลย   
                              
สุวัฒน์

                                           ----------------------------------------------------

12/06/2010 : 14:53:12
 
ขอต่อเรื่องที่ค้างไว้นะครับ
 
มาถึงคำถามที่ว่า รุ่นใดก็ได้ ไม่ต้องแพงก็สื่อุถึงท่านพ่อได้เหมือนกัน คำถามมาจากคุณบี คำตอบก็มาจากคุณบี ซึ่งได้ทุบดินไปแล้วว่า ถ้าเหมือนกันทำไมต้องสร้างวัตถุมงคลหลายแบบ คำตอบนี้ มีเหตุและผล ที่มีความเป็นไปได้อยู่ในตัวแล้ว
 
ผมก็ขอถือโอกาสขยายความ ตามที่ค้างไว้ต่อเลยว่า การที่เราบอกว่า รุ่นใด แบบไหน ก็สื่อถึงท่านพ่อได้ ผมเห็นด้วยว่า สื่อได้แน่นอนครับ แต่การพูดเช่นนั้น เป็นการพูดแค่ครึ่งเดียว คือพูดแค่การสื่อ แต่ไม่ได้พูดถึงผล ว่าเหมือนกันหรือไม่
 
ต้องไม่ลืมว่า วัตถุมงคลของท่านพ่อ แต่ละรุ่น เมื่อปลุกเสกแล้ว จะมีชีวิตขึ้นในฤกษ์ที่แตกต่างกัน ความมีฃีวิตนั้น ย่อมแตกต่างกัน เมื่อแต่ละรุ่นแตกต่างกัน จะให้ผลเหมือนกันได้อย่างไร
 
ทั้งนี้ ท่านพ่อรู้ว่า รุ่นไหน พิมพ์ไหน จะเป็นตัวแทนของท่านในทางใด จะเก่งทางไหน ชำนาญทางไหน เช่น
 
เหรียญปิดตาพังพระกาฬ - ชำนาญทางบู๊
 
พระปิดตาเภตรา - เก่งทางค้าขาย
 
พระปิดตาคันฉ่อง - เก่งทั้งบู๊ ทั้งบุ๋น ทั้งไสยศาสตร์
 
ดังนั้น เมื่อเราจะขอ ก็ควรจะขอจากวัตถุมงคล ให้ตรงกับความต้องการ เช่น
 
- ท่านเหรียญพังพระกาฬ ช่วยกำหราบลูกน้องให้หน่อย หรือเมื่อต้องการไปทำอะไร ที่บู๊ ๆ ลุย ๆ ก็ต้องเชิญท่านเหรียญพังพระกาฬไปด้วย
 
- ท่านปิดตาเภตรา ช่วยขายของหน่อย ( ท่านนี้เป็นพ่อค้าเต็มตัวเลย ขายของเก่งมาก )
 
- ท่านคันฉ่อง ช่วยไล่ผีหน่อย ( เก่งทางไสยศาสตร์ ) ช่วยเจรจากับเจ้านายหน่อย ช่วยขายของหน่อย ( ขายเก่งเหมือนกัน ) กรณีท่านคันฉ่อง มีคนเคยเล่าให้ฟังว่า ญาติถูกผีรบกวน ให้ใช้ปรกมะขาม ก็เอาไม่อยู่ ให้ใช้เภตรา ก็เอาไม่อยู่ ( แสดงว่าเป็นผีที่ค่อนข้างแข็งมาก ถ้าเป็นผีธรรมดาก็คงจะใช้ได้ทั้ง 2 ท่าน ) แต่พอใช้คันฉ่อง ก็อยู่หมัดเลย
 
ถามว่า ถ้าเราต้องออกไปทำอะไรลุย ๆ แต่เราพาท่านปิดตาเภตรา ออกไป ท่านจะลุยได้ไหม ตอบว่า ได้ เพราะท่านมีชีวิตขึ้นมาแล้ว จะให้ท่านลุย ท่านก็คงลุยได้ แต่ท่านจะไม่ถึงลูกถึงคน แบบท่านพังพระกาฬ
 
และนี่ ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่ง ที่ทำให้หลาย ๆ คน ขอไม่ได้ตามที่ต้องการ จึงพาลบอกว่าไม่ศักดิ์สิทธิ์
 
ที่จริง ทุกแบบ ทุกพิมพ์ ทุกรุ่น ก็ขอได้ทุกเรื่องนั่นแหละ แต่บางเรื่องก็ได้ในระดับหนึ่ง บางเรื่องก็ไม่ได้ เพราะ ปัญหานั้นอาจจะหนักและไม่ตรงกับความชำนาญของวัตถุมงคลรุ่นนั้น ถ้าปัญหาหนัก ๆ ก็ต้องส่งให้ผู้ชำนาญ ( PUT THE RIGHT MAN ON THE RIGHT JOB )
 
ทั้งหมดนี้ เป็นความเห็นส่วนตัว แต่ผมก็ใช้หลักการนี้ในการใช้วัตถุมงคลของท่านพ่อ

สุวัฒน์

                                                ----------------------------------------------

 


21/06/2010 : 11:25:42
ขอถามท่านหน่อยครับ
 
ประโยคที่ว่า ตราบใดที่น้ำทะเลยังไม่เหือดแห้ง พวกมึงมีกูไว้ไม่จน
 
เป็นคำพูดของท่านพ่อจริงหรือไม่ ที่ไหน อย่างไรครับ คำอธิบาย: http://www.rachandam.com/chat/images/album/กราบขอบพระคุณ.gif

๙๙๙ ข้าพเจ้าเกิดมา เพื่อสร้างบุญ บารมี มิใช่ ชดใช้กรรม ๙๙๙
 
21/06/2010 : 18:59:22
คุณนิคครับ
 
คำพูดทำนองนี้ มีมาทุกยุคทุกสมัยในวงการพระ
 
ตอนที่ผมเข้ามาสนใจวัตถุมงคลขององค์ท่านพ่อใหม่ ๆ ไม่เคยได้ยินคำพูดนี้เลย มาได้ยินก็ตอนที่เกิดกระแสจตุคามแรง ๆ นี่แหละ ผมคิดว่าในขณะนั้น มีการสร้างวัตถุมงคลเกี่ยวกับองค์จตุคามรามเทพกันอย่างมากมาย ก็เลยต้องคิดหาวิธีการและคำพูด เพื่อโฆษณาดึงดูดความสนใจ เพราะพวกนี้จับจุดได้ว่า มีแต่คนอยากรวย ไม่มีใครอยากจน ก็เลยต้องเอาเรื่องรวย ๆ จน ๆ มากล่าวอ้าง
 
ในสมัยก่อนมีการกล่าวว่า ค้นพบแผ่นทองจารึก ที่บริเวณทุ่งเศรษฐี จังหวัดกำแพงเพชร ที่จารึกถึงพระซุ้มกอ ไว้ว่า " มึงมีกูไว้ไม่จน" ก็เลยทำให้ซุ้มกอกลายเป็นพระที่มีราคาสูงเป็นสิบ ๆ ล้าน แค่หาเงินมาซื้อก็จนแล้ว
 
ผมเองสงสัยว่า แผ่นทองที่จารึกนั้นอยู่ไหน ไม่เห็นมีใครถ่ายรูปมาเป็นหลักฐาน และถ้ามีการจารึกจริงบนแผ่นทอง และเป็นการจารึกเกี่ยวกับพระ ก็จะจารึกเป้นภาษาบาลีหรือภาษาสันสกฤต ผมไม่แน่ใจว่าภาษาทั้งสอง มีคำว่า มึง และ กู หรือไม่ โดยส่วนตัวคิดว่าเป็นคำพูดที่ทำให้ดูแล้วยิ่งใหญ่ เพราะมีฐานที่มาจากคำว่า ทุ่งเศรษฐี ถ้ามีแล้วจะรวย
 
สรุป ผมไม่เชื่อว่าองค์ท่านพ่อพูดคำนี้ โดยปกติที่ผมได้สัมผัส ถึงแม้ว่าจะไม่กี่ครั้งก็ตาม แต่ก็พบว่า องค์ท่านพ่อไม่เคยคุยโม้โอ้อวด

สวัสดีครับ
สุวัฒน์

                                                      --------------------------------------


14/07/2010 : 23:34:30 
สวัสดีครับ เพื่อนสมาชิก
 
                     ที่จริงไม่อยากรบกวนเวลา และ พื้นที่ของเพื่อนสมาชิกมากนัก นอกจากนี้ ยังอยู่ในบรรยากาศ ที่เรากำลังจะทำบุญ ทำกุศล แต่อย่างว่า เวลาจะทำดี มักจะมีมารมาผจญ ก็เลยต้องมีขัดจังหวะบ้าง
 
                      ที่ผ่านมา นึกว่าจะต่างคน ต่างอยู่ เพราะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน
 
แต่ก็ยังสงบใจไม่ลง เพื่อนสมาชิกครับ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา มีโทรศัพท์ไปที่โกเนี้ยว บอกว่า มีดที่ผมสั่งให้โกเนี้ยวตี ยังไม่ได้ขออนุญาต โกเนี้ยวก็งง........เพราะที่ตีมาทางการก็อนุญาตมานานแล้ว ถ้ารับตีมีดโดยทั่วไป จะต้องไปขออนุญาตใครอีก ตอนแรกผมไม่รู้ว่าเป็นใคร ก็เลยบอกโกเนี้ยวไปว่า พวกโรคจิตมั้ง เอายังงี้ก็แล้วกัน ถ้ามีใครโทร. มาก่อกวนโกเนี้ยว โกเนี้ยวก็ไปแจ้งความไว้
 
                       ที่ผ่านมา โกเนี้ยวก็ตีมีดลักษณะนี้ให้คนอื่น ไปทำมีดหมอมาตั้งหลายรุ่นแล้ว ไม่เห็นมีปัญหา และไม่เคยต้องไปขออนุญาตใคร
 
                        ผมไม่เข้าใจครับ เพื่อนสมาชิก โกเนี้ยวเป็นคนรับจ้างตีมีด เขาเกี่ยวอะไรด้วย ขณะนี้ เรื่องนี้เป็นที่รับรู้กันไปทั่วแล้ว หลายคนหัวเราะ บางคนบอกว่าไม่น่าเชื่อว่าเขาทำตัวให้ตกต่ำได้ขนาดนี้เลยหรือ บางคนบอกว่า ทำตัวอย่างกับมาเฟียตลาดสด นี่ผมไม่ได้ว่านะ คนอื่นเขาว่า
 
                     มันเป็นเรื่องแปลกนะ พอผมสั่งตีมีด ก็มีปัญหา ทั้ง ๆ ที่เป็นมีดหมอลักษณะธรรมดาทั่ว ๆ ไปนี่เอง ยันต์ ก็เป็นของอาจารย์ที่ผมเคารพนับถือ
 
                     อย่างนี้ วันดี คืนดี มีคนบอกว่า มีดอีโต้ เป็นของกู มันก็ฟ้องได้ทุกบ้านนั่นแหละ ( ขอบคุณ คุณอนุวัตร )
 
                     จริง ๆ เคยพูดไว้เสมอ ๆ ไม่ใช่หรือว่า ใครทำวัตถุมงคลท่านพ่อ โดยไม่ได้รับอนุญาต ท่านพ่อจะลงโทษ ก็น่าจะรอหน่อย ให้ท่านพ่อลงโทษพวกเรา พวกเราก็อยากรู้เหมือนกันว่า การทำวัตถุมงคลท่านพ่อ เพื่อนำเงินไปทำบุญ ทำกุศล สร้างวัดวาอาราม นำรูปองค์ท่านพ่อไปกราบไหว้บูชา แล้วท่านพ่อจะลงโทษ หรือว่าทนรอไม่ไหว หรือว่าไม่แน่ใจ
 
                      เอาไว้ให้เรื่องธุระของพวกเราเสร็จเรียบร้อยก่อน ผมยินดีที่จะแลกเปลี่ยนข้อมูลด้วย ผมได้ขอพื้นที่ในเว็บยู จากคุณอุ๊ แล้ว ความจริงเข้าไปโดยผ่านพรรคพวกก็ได้ แต่บอกเจ้าของบ้านเสียหน่อย คุณอุ๊ บอกว่า ได้เลยพี่ ต้องการแบบไหน จัดให้.........

สุวัฒน์

                                                   -----------------------------------------


19/07/2010 : 15:37:56
คุณรังสิตครับ ขออภัย พอดีติดธุระเลยมาช้า
 
นึกสนุกอะไรถึงได้ถามเรื่องนี้ หรือว่าไม่เชื่อที่ผมเคยบอก ถ้าอย่างนั้น ตอบให้ละเอียดมากขึ้นก็แล้วกัน
 
พระรุ่นนี้ ผม กับ ช่างแดง ช่วยกันออกแบบ แก้ไขกันหลายครั้งหลายหน จนเวลาจวนตัว ครั้งสุดท้าย ช่างแดงบอกกับผมว่า ผมไม่ได้นอนเลย มึนไปหมด เอาอย่างนี้ ผมต้มเทียนเตรียมไว้แล้ว คุณสุวัฒน์ นั่งลงบอกเลยว่า จะเพิ่มตรงไหน ลดตรงไหน ผมจึงบอกว่า ได้เลย อย่างนี้ ชอบมาก
 
ถามถึงเรื่องของศิลปะ ต้องออกตัวว่า ผมก็ไม่ค่อยเก่งเรื่องนี้เท่าไร แต่ก็พอจะเล่าให้ฟังได้บ้าง
 
เดิมที ไม่ได้ตั้งใจว่าจะทำพระใหญ่ขนาดนี้ แต่พอผมไปคุยกับช่างแดง ช่างแดงก็ไปยกเอาปรก 7 เศียร ขนาดใหญ่มาก ( มีเฉพาะปรก ) ซึ่งหล่อเป็นโลหะไว้ มาให้ดู แล้วบอกว่า เอาแบบนี้เลยไหม ช่างแดงบอกว่าเป็นปรกที่ขอให้ช่างคนหนึ่งปั้นให้ ตั้งใจว่าจะทำพระนาคปรกลพบุรี หรือปรกแบบขอม ซึ่งศิลปะทั้งสองคล้ายคลึงกันมาก จนแยกแทบจะไม่ออก สรุปว่า ผมตกลงเอาแบบนี้ จึงได้พระขนาดใหญ่อย่างที่เห็นอยู่ เพราะฉนั้น ศิลปะของนาคปรก ก็เป็นศิลปะแบบขอม
 
มาถึงองค์ท่านพ่อ เครื่องทรงทั้งองค์ของท่านพ่อ เป็นศิลปะผสมผสาน ที่แสดงออกชัดว่าเป็นศิลปศรีวิชัย ก็จะมีสายสะพาย ที่เป็นหนังกวาง หมวก และ รัดแขน สำหรับหมวก นำรูปแบบมาจากเศียรปูน ส่วนหนังกวาง และ รัดแขน ช่างแดงก็ประยุกต์มาจาก เทวรูปอวโลกิเตศวร องค์ที่ขุดได้จากไชยา ปัจจุบันอยู่ในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ซึ่งใคร ๆ ก็รู้จัก ไม่ได้เป็นสิ่งลึก ลับอะไร เป็นของประชาชนทั้วประเทศ
 
ส่วนเครื่องทรงอื่น ๆ เช่นตุ้มหู ก็เป็นศิลปะแบบอยุธยาจนถึงต้นรัตนโกสินทร์ สังวาลย์ก็เป็นศรีวิชัยผสม และประยุกต์มา ผ้านุ่ง เข็มขัด ก็เป็นศิลปขอม ประยุกต์มาจากแบบของนครวัด และบายน แต่ลายผ้ากลับเป็นศิลปรัตนะ ด้วยซ้ำ
 
สิ่งสำคัญอันหนึ่งคือ พระเกตุมาลา ตรงนี้อยากถามว่า ใครเก่ง ลองบอกได้ไหมว่า เป็นศิลปะอะไร ต้นแบบเดิม มาจากอะไร เพราะพระเกตุมาลาแบบนี้ ไม่มีในเทวรูปแบบใด สมัยใด มาก่อน ทั้งขอม ทั้งศรีวิชัย ตรงนี้ ช่างแดงเสนอผม ผมก็ตกลง เพราะแปลกและไม่เหมือนใครดี
 
ส่วนฐาน ผมกำหนดให้ช่างแดงทำ แบบนี้ แต่ลายละเอียดตรง 12 นักษัตร ช่างแดงเสนอที่จะทำเป็นคู่ ทั้งเพศผู้ เพศเมีย ผมเห็นว่า เป็นความคิดใหม่ จึงได้ตกลงแต่บอกช่างแดงว่า อย่าทำให้เทอะทะ ช่างแดงจึงทำเป็นศิลปะแบบนูนต่ำ ซึ่งทำได้สวยงามมาก
 
การที่คุณรังสิต ถามผม แสดงว่าไม่ค่อยมั่นใจ เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน
 
ผมขอยืนยันว่า พระบูชาพระโพธิสัตว์พังพระกาฬนาคปรก 9 เศียร รุ่นเกาะเภตรา ผมกับช่างแดง ร่วมกันออกแบบ ถ้าไม่ใช่ ขอให้ท่านพ่อและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายลงโทษอย่างแสนสาหัส และ ให้กรรมตามสนองถ้าโกหก แต่ถ้าใช่ ก็ขอให้ผมมีความเจริญรุ่งเรืองยิ่ง ๆ ขึ้นไป และขอให้คนที่มาใส่ร้ายโจมตีผม ก็ต้องถูกลงโทษอย่างแสนสาหัส และบาปกรรมตามสนอง เช่นเดียวกัน
 
ผมเชื่อในเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ และกรรมสนอง ผมจึงต้องพึ่งเรื่องนี้ อย่างนี้ ตกลงไหมครับ ..... คุณรังสิต
 
พระผมอยู่ไม่ครบครับ แต่หลักฐานผมอยู่ครบ
 
สุวัฒน์

                                                    -------------------------------------

01/08/2010 : 14:41:23
เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า คำว่า จตุคามรามเทพ เป็นคำที่ออกจากปากของท่านขุนพันธรักษ์ราชเดช เป็นคนแรก แล้วทำไมท่านขุน ฯ ถึงได้รู้จักองค์ท่านจตุคามรามเทพ
 
ผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง เล่าให้ฟังว่า ในสมัยที่ท่านขุน ฯ ยังรับราชการตำรวจอยู่นั้น ทุกครั้งที่ท่านจะเดินทางออกไปปราบปรามโจรผู้ร้าย ท่านจะเข้าไปลา และขอพรจากแม่ของท่าน และเมื่อออกมาแล้ว คุณแม่ของท่านจะหันหน้าไปทางวัดพระธาตุ พนมมือขึ้น ขออำนาจแห่งองค์จตุคามรามเทพ ช่วยคุ้มครองป้องกันลูกชายของท่านให้ปลอดภัย
 
ผู้ใหญ่ท่านนั้น บอกกับผมว่า ครอบครัวของท่านขุน ฯ เคารพนับถือกราบไหว้บูชา องค์จตุคามรามเทพ มาตั้งแต่รุ่นปู่ ย่า ตา ยาย จนมาถึงคุณพ่อ คุณแม่ ซึ่งในยุคนั้น สมัยนั้น ยังไม่มีใครรู้จัก หรือคุ้นเคยกับชื่อขององค์จตุคามรามเทพ เหมือนกับสมัยนี้
 
ถึงแม้จะรู้จัก กราบไหว้บูชา เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ประจำครอบครัวมาก่อนใคร แต่ท่านขุน ฯ ก็ไม่เคยอวดอ้าง และแสดงความเป็นเจ้าขององค์จตุคามรามเทพ
 
ตรงกันข้าม ท่านกลับยินดีที่จะไปช่วยทำพิธีปลุกเสกวัตถุมงคล ขององค์ท่านพ่อให้กับวัดวาอารามต่าง ๆ ที่เชิญมา เพื่อร่วมทำบุญทำกุศล โดยไม่รับเงินรับทอง ข้าวของวัตถุมงคลที่เขาให้มา ก็แจกหมด ไม่เคยขาย
 
ในการสร้างวัตถุมงคล ของหลักเมืองนครศรีธรรมราชนั้น ท่านขุน ฯ เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงใหญ่ ทั้งในเรื่องของพิธีกรรม ทั้งการเสาะหาวัสดุ มวลสาร รวมทั้งมอบมวลสาร และชนวนต่าง ๆ ที่เก็บสะสมมาตลอดชีวิตให้ ท่านอุทิศทั้งแรงกาย และสิ่งของ เพราะถือเป็นการทำเพื่อชาติบ้านเมือง และแผ่นดินเกิดของท่าน
 
ดังนี้แล้ว เพื่อนสมาชิก พอจะมองเห็นที่ผมกล่าวถึงหรือยังว่า ถ้าองค์จตุคามรามเทพ ห้ามทำวัตถุมงคลในนามของท่าน ถ้าทำแล้วจะถูกลงโทษ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง มีหรือที่ท่านขุน ฯ ซึ่งมีความเคารพนับถือองค์ท่านพ่อเป็นอย่างยิ่ง จะกล้าทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านขุน ฯ เป็นผู้ที่มีญาณสมาธิ และพลังจิตสูง มากมายกว่าบางคนที่อ้างว่า เจ๋ง แบบไม่เห็นฝุ่น ท่านย่อมสื่อสาร ทราบจากองค์ท่านพ่อได้เป็นอย่างดี เรื่องนี้ ใช้สมองและเหตุผลแบบธรรมดาสามัญ คิด ก็เพียงพอแล้ว
 
เพราะฉนั้น ท่านสาธุชน ที่มีจิตศรัทธาในบุญกูศล ทั้งหลาย
 
อย่าไปเชื่อคำขู่ของใคร

สุวัฒน์

                                              --------------------------------------------


04/06/2011 : 11:54:30
สวัสดีครับ
 
คุณหมอเฉียบขาดจริง ๆ
 
ผด กลาก เกลื้อน เป็นที่เข้าใจ และทราบกันดีในวงการพระมาตั้งนานแล้วว่า คือการนำเอาบล็อคเดิม ที่เก็บไว้จนเป็นสนิมแล้วมาปั๊มใหม่ เขาปฎิเสธไม่เล่นกัน และสาปแช่งคนทำ
 
ถ้าของในวงการจตุคามมี ผด กลาก เกลี้อน แล้วยังมีคนเล่นกันอย่างที่คุณบีบอก จะด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือด้วยการจงใจหลอกลวง คนในวงการพระอื่นที่เขารู้เห็น ก็จะมองด้วยความสมเพช และดูถูก (สมเพช กับ ดูถูก มีรายละเอียดอธิบายที่แตกต่างกัน)
 
เป็นที่ทราบกันดี ในหมู่คนที่สำผัสกับเรื่องราวของศาลหลักเมืองว่า อุปกรณ์ที่คุณบีพูดถึงอยู่ที่ใครก่อนที่จะนำไปฝัง และของออกมาจากใคร เพราะเชื่อมโยงกัน บางคนรู้เห็นเส้นทางตั้งแต่ต้นจนจบ และนี่ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ คนในวงการเขาปฎิเสธคนบางคน ทั้งไม่พูดถึง และไม่ต้อนรับ (อย่างที่คุณรังสิตนำมาบอก)
 
และนี่แหละ เขาจึงเอามาตรฐานความเลวของตัวเอง ไปตัดสินคนอื่นว่าจะทำแบบตัวเอง จึงเที่ยวไปด่า ไปใส่ร้ายคนอื่น ว่าทำของเสริม ของปลอม
 
เวร และกรรม เซียนพระที่นครฯ พูดกับผมว่า ปล่อยเขาเถอะพี่ อีกหน่อยกรรมก็ตามสนองเขาเอง (คุณบีอ่านถึงตรงนี้ คงนึกในใจว่า ไม่ต้องอีกหน่อยหรอก)
 
โบราณว่า น้ำลดตอผุด ตอนี้ใหญ่โตมโหฬาร จะเป็นตราบาปของวงการ และตราบาปติดหน้าคนทำไปตลอดชีวิต จนชั่วลูกชั่วหลาน ไม่สามารถขุดออกไปได้ ผมว่าจะอยู่ยงคงกระพันยิ่งกว่าเสาโฮปเวลล์เสียอีก
 
ไม่อยากเขียนมากกว่านี้

สุวัฒน์

                                              --------------------------------------------

06/10/2011 : 16:55:11
 
ขอบคุณครับคุณบี ที่นำเอกสารการสร้างพระผงสุริยัน จันทรา ออกมาแสดง เพราะกำลังจะพูดถึงเอกสารนี้อยู่พอดี
 
ที่เขาพูดว่า มวลสารที่เขาใส่ไว้ในเอกสารนั้น เป็นการใส่ไว้หลอก ๆ มวลสารที่แท้จริงอยู่ในหัวเขาหมด และเรื่องผงพระกรุก็เช่นเดียวกัน ผมเคยถามว่าท่านขุนได้ใส่ผงนางตราลงไปด้วยจริงหรือไม่ ไม่มีร็อก คือคำตอบ เหตุผลก็คือ อยากให้ความสำคัญอยู่ที่ตัวเองคนเดียว อยากกกกกก มากกกกกก จนถึงกับกล้าโกหกคนทั้งประเทศ
 
ที่นี้เราลองมาคิดดูสิครับว่า คนโกหกตลบแตลง หลอกลวงชาวบ้าน จะทำของให้ศักดิ์สิทธ์ได้อย่างไร ในสมัยก่อนนั้นที่วัตถุมงคลศักดิ์สิทธ์ เพราะท่านพ่อลงมาปลุกเสกให้ ประกอบกับสร้างตามคำสั่งของท่าน แต่เมื่อพฤติกรรมความคิดเปลี่ยนไป ผมเชื่อว่าท่านพ่อไม่มีทางร่วมมือ ลงมาช่วยทำให้อย่างแน่นอน
 
และความอยากเป็นบุคลลสำคัญเพียงคนเดียว จึงพยายามเบียดท่านขุนออกไปไม่ให้ความสำคัญ รวมทั้งคนอื่น ๆ ที่มีส่วนร่วมทั้งหมด
 
และถึงกับพูดบ่อย ๆ ว่า องค์จตุคามรามเทพเขามารู้จักผมเอง ผมไม่ได้รู้จักเขา นี่ก็พยายามแสดงว่าตัวเองเป็นบุคคลสำคัญ
 
โธ่เอ๋ย ท่านพ่อนะรู้จักคนทั้งประเทศอยู่แล้ว
 
แต่บุคคลที่ท่านพ่อให้ความสำคัญ คือท่านขุนพันธรักษ์ราชเดช เพราะท่านพ่อทราบดีว่า ท่านขุนเป็นผู้มีความรู้ความสามารถในเรื่องการทำวัตถุมงคล เป็นผู้มีวิชาอาคมขลัง จนได้ฉายาว่าเป็นจอมขมังเวทย์ สามารถปลุกเสกวัตถุมงคลได้ ท่านพ่อยังเคยขอให้ช่วยปลุกเสกเหรียญพังพระกาฬด้วย ตลอดจนท่านขุนยังเป็นปูชนียบุคคล ที่ได้รับความเคารพจากประชาชนทั่วบ้านทั่วเมือง เป็นผู้มีบารมีที่จะสามารถรวมจิตรวมใจชาวบ้านได้
 
ความสำคัญอีกประการหนึ่งคือ ท่านขุนและครอบครัวของท่านเคารพศรัทธาท่านพ่อมาก่อนแล้ว
 
ทีนี้เรามาลองคิดดูซิครับว่า ระหว่างคนที่ถูกเชิญ กับคนที่ถูกใช้ให้ไปเชิญ
 
ใครเป็น Hero ใครเป็น Messenger
 
สุวัฒน์

                                                      -------------------------------

 
22/07/2012 : 09:47:54

ถ้าเรามาพิจารณาถึง สี่ไต้อั๊กนั้ง ( สี่จอมโฉดชั่ว) ใน 8 เทพอสูรมังกรฟ้า
 
ได้ชื่อว่าชั่วช้าสามานย์ที่สุดในแผ่นดิน แต่กิมย้งเขาก็ใส่ความเป็นมนุษย์
 
เข้าไปบ้าง บางขณะคุณธรรมก็ยังเข้ามาในจิตใจ
 
แต่บางคน ภาพที่เคยดูดี ก็เอาเท้าลบทิ้งไปพร้อมกับศีลธรรม เพราะ
 
ความโลภ โกรธ หลง เข้าครอบงำ ยึดถือตัวเองเป็นใหญ่ กูถูก กูเก่ง กูเป็นเทพ
 
ดูถูกผู้ที่เคารพศรัทธาท่านพ่อ และคนทั่วไปว่ากินแกลบ เลยออกอาการทุเรศทุรัง
 
ไม่หยุด พฤติกรรมต่าง ๆ นั้นไม่มีใครเขามองว่าเป็นเทพเลย แต่เขามองว่าเป็น
 
เปรต ! ! !

สุวัฒน์

                                              -----------------------------------


04/09/2012 : 18:31:20
สวัสดีครับ
 
ไม่ได้เข้ามาเสียนาน แต่ก็เข้ามาอ่านอยู่ตลอด เห็นเพื่อนสมาชิก
 
คุยกันสนุกสนานเลยไม่อยากเข้ามาขัดจังหวะ นาน ๆ ทีก็แล้วกัน
 
เมื่อ 2-3 วันก่อนมีนักสะสมรุ่นใหญ่โทรมาหา ก็คุยกันเรื่องท่านพ่อเสียส่วนใหญ่ แต่ก็มีบ้างที่เขาบอกเรื่องคนทรง ผมก็เลยบอกว่า ผมไม่สนใจ คุณเองก็ไม่เห็นจะต้องไปสนใจเลย เพราะคุณบอกผมอยู่หลายครั้งแล้วว่า คุณไม่เชื่อ
 
เรื่องหนึ่งที่เขาตื่นเต้นก็คือ ผมได้กระจกวิเศษของท่านพ่อ ( เป็นสุดยอดกระจกอย่างที่คุณรังสิตบอกนั่นแหละครับ) เหตุที่เขาตื่นเต้นเพราะเขารู้จักกระจกบานนี้ และบรรยายลักษณะได้ถูกต้อง เขาถามว่า คุณไปได้มาได้อย่างไร สุดยอดเลย ทำไมมาอยู่กับคุณได้เนี่ย
 
ผมเลยบอกไปว่า ท่านพ่อคงเห็นว่าผมถูกรังแกบ่อย มีคนจิตใจต่ำทรามรวมหัวกันใส่ร้ายผมอยู่เป็นประจำ ไม่ยอมเลิก และหาเรื่องมาใส่ร้ายเรื่อย ๆ ท่านจึงบันดาลให้ผมไปพบ และยังดลจิตดลใจให้ผู้ครอบครองอยู่ ยอมส่งต่อให้กับผม เพื่อนำมาคุ้มครองป้องกันทั้งในโอกาสนี้และในโอกาสต่อ ๆ ไป เพราะท่านคงทราบว่า ไม่เลิกง่าย ๆ
 
คน ๆ นี้ไม่มองตัวเอง และไม่โทษตัวเอง อย่างที่คุณรังสิตบอกว่า มีอะไรมันก็โทษคนอื่น ตกต่ำจนขนาดนี้แล้วก็ยังไม่สำนึก ออกมาบอกว่า ที่เคยเขียนยกย่องไว้นั้น เป็นเหมือนรอยสักที่ไม่สามารถจะลบเลือนได้ ยังละเมอเพ้อพกอยู่นั่นแหละ
 
รอยสักน่ะ เขาลบกันง่ายจะตายไป ถ้ารอยสักมันน่าเกลียด จะเก็บมันไว้ทำไม ก็ตัวเขานั่นน่ะ โกหกพกลม หลอกลวง จิตใจชั่วร้ายใส่ร้ายคนอื่น ผมก็มีสิทธิ์ที่จะเลิกเคารพนับถือ ผมเลิกก่อนที่จะมาด่าผมเสียอีก พอสร้างวัตถุมงคลก็มาตามให้ไปช่วยขาย เห็นแก่ประโยชน์ตัวเองเป็นหลัก
 
ที่จริงยังมีข้อมูลอยู่อีก ก็คงจะต้องได้มีโอกาสพูดถึง ถ้ายังไม่เลิก
 
และที่กล่าวหาใส่ร้ายนั้น สะท้อนกลับไปหมดแล้ว รอให้กรรมทะยอยตามสนอง ๆ ๆ ๆ

สุวัฒน์

                                                 -------------------------------------


07/09/2012 : 16:51:31
ถ้าคุณหมอเข้ามาบ่อย ๆ ก็ยิ่งคึกคัก
 
ราชันดำ คือองค์ท่านพ่อ โดยส่วนตัวผมวัตถุมงคลท่านพ่อ คือสุดยอดในดวงใจ มิใช่ว่าผมไม่ได้ใช้วัตถุมงคลอื่น ที่ผ่านมาใช้มาแล้วทั้งนั้น ตั้งแต่อันดับสูงสุด ก็ใช้ได้ผลอยู่หลายอย่างเหมือนกัน
 
แต่สุดยอดก็คือ ของท่านพ่อจตุคามรามเทพ ผู้ยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรทะเลใต้ ก่อนที่ท่านจะบำเพ็ญเพียรจนเป็นพระโพธิสัตว์ ท่านผ่านวิชาอาคม หรือไสยศาสตร์มาจนถึงระดับยิ่งกว่าศาสตราจารย์เสียอีก เมื่อญาณสมาธิ และอำนาจบารมีขึ้นถึงขั้นสูงสุด ก็ไม่มีใครเทียบได้ ใครที่ดูหมิ่นดูแคลนท่าน จะถูกจิตที่คิดไม่ดีกับความหลงของตัวนั้นสะท้อนกลับ
 
ท่านพ่อจตุคามรามเทพ เป็นผู้ทรงมหิทธานุภาพ (คำนี้ไม่มีในพจนานุกรม มีแต่คำว่า มหิทธิ)
 
ตามความเห็นของผมคิดว่ามาจากคำหลายคำ คือ
 
มหา + อิทธิ = มหิทธิ แปลว่า มีฤทธิ์มาก
 
มหิทธิ + อานุภาพ = มหิทธานุภาพ แปลว่า มีอำนาจแห่งฤทธิ์ยิ่งใหญ่มาก (ผมแปลเอง )
 
(อานุภาพ แปลว่า อำนาจ ฤทธิ์เดช ยิ่งใหญ่มาก )
 
30 ปี ที่ผ่านเรื่องพระมา สุริยัน-จันทรา 30 ยิ่งใหญ่มาก ถึงแม้ว่าจะถือกำเนิดขึ้นมาเพียง 25 ปี

สุวัฒน์

                                                 ------------------------------


 
15/09/2012 : 10:38:08
สวัสดีครับ
 
ก็ไม่มีอะไรมากครับคุณหมอ เพียงแต่อยากจะย้อนไปยังสิ่งที่คุณหมอ และท่านอื่น ๆ เล่ามา
 
อย่างกรณีที่คุณหมอบอกว่า เก็บสะสมวัตถุมงคลของเกจิต่าง ๆ มากมาย เพราะร่วมทำบุญและชอบพุทธศิลป์ ผมชอบตรงเหตุผลตอนท้ายนี่แหละครับ การร่วมทำบุญนั้นนอกจากสะสมบุญ เพื่อให้ไปเกิดเป็นมนุษย์ที่มีวาสนา อย่างที่คุณเดวิดบอก ถึงแม้ว่าเราจะมองไม่เห็น เพราะเป็นเรื่องในอนาคต แต่สิ่งที่ได้ในปัจจุบันก็คือความสุขใจ
 
เรื่องของศิลปะ เป็นเรื่องสร้างความสุขให้ตัวเอง ผมเองก็เป็นคนชอบศิลปะ ของชิ้นไหนที่มีความสวยงามแบบที่เราชอบ พอได้มาก็รู้สึกชื่นมื่น มีความสุข อย่างพระผงสุริยัน จันทรา 30 ก็เป็นวัตถุมงคลที่มีพุทธศิลป์งดงาม เชื่อว่าใครได้ครอบครองก็ต้องรู้สึกชื่นมื่น และมีความสุข
 
แต่สุริยัน จันทรา 30 ที่มีกลิ่นนั้น ในเบื้องต้นต้องคิดไว้ก่อนเลยว่า เก๊ เพราะอายุเขา 25 ปีแล้ว ยกเว้นพวกที่เอาน้ำมันหอมไปทาไว้ ซึ่งคงแยกกลิ่นได้
 
สำหรับเรื่องยันต์ที่คนทรง 1 2 3 ทรงโดยมีท่านพ่อประทับนั้น ผมเห็นต่างจากคุณพุฒิพงศ์
 
ผมเห็นว่า การเขียนยันต์ การใช้ภาษาพูด เป็นการสั่งมาจากท่านพ่อเพื่อให้สมองคนทรงทำ จะต้องเหมือนกัน ไม่ว่าจะทรงที่ประเทศไทย หรือไปทรงที่อเมริกา
 
ลองคิดว่าถ้าประทับทรงฝรั่ง ฝรั่งไม่รู้เรื่องยันต์ จะทรงฝรั่งกื่คน ๆ ก็ต้องเขียนยันต์เหมือนกัน ภาษาที่ใช้ก็ต้องเหมือนกัน
 
ยกเว้นตัวที่สมองไม่ได้ไปกำหนด นั่นคือน้ำเสียง เป็นสิ่งที่เกิดจากกล่องเสียงของแต่ละคน เพราะฉนั้นน้ำเสียงที่พูดอาจจะไม่เหมือนกัน
 
ที่ผ่านมาเนี่ย มีคนหลายคนที่เขาไม่เชื่อว่าคนที่ 2 ทรงจริง เพราะภาษาที่ใช้เรียกของสิ่งหนึ่งนั้น คนทรงคนที่ 2 เรียกไม่เหมือนคนที่หนึ่ง (ไม่อยากบอกว่าเป็นอะไร เพราะเดี๋ยวอีจะเอาไปแก้ไขปรับปรุงคนทรงคนที่ 3) นอกจากนี้การเรียกชื่อคนที่ท่านพ่อเคยเรียกเป็นประจำในการประทับทรงคนที่ 1 นั้น คนที่ 2 ก็มาเรียกไปคนละเรื่อง เขาเลยไม่เชื่อ
 
และยังมีบางคนเขาไม่เชื่อว่าทรงจริง เพราะการเขียนยันต์ที่ไม่เหมือนกัน
 
แต่เรื่องนี้ พวกนี้ยังพอแก้ได้ ถ้าให้คนทรงพยายามฝึกฝนลอกเลียนแบบ
 
แต่ภาษาพูดนี่ยากหน่อยเพราะมีหลายคำ และไม่รู้ว่ามีคำไหนบ้าง
 
มีหลายคนครับ ถ้าไปนั่งฟังก็จะบอกว่า ไม่จริงนี่หว่า
 
อย่าให้บอกเลยว่าคำไหนบ้าง

สุวัฒน์

                                            -------------------------------------


16/09/2012 : 14:38:19

ในใจผมแล้ว
 
เรื่องที่อยากมากที่สุดอีกเรื่อง
คือการได้เห็น การทรงองค์พ่อที่แท้จริงครับ
 
อยากใกล้ชิดกันท่านในรูปแบบที่เป็นรูปธรรมมากขึ้นน่ะครับ
 
ทั้งนี้ด้วยใจบริสุทธิ์ และความศรัทธาครับ
แต่คงไม่มีวาสนา ซะล่ะครับ

นพ.ทรงฤทิ์


                                           -----------------------------------

16/09/2012 : 19:18:44
สวัสดีครับ
 
ดีใจครับที่คุณหมอบอกว่า อยากได้พบท่านพ่อแบบเป็นรูปธรรม คือได้พบกับท่านในการทรงที่แท้จริง นั่นแสดงว่า คุณหมอมีความเชื่อมั่น ศรัทธา และมีจิตใจที่เคารพนับถือท่านอย่างแท้จริง
 
แต่ ณ เวลานี้สภาพการณ์นั้นคงผ่านไปแล้ว
 
ผมว่า ชั่วโมงนี้ การที่คุณหมอมีพระผงสุริยัน จันทรา 30 ผมคิดว่าคุณหมอได้พบท่านพ่อแล้ว ตัวจริงเสียงจริงเลยละครับ
 
แต่ถ้าไปพบคนที่อ้างว่าท่านพ่อมาประทับทรง ผมเกรงว่าอาจจะไปพบ step daddy แต่นั่นก็ยังดี ผมคิดว่าคงเป็น fake daddy ซะมากกว่า ไม่รู้ว่าพ่อไหน เพราะสภาพที่เห็นตอนนี้ มันหลอกชาวบ้านซื่อ ๆ ที่หลงงมงาย
 
โผล่ขี้นมา ก็เอามีดมากรีดหน้า กรีดพุง กรีดทั้งตัว กรีดที่รูปคนที่มันอยากจะให้ วิบัติ บรรลัย
 
เสร็จแล้วก็โฆษณารักษาโรค ตอนรักษาก็เอามีดไปจี้มปาก จี้มพุง กรีดปาก กรีดพุง ไม่รู้ว่าตอนนี้คนไข้วิบัติ บรรลัยไปกื่รายแล้ว เพราะมันใช้วิธีเดียวกัน
 
โธ่เอ๋ย ! ! ถ้ามันรักษาหาย ป่านนี้คุณหมอทั้งหลายคงไม่มีงานทำกันแล้ว
 
คิวคงจะยาวตั้งแต่กุยบุรี ผ่านสีลมไปยันแม่สายเลยละ
 
ปล. ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งแรก จนทำให้คนเขาหากันคือ องค์ซ้ายครับคุณหมอ

สุวัฒน์

                                                      ---------------------------


16/09/2012 : 19:34:37
ตอนนี้ผมก็รักษา โดยการเอามีดกรีดพุง เหมือนกันครับ คุณสุวัฒน์ว่าแต่องค์ซ้าย เนี่ย ซ้ายในรูป หรือ ซ้ายคนดูครับแล้วประสบการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งแรกคือเรื่องอะไรครับ อยากทราบบ้าง
นพ.ทรงฤทธิ์

                                                      ---------------------------------

17/09/2012 : 14:31:33
ให้หมอกรีดพุง กับ ให้คนขับรถกรีดพุง เพื่อนสมาชิกว่าอันไหนดีกว่าครับ
 
พวกนี้มันอ้างชื่อท่านพ่อ ดึงท่านพ่อลงมาต่ำ เล่นปาหี่หลอกลวงชาวบ้าน
 
เป็นพวกเล่นกลขายยา มีแต่จะทำให้คนเขาเอือมระอา วงการจตุคาม ที่ความนิยม
 
ลดลงก็เพราะพวกนี้ คนใหม่ ๆ ที่เขาจะเข้ามา เขาเห็นพวกนี้เขาก็เซ็งแล้ว
 
ยังดีที่เหลือพวกที่เหนี่ยวแน่น เพราะเชื่อมั่นในประสบการณ์ และมหิทธานุภาพ
 
ของท่านพ่อ
 
ทรงแท้ ทรงเก๊ พิจารณาไม่ยาก ท่านพ่อเป็นพระโพธิสัตว์มีอำนาจบารมียิ่งใหญ่ไพศาล ท่านไม่ลงมาเล่นตลกกับพวกนี้หรอกครับ
 
ท่านพ่อมีญาณบารมีสูงสุด มีอนาสตังคญาณแจ่มแจ้งและชัดเจน ถ้าท่านบอกหวยต้องถูก แต่เรื่องแบบนี้ท่านไม่ทำพร่ำเพรื่อ เพราะท่านทราบดวงชตาของแต่ละคน ( เรื่องดวงชะตา เอาไว้คุยอีกที) สมัยร่างทรงคนที่ 1 ท่านเคยให้หวยลูกศิษย์ ถูกถึง 69 ล้าน นั่นคือท่านต้องการแสดงอิทธิฤทธิ์ว่า "นี่ของจริง"
 
ในช่วงที่ผมไปกราบท่านทันคือ ในปี 2543 ตอนปลายปีนั้น ท่านบอกว่าน้ำจะท่วมหาดใหญ่ ไม่มีใครเชื่อ ปรากฎว่าเรียบร้อย ท่วมอย่างหนัก
 
หลังจากนั้น ผมไม่ทราบช่วงเวลาแน่นอน เพราะไม่ค่อยได้สนใจเรื่องฟุตบอล มีลูกศิษย์ไปถามท่านว่า ประเทศไหนจะชนะ ท่านก็บอกชื่อประเทศมา ลูกศิษย์ก็ไปลุยกันใหญ่ ขณะนั่งลุ้นกันอยู่นั้น ทุกคนใจหายใจคว่ำ เพราะประเทศที่ท่านพ่อบอกเล่นเป็นรอง ทุกคนหมดกำลังใจกันแล้ว เวลาเหลือนาทีสุดท้าย ลูกบอลก็เข้าไปตุงตาข่าย ประเทศที่ท่านพ่อบอกชนะ และท่านบอกหลายคู่ด้วยนะครับ ถูกต้องหมด แถมยังบอกด้วยว่าชนะกี่ลูก
 
ท่านก็บอกเพียงแค่ฤดูกาลเดียว เพราะท่านแสดงอิทธิฤทธิ์ให้ลูกศิษย์ใหม่ ๆ ได้เห็นเท่านั้น
 
ที่นี้ลองไปดูที่เขาเขียนเรื่องคำทำนาย ที่มาจากร่างทรงคนหลัง ๆ ดูซิครับว่า ถูกหรือไม่ บอกหลายเรื่อง ไม่ตรงซักกะเรื่อง เหตุผลตรงนี้ก็น่าจะชัดนะครับ
 
องค์ซ้ายคนดูครับคุณหมอ ประสบการณ์ขออนุญาตกระทู้ถัดไปครับ

สุวัฒน์

                                               ------------------------------------


19/09/2012 : 14:19:02
เรื่องที่ค้างกับคุณหมอไว้ครับ
 
ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นก็เกิดกับเรื่องของหมอนั่นแหละครับ มีเซียนพระคนหนึ่งมาเล่าให้ผมฟังว่า คนไข้ที่โรงพยาบาลหนึ่งเป็นมะเร็งขั้นสี่ นอนอยู่บนเตียงลุกขึ้นไม่ได้ หมอบอกญาติให้จองวัดแล้ว ปรากฎว่ามีญาติเอา 5 เศียร (ไม่ใช่รุ่นสีลม) ไปให้และขอให้คนไข้อธิษฐานขอต่อท่านพ่อ ปรากฎว่ารุ่งขึ้นคนไข้คนนี้ก็เดินปล๋อ ไปเยี่ยมเตียงนั้นเตียงนี้ เรื่องก็เลยเกิดฮือฮาขึ้นมา เขาอยู่ต่อมาได้อีกหลายเดือน แต่สุดท้ายก็ต้องเป็นไปตามดวง ท่านพ่อประคองดวงชะตาของเขาได้ เท่าที่ดวงดาวเอื้ออำนวย (ดวงดาวยังอยู่ในจุดที่ยังยืดไปได้อีก) ถ้าท่านพ่อไม่ช่วยเขาก็ต้องเสียชีวิตไปตั้งแต่ตอนนั้น ก็เป็นไปตามดวงดาวเหมือนกัน
 
เรื่องนี้เป็นเรื่องเล่าจากเซียนพระ ผู้เขียนก็ฟังไว้ แต่ต่อมาไม่นานก็มีนักธุรกิจคนหนึ่งมาหาผู้เขียน บอกว่าน้องชายอยากได้พระปรกมะขาม เพราะเห็นพี่มีประสบการณ์และเชื่อในอภินิหารของท่านพ่อ เนื่องจากน้องชายเป็นหมอ อยู่โรงพยาบาลที่ผมเล่าไปนั่นแหละ และเขาก็เล่าเรื่องเดียวกันให้ฟัง เขาบอกว่าน้องชายมาเล่าให้ฟัง ก็เป็นการยืนยันข้อมูลที่ได้รับมา
 
ต่อมาคนเขาก็หากันแต่รุ่นนี้ แต่ว่ารุ่นนี้ก็มีข้อเสีย (ผมเคยนำมาเขียนรายละเอียดแล้ว) คนก็หันมาเก็บอีกรุ่นหนึ่ง ก็เลยสับสนอีรุงตุงนัง

สุวัฒน์

                                             --------------------------------------


19/09/2012 : 19:47:34
ประสบการณ์สุดยอดเลยครับ คุณสุวัฒน์เรื่อง อิทธิปาฏิหารย์ ยากที่จะอธิบายทางการแพทย์ ถ้าบางคนที่พยายามอธิบายคงบอกได้แค่ว่ากำลังใจดีขึ้น
แต่ผมว่ามากกว่านั้นครับไม่รู้ว่าเคยเล่าหรือยัง
สมัยเรียนเป็นศัลยแพทย์ มีผู้ป่วยที่มีนิ่วในถุงน้ำดีมาตรวจ มีผลอัลตราซาวน์ยืนยันชัดเจน
อาจารย์ผมก็เตรียมห้องผ่าตัดไว้ ก่อนผ่าตัด ผู้ป่วยเปลี่ยนใจ บอกขอกลับบ้านก่อน
ต่อมา ผู้ป่วยกลับมาหา พร้อมเอานิ่วมาให้ดู
ทุกคนแปลกใจ เลยไปทำอัลตราซาวน์อีกครั้ง
ปรากฏว่า นิ่วในถุงน้ำดีหายไปหมดแล้ว เลยไม่ต้องผ่าตัด
ลองสอบถามผู้ป่วยดู เค้าเล่าว่าไปหาหมอพระ เอาไข่ไก่มาถูๆบริเวณท้อง
ตอกไข่ออก ได้นิ่วออกมาด้วยเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อ
แต่ทำให้ผมรู้ว่า เรื่องที่อธิบายไม่ได้ทางวิทยาศาสตร์ที่เราเข้าใจ มีอยู่จริงครับ


นพ.ทรงฤทธิ์

                                                 -------------------------

21/09/2012 : 21:54:52
 

จริงครับคุณหมอ เรื่องอิทธิปาฏิหารย์ ยากที่จะอธิบายทางการแพทย์ และวิทยาศาสตร์ ในโลกนี้มีเรื่องที่อธิบายไม่ได้อยู่เป็นจำนวนมาก แม้แต่บางเรื่องทางวิทยาศาสตร์ก็หาเหตุผลมาอธิบายไม่ได้
 
เรื่องปาฏิหารย์ เกี่ยวข้องกับไสยศาสตร์ เรื่องนี้ไม่สามารถอธิบายถึงเหตุได้ว่าการปลุกเสกทำไมถึงศักดิ์สิทธิ์ เขาเกิดปฏิกิริยาในทางวิทยาศาสตร์อย่างไร แต่เราสามารถพิสูจน์ได้ในทางผลครับ ถ้าเราเอาไปใช้แล้วมีประสบการณ์ เกิดผลดีกับเรา สัมผัสได้ว่าเกิดจากองค์นี้ แบบนี้ใครจะมาพูดอย่างไรเราก็ไม่สนใจ
 
อย่างเรื่องพระปิดตาของท่านพ่อรุ่นคันฉ่องสองจักรพรรดิ์ สมัยก่อนมีคนโจมตี กล่าวหาว่าไม่ได้ปลุกเสก แต่มีคนเอาไปใช้แล้วมีประสบการณ์มาก และมีแทบจะทุกคน นอกจากนี้ยังมีการพิสูจน์ใดยผู้มีพลังจิตที่แต่ละคนเขาศรัทธา ต่างบอกว่าสุดยอด แล้วเราจะไปสนใจคนที่มาโจมตีทำไม ไม่ศรัทธา ไม่ใช้ ก็เป็นสิทธิ์ของแต่ละคน ดีเสียอีกไม่มีคนมาแย่ง
 
ความจริงเรื่องพระปิดตารุ่นนี้ ผมมีเรื่องผล ส่วนเรื่องเหตุมีที่มาให้มั่นใจ แต่ว่าทำไม ก็อย่างที่พูดกันนั่นแหละไม่มีใครอธิบายได้ คงมีเรื่องต้องคุยกันต่อ
 
ส่วนเรื่องที่ว่าจัดพิธีอย่างดีมีการเชิญท่านพ่อมาตามหลักการ แต่ถ้าท่านพ่อไม่มา (เพราะดูเจตนาของคนสร้าง หรือเหตุอื่น ๆ ) ซึ่งก็ไม่มีใครเห็น เป็นเรื่องที่พิสูจน์ไม่ได้ (ยกเว้นผู้มีพลังจิตสูง ) แต่มีสิ่งที่พิสูจน์ได้นั่นคือผล
 
อย่างรุ่นที่เขาโมเมอ้างชื่อพายุ มาตั้งเป็นชื่อรุ่น การ์ดพันธมิตรพกผ้ายันต์รุ่นนี้ไปถูกฆ่าตายที่สนามบิน ผมเห็นข่าว 2-3 ครั้ง พวกทีวี พยายามโฟกัสแต่ผ้ายันต์รุ่นนี้ ข่าวนี้ทำให้ผมคิดว่าท่านพ่อไม่มาปลุกเสกให้
 
เดี๋ยวจะสงสัยกันว่ารุ่นไหน บอกเสียหน่อยก็ได้ครับ เขาเรียกว่า รุ่น
 
หนูนา ร้องกรี๊ด

สุวัฒน์

                                               -----------------------------------


24/09/2012 : 16:43:44
สวัสดีครับ
 
ที่จริงเรื่องพายุนากีส ไม่ได้มีพวกแก็งค์นี้อ้างคนเดียวหรอก ยังมีอีกหลายพวกที่อ้างถึงอภินิหาร ในการทำพิธีห้ามพายุนากีสไม่ให้เข้ากระทบประเทศไทย
 
แต่ที่เป็นของจริง เป็นรูปธรรมและพิสูจน์ได้ ก็คือวิธีการขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระองค์ทรงทราบเรื่องพายุนากีส และมีพระราชดำรัสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปทำฝนเทียมตลอดชายฝั่งอันดามันเพื่อสกัดกั้นพายุ และก็เป็นไปตามที่พระองค์ทรงคาดการณ์ พายุจากไปที่อื่น พระองค์ไม่ได้ทรงตรัสโอ้อวดกับใคร พระองค์ท่านคือพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ ขอพระองค์จงทรงพระเจริญ
 
สุวัฒน์

                                              --------------------------------

09/10/2012 : 22:04:58
แนวคิดของคุณสตีฟ จ็อบส์ ที่ทำให้ Iphone 4 โด่งดังไปทั่วโลกคือ
 
เรียบง่ายยากกว่าซับซ้อน
 
เป็นแนวคิดปรัชญา คือความเรียบง่ายทำให้สะดวกสะบาย แต่สร้างได้ยากกว่าความซับซ้อน เหมือนกับสูงสุดคืนสู่สามัญ จะคืนสู่สามัญได้ต้องมีความรู้ขึ้นถึงจุดสูงสุด
 
บางคนที่ไม่มีความรู้ ก็ทำแบบเรียบง่ายไม่ได้ และกลัวคนไม่เชื่อ
 
การทรงก็เหมือนกัน ถ้าทรงปลอมก็ทำแบบเรียบง่ายไม่ได้ เพราะไม่มีปัญญาจะทำ
 
ก็เลยต้องทำแบบซับซ้อน กรีดชื่อ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
 
จิ้มรูป ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
 
กรืดหน้า ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ( เรียนแบบคุณบี)
 
ทิ่มปาก ทิ่มพุง ทิ่ม ๆ ๆ ๆ กรีด ๆ ๆ ๆ
 
ซับซ้อนแล้วคิดว่ากูแน่ คิดเลยไปว่า คนฉลาดมันไม่เชื่อ
 
อย่างน้อยไอ้พวกโง่มันก็ต้องเชื่อมั่งแหละว้า
 
เรียบง่ายยากกว่าซับซ้อน
 
 สุวัฒน์

                                                ----------------------------------

16/10/2012 : 10:49:33
สวัสดีครับ
 
เล่นหลายรูปแบบ เขาเรียกว่าเล่นหลายหน้า เพื่อการลงทุนหรือเพื่อเก็งกำไร จะได้หรือเสียก็อยู่ที่การตัดสินใจ ผมก็บูชาไปหลายอย่างเหมือนกัน แต่สุดท้ายก็ต้ององค์ท่านพ่อ
 
แบบที่คุณต้อมเล่นก็เป็นวิธีการที่ทุกคนยอมรับกัน ในเรื่องของการสร้างมูลค่าเพิ่ม และมีหลักที่ทุกคนสามารถใช้ตัดสินใจได้ เพราะทุกอย่างที่แต่ละคนจะบูชามานั้น ทุกความประสงค์ต้องมีที่มา เช่น กระแสกำลังแรง บางอย่างพื้นฐานความเข้มขลังดี ฯลฯ สุดท้ายก็จะมีบางอย่างที่ยืนหยัดอยู่ได้ยืนยาว
 
แต่ที่นั่งอยู่เหนือเกล้าของผมก็คือ องค์ท่านพ่อจตุคามรามเทพ และที่บูชามามาก ๆ ก็คือการเก็บไว้เป็นทรัพย์สินที่มีราคาเพิ่มขึ้น หรือบางครั้งซื้อมาขายไปได้กำไรก็ทำอยู่เป็นประจำ ผมถือว่าส่วนที่ผมเก็บไว้บูชาก็ยังมีอยู่อย่างมั่นคงแน่นอน
 
การขายก่อให้เกิดการหมุนเวียน เป็นการเผยแผ่วัตถุมงคลของท่าน ให้คนทั่วไปได้ทราบอานุภาพและบารมีแห่งองค์ท่านพ่อ
 
ที่สำคัญคือถ้าทำอย่างสุจริต ไม่คดโกงหลอกลวงใครก็เป็นสิ่งที่ไม่ผิดแต่อย่างใด โดยเฉพาะพวกเราไม่ได้ทำอย่างดัดจริต ที่ไปด่าคนอื่นว่าไอ้พวกพุทธพาณิชย์ แต่ตัวเองก็ทำแบบเขา
 
แต่ที่แสบยิ่งกว่าคือหลอกลวงเขา ทำของขึ้นมาใหม่แล้วบอกว่าเป็นของเก่า ตั้งแต่ปี 30 มั่ง อันนี้สุดยอดกว่าเก่ามั่ง ไก่ปี 30 ตัวเล็ก พอผ่านไป 20 กว่าปี บอกว่าไก่โตขึ้นเกือบเท่าของจริง และยังมีการทรงแบบพิลึกพิลั่น โอ !!!! แบบนี้ต้องเรียกว่า
 
สิบแปดมงกุฎพาณิชย์
 
เดวิดอาจจะบอกว่าไม่ไช่พี่ เขาเรียกว่า
 
จำอวดพาณิชย์
 
สุวัฒน์

                                               -------------------------------------

23/10/2012 : 12:07:21
ต่อครับ
ผมอยากจะคุยต่อก็คือ การขอท่านพ่อเรื่องเจ็บไข้ได้ป่วย ที่ผ่านมาผมได้เจอกับตัวเองและได้ฟังคนอื่นเล่ามาหลายเรื่อง ส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่รักษาไม่หาย หรือมีอาการแปลก ๆ เกิดขึ้น ผมเข้าใจว่าคงเป็นเรื่องเกี่ยวกับเวรกรรมและดวงชะตา
 
หลายคนที่หายเจ็บไข้ไปนั้น ต่างพากันขอกับวัตถุมงคลขององค์ท่านพ่อ ซึ่งเป็นสิ่งพิสูจน์ได้ว่า เกิดจากอิทธิฤทธิ์ของท่านพ่อผ่านวัตถุมงคลของท่าน เพราะแพทย์แผนปัจจุบันรักษาไม่หาย (บางครั้งที่แพทย์ทั่วไปรักษาหายก็ขอท่านได้เหมือนกัน)
 
และนี่เป็นสิ่งที่เราจะเลือกได้ว่า ขอกับวัตถุมงคลที่เราพิจารณาได้ว่าเป็นของแท้ หรือเราจะไปขอให้ท่านรักษาผ่านคนทรงที่พิสูจน์ไม่ได้ว่าทรงจริงหรือทรงปลอม ถ้าทรงจริงก็แล้วไป แต่พฤติกรรมที่เราเห็นมันไม่ไช่ เพราะวิธีรักษาที่พิลึกพิลั่นแบบนั้นท่านพ่อไม่ทำอยู่แล้ว มีแต่คนขับรถเท่านั้นที่ทำ
 
ผมว่าไปหาหมอที่โรงพยาบาล หรือหมอที่คลินิค จะถูกต้องกว่า
 
ไปให้คนขับรถรักษา
 
เดี๋ยวค่อยต่ออีกครับ...

สุวัฒน์

                                         -------------------------------

25/10/2012 : 10:00:13
สวัสดีครับ
 
เข้ามาคุยกับเพื่อนสมาชิกต่อครับ
 
ตั้งแต่ผมเข้ามาศึกษาเรื่องโหราศาสตร์ ถึงได้เชื่อเรื่องนี้อย่างจริงจังว่าชีวิตคนเรานั้นถูกกำหนดโดยดวงชะตา และดวงดาวทั้ง 10 ดวงเป็นตัวบงบอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นในชีวิตเรา แต่การที่เราจะรู้ได้ถูกต้อง จะต้องมีความสามารถในการอ่าน ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมากที่เดียว
 
เวลาพวกนักพยากรณ์มาทำนายดวงชะตาของคนราศีนั้น ราศีนี้ว่า เดือนนี้จะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ได้ยินได้ฟังแล้วรู้สึกเซ็ง เพราะแบบนี้ทำให้ความน่าเชื่อถือในศาสตร์นี้ลดลง หรือกลายเป็นเรื่องงมงายไป เพราะที่ทายแบบนั้นน่ะ ทายคนที่มีราศีนั้นทั้งประเทศ แต่จะถูกต้องไม่กี่คนหรอก
 
ทีนี้เราลองมาพิจารณากันว่า เมื่อชีวิตคนขึ้นอยู่กับดวงชะตา โดยมีดวงดาวเป็นผู้กำหนด แล้ววัตถุมงคลจะช่วยได้อย่างไร หลายคนไม่เชื่อเรื่องวัตถุมงคลว่าจะช่วยได้ ผมเองตอนแรก ๆ ที่เริ่มเข้าใจโหราศาสตร์ก็รู้สึกเช่นเดียวกัน รู้สึกว่าจะช่วยได้แค่นิดหน่อยเท่านั้นเอง แต่เมื่อมาสังเกตุตัวเองกับวัตถุมงคลขององค์ท่านพ่อ จึงวิเคราะห์ออกมาใหม่ว่าแท้จริงแล้วท่านจะช่วยได้มากที่เดียว
 
ซึ่งรายละเอียดที่ผมจะคุยให้ฟังนั้นเป็นเรื่องแนวความคิดของผมอง เพื่อนสมาชิกฟังไว้เล่น ๆ ก็แล้วกัน
 
จะขอเวลาไว้เป็นกระทู้ต่อไปนะครับ

สุวัฒน์

                                               -------------------------------------


27/10/2012 : 11:09:35

สวัสดีครับ
 
ค้างไว้ตรงที่วัตถุมงคลจะช่วยเราได้อย่างไร
ความเห็นของผมก็คือ ต้องพิจารณาตั้งแต่จุดเริ่มต้นก่อนว่า องค์ผู้ปลุกเสกนั้นมีความรู้เรื่องโหราศาสตร์หรือไม่ ถ้ามีระดับความรู้ก็จะสูงต่ำแตกต่างกันออกไป แต่คนทั่วไปอย่างเราก็คงจะทราบได้ยาก ต้องพิสูจน์ที่วัตถุมงคล แต่เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องของวัตถุมงคลทั่วไป ซึ่งก็อาจจะเป็นเรื่องนานาจิตตัง

 
เพื่อให้รวบรัด ผมขอกลับมาที่วัตถุมงคลขององค์ท่านพ่อ เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า องค์ท่านพ่อนั้นมีความรอบรู้ในเรื่องของโหราศาสตร์ และความเป็นไปของดวงดาว อย่างทะลุปรุโปร่ง และท่านสามารถนำเอาความรู้นี้มาใช้ในการช่วยเหลือมนุษย์ที่ตกทุกข์ได้ยาก หรือผู้มีปัญหาในการดำเนินชีวิต เพราะดวงชะตานั้นถูกดาวกำหนดมาแล้ว
 
เรื่องดวงชะตาของมนุษย์นั้น ไม่ได้ถูกบังคับให้แย่และเลวร้ายหรือดีเลิศตามดวงชะตาร้อยเปอร์เซ็น แต่เขามีความยืดหยุ่นให้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเจ้าชะตาด้วย ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเรารู้ว่าขณะนี้มีดาวจรที่ทำให้มีคนจะมาหลอกลวงเรา พอรู้เช่นนี้เราก็ระมัดระวังตัวและใช้สติปัญญาไม่ยอมให้เขาหลอก แต่ตามดวงมีคนมาหลอกลวงเราแน่ ๆ ก็ต้องให้เขามา เราไม่สามารถห้ามตรงนี้ได้ เพราะเป็นไปตามดวง ถ้าเราไม่รู้ตัวเรื่องดวงเราก็อาจจะถูกหลอกหมดเนื้อหมดตัวได้ เพราะไม่ได้ระวัง
 
แต่ถ้าเรามีองค์ท่านพ่อ โดยเฉพาะสุริยัน จันทรา 30 ท่านพ่อได้สร้างกลไกไว้ในลูกกลมหรือน้ำตาลแว่นแล้ว เรากราบไหว้ระลึกถึงท่านทุกวันเราก็จะไม่ถูกหลอก แต่ไอ้คนที่หลอกมันมาอยู่แล้ว เพราะเป็นไปตามดวง ซึ่งการบันดาลให้เป็นไปเช่นนี้ท่านพ่อก็ไม่ได้ฝืนดวง
 
ที่จริงยังมีอีกหลายเรื่องหลายปัจจัย ขอพักก่อนก็แล้วกันเพราะยาวมาก เดี๋ยวเพื่อนสมาชิกจะรำคาญ

สุวัฒน์

                                           --------------------------------


29/10/2012 : 12:16:17
 
สวัสดีครับ
 
ลองมาพิจารณาเรื่องดวงดาวต่อนะครับ ดาว 10 ดวงในดวงชะตาของคนเรานั้นมีอยู่ 5 ดวง ที่มีเรือนเกษตร 2 เรือน ดาวทั้งห้าดวงนั้นจึงทำหน้าที่ในเบื้องต้นถึง 2 หน้าที่ และในดวงชะตาของคนเรานั้น ดาวต่าง ๆ อาจจะไม่ได้อยู่ในเรือนของตน จึงไปมีส่วนในความเป็นไปในราศีที่ตนอยู่
 
ในหลักการเบื้องเมื่อดาวที่มี 2 หน้าที่ หรือ 3 หน้าที่ ไปทำเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่ตัวเองรับผิดชอบอย่างเต็มที่ หน้าที่ที่เหลืออยู่ก็จะทำเบาลง หรือไม่มีเลย
 
ยกตัวอย่างเช่น คนที่มีลัคนาสถิตราศีตุลย์ ดาวอังคารก็จะทำหน้าที่ 2 เรื่องคือ เรื่องเงิน เรื่องคู่และหุ้นส่วน (ภพกดุมพะ และ ปัตนิ) สมมุติว่าดาวจรคืออังคารเดินไปอยู่ในภพลาภะ อันนี้ว่ากันในเบื้องต้นนะครับ ก็ดูเหมือนว่าเราจะมีโชคใน 2 เรื่องคือ ได้เงิน กับ ได้ลาภ 2 เท้า พอดีลาภ 2 เท้ามาก่อน เรารีบไปรับ ก็จะต้องชวดเรื่องเงิน
 
เมื่อเป็นเช่นนี้ ถ้าเราขอต่อองค์ท่านพ่อว่าช่วงนี้การเงินขัดสนขอให้ค้าขายได้เงิน ท่านพ่อก็จะบันดาลให้เงินมาก่อน ซึ่งก็ไม่ฝืนดวง หรือถ้าลาภสองเท้ามาก่อน ท่านพ่อก็จะดลจิตดลใจให้เราไม่สนใจ ดาวก็ไปทำหน้าที่เงินแทน ก็ไม่ฝืนดวง
 
อันนี้ก็เป็นตัวอย่างเบื้องต้นเพื่อให้เข้าใจเท่านั้น ของจริงต้องดูรายละเอียดประกอบในดวงอีกมาก
 
แต่ถ้าเป็นท่านพ่อแล้วสบายมาก เพราะท่านสำเร็จถึงขั้นสูงสุด ณาณสมาธิกว้างใหญ่ไพศาลเข้าใจเรื่องดวงดาวกระจ่างแจ้ง เดี๋ยวค่อยคุยกันต่อเรื่องนี้นะครับ
 
อยากจะท้าวความไปถึงสมัยที่ท่านพ่อมาประทับทรงในร่างทรงคนแรกว่าเมื่อไปถามท่านพ่อเรื่องดวงชะตา แต่ละคนไม่ต้องเอาแผ่นดวงที่ผูกมาแล้วไปถามหรอกครับ ท่านรู้เรื่องดวงของคนคนนั้นทันที่ นี่คือมหิทธานุภาพอันยิ่งใหญ่ของท่าน
 
เพราะฉะนั้นถ้าจะทดสอบว่าทรงจริงหรือไม่ ก็เอาเรื่องนี้ไปถามคนทรงก็โป๊ะเชะ คนทรงหลัง ๆ นี่ถ้าไม่รู้ก็สรุปได้ว่า จริงหรือปลอม
 
ตอนนี้มามุขใหม่แล้ว เปลี่ยนเทพองค์ใหม่มาประทับทรง
 
เพราะถ้าทรงท่านพ่อกลัวจับได้ เพราะเตี๊ยมกันยาก เนื่องจากคนเขาสัมผัสท่านพ่อกันเยอะ ทั้งการเขียนยันต์เอย ทั้งการพูดการเรียกชื่อ ไม่รู้ก็ไม่รู้ จำก็ไม่หมด ฝึกก็ยาก และตอนนี้ผมยังเพิ่มเรื่องดวงเข้าไปอีก คนทรงก็ต้องร้องว่า โอ !!!! จอร์จ เหนื่อยว่ะ
 
คิดถึงคณะจำอวดของเดวิดจัง
 
สุวัฒน์

                                              -------------------------------

30/10/2012 : 15:48:21
สวัสดีครับ
 
คุณรังสิตพูดจนเขิน เดี๋ยวเขาจะหาว่าเชียร์กันเองนะ ผมก็ว่าไปเรื่อยยังไม่เข้าขั้นหรอกครับ ที่คุณพุฒิพงศ์พูดถึงนั่นก็เป็นเรื่องที่ถูกต้อง ทิพย์จักขุญาณขององค์ท่านนั้นเป็นประเภท ปฏิสัมภิทาญาณโดยเฉพาะของท่านนั้น บารมีเต็มของความเป็นพระโพธิสัตว์แล้ว
 
ในสมัยที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงตรัสรู้ได้สัมมาสัมโพธิญาณ พระองค์ทรงคิดที่จะไปเทศนาให้อาจารย์ของท่านคือ อาฬารดาบส และอุทกดาบส แต่เมื่อพระพุทธองค์ทรงส่องดูด้วยทิพย์จักขุญาณ ก็ทราบว่าอาจารย์ทั้งสององค์นั้นสิ้นชีวิตแล้ว
 
พระพุทธองค์จึงทรงเสด็จไปโปรดเบญจวัคคี เมื่อไปถึงเหล่าเบญจวัคคีไม่เชื่อว่าพระพุทธองค์ตรัสรู้แล้ว จึงขอทดสอบโดยขอให้พระพุทธเจ้ากำหนดจิตขึ้นไปสำรวจดวงดาวต่าง ๆ ทั้งดวงจันทร์ ดาวพุธ ดาวศุกร์ ดาวเสาร์ ฯลฯ พระพุทธเจ้าก็ทรงไปสำรวจและเล่าให้เบญจวัคคีฟัง เหล่าเบญจวัคคีจึงเชื่อ ก็ในเมื่อไปท่องตามดวงดาวต่าง ๆ ได้ ทำไมจะไม่รู้ว่าดาวต่าง ๆ เขามีหน้าที่ทำอะไรบ้าง และเมื่อไปเห็นไปสำรวจตัวเป็น ๆ ของดาวได้อย่างนี้ ทำไมดาวในดวงของมนุษย์จะไม่ทะลุปรุโปร่ง
 
องค์ท่านพ่ออธิฐานเป็นพระโพธิสัตว์และได้เป็นแล้ว ก็คือการรอไปเกิดเป็นพระพุทธเจ้า การเป็นพระโพธิสัตว์เป็นการเรียกของพุทธนิกายมหายาน ถ้านิกายหินยานก็คือการอธิษฐานเป็นหน่อพุทธางกูร ก็คือรอไปเกิดเป็นพระพุทธเจ้าเหมือนกัน
 
องค์ท่านพ่อปฏิบัติธรรมมาทางด้านอิทธิฤทธิ์ และมีความรู้ทางด้านโหราศาสตร์อย่างสุดยอด เมื่อท่านได้เป็นพระโพธิสัตว์แล้วท่านต้องได้ปฏิสัมภิทาญาณอย่างไม่ต้องสงสัย เมื่อมีพื้นฐานขั้นสุดยอดแล้ว มหิทธานุภาพของท่านจึงเข้าขั้นสุดยอด เรื่องวิชาการของการกำหนดดวงดาวให้ทำหน้าที่โดยไม่ฝืนดวงจึงเป็นเรื่องเด็กๆ
 
ในเมื่อท่านเป็นเทพที่ยิ่งใหญ่ในกฤษดาภินิหารขนาดนี้ ทำไมเวลาเข้าทรงแล้วจะต้องไปกราบคนเชิญด้วย แค่นี้ก็รู้อยู่แล้วว่าใช่หรือไม่ไช่
 
จำอวดคณะนี้ปัญญาอ่อนจริง ๆ

สุวัฒน์

                                           ------------------------------------


02/11/2012 : 16:21:23
สวัสดีครับ
ปกติคนเลี้ยงแกะจะมีสันดานหลอกชาวบ้านอยู่แล้ว ทำให้แกะนิสัยเสียยังไม่พอ ไปชวนม้ามาหลอกชาวบ้านอีกด้วย นิสัยการหลอกนี่มันมีอยู่ในดวงอยู่แล้ว มีกันทั้งกลุ่มจึงไปร่วมมือกันได้ ไม่ว่าดาวจรจะอยู่ตรงไหนก็พร้อมจะหลอกได้ตลอดเวลา วิธีการหลอกขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเจ้าชะตา
 
การหลอกนี่มีวิธีตั้งมากมาย แต่ดันตัดสินใจหลอกโดยอ้างองค์ท่านพ่อ อันนี้บาปกรรมมันดับเบิ้ล ถึงแม้ว่าจะเปลี่ยนเป็นเทพองค์อื่น เพราะกลัวถูกจับได้ อันนี้ยิ่งเป็นการสารภาพอย่างชัดเจนว่าที่ผ่านมาน่ะไม่จริง และก็บอกไปโดยอัตโนมัติว่าที่มีต่อไปก็ไม่จริง
 
ที่สังเกตุได้ง่าย ๆ อีกเรื่องหนี่งคือโฆษณาชวนเชื่อว่า จะทำใหม่แล้วปลุกเสกให้ศักดิ์สิทธิ์เท่าของเก่าหรือยิ่งกว่าเก่า แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนเลยว่าไม่รู้จะเอามุขไหนมาหลอกชาวบ้าน
 
ปัดธ่อ ! ! ! หนูนายังร้องกรี๊ด แล้วชาวบ้านไม่ร้องระงมเลยเหรอ
 
ของ ๆ คณะนี้มีเงินอย่างเดียวซื้อไม่ได้ ต้องโง่ด้วย
 
จำอวดคณะนี้หมดมุขแล้วอ้า

สุวัฒน์

                                           ------------------------------------

03/11/2012 : 09:53:38
สวัสดีครับ
 
ตามที่ได้คุยกันถึงเรื่องดวงชะตากันมาแบบคราว ๆ นั้น ผมขอเรียนย้ำว่าในดวงนั้นมีจุดที่เกิดอย่างนั้นก็ได้ อย่างนี้ก็ได้ อยู่มากมายหลายจุด จึงเป็นช่องที่องค์ท่านพ่อใช้ความรู้บวกกับอำนาจอิทธิ์ฤทธิ์และญาณบารมี บรรจุลงในพระผงสุริยัน จันทรา 30 ให้เป็นเครื่องกำเนิดที่จะไปสื่อให้ดาวในดวงชะตา ทำหน้าที่ในส่วนที่เปลี่ยนแปลงได้ตามที่เจ้าชะตาจะขอ
 
แต่จะไม่สามารถเปลี่ยนดวงชะตาของชีวิตคนเราจากหน้ามือเป็นหลังมือ นอกจากในดวงมีดาวกำหนดไว้แล้วว่าจะเปลี่ยนแบบนั้น อย่างเช่นดวงชะตาของคุณตั๊ก บงกช เป็นดวงที่ถูกกำหนดไว้แล้ว ดาวหลาย ๆ ดวงอยู่ในตำแหน่งที่ดีมาแต่เดิม แต่ที่ผ่านมาต้องลำบากลำบนเพราะยังไม่ถึงเวลา ต่อเมื่อถึงเวลาดาวจรมาอยู่ในจุดที่ผสมกับดาวเดิมที่ให้คุณในทุกจุด และมีพลังแรง รวมทั้งดาวในทักษาก็อยู่ในจุดที่พอดี ชีวิตจึง โป๊ะเชะ !!
 
เพราะฉะนั้นความรู้ในเรื่องโหราศาสตร์ของเกจิอาจารย์จึงเป็นสิ่งสำคัญ แต่ไม่ได้หมายความว่า วัตถุมงคลของเกจิอาจารย์ที่รู้เรื่องนี้จะช่วยได้แบบวัตถุมงคลของท่านพ่อทุกองค์ ที่ผ่านมาผมได้ใช้วัตถุมงมลมามากมายหลายชนิด และหลายเกจิอาจารย์จะมีบ้างที่มีความรู้สึกในเรื่องนี้ แต่ยังไม่ถึงระดับขององค์ท่านพ่อ แต่ไม่ได้หมายความว่าวัตถุมงคลของเกจิอาจารย์จะไม่ดี มีหลายองค์ที่ดีเด่นและแรงในเรื่องอื่น ๆ ที่ใช้ในเรื่องเฉพาะหน้า
 
สำหรับเกจิอาจารย์ที่จะช่วยแล้ว โดยส่วนใหญ่จะต้องพบกับตัวท่านจริง ๆ แต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนชะตาชีวิตจากหน้ามือเป็นหลังมือ คือไม่สามารถเปลี่ยนดวงดาวที่กำหนดในดวงมาตั้งแต่เกิด

สุวัฒน์

                                           ----------------------------------


06/11/2012 : 13:24:44
สวัสดีครับ
 
ทุกอย่างในโลกนี้ธรรมชาติเขาจัดการให้หมด ถ้าเป็นการกระทำของมนุษย์กรรมก็จะเป็นผู้จัดการให้
 
ถ้าไม่มีขี้เถ้า เราก็จะไม่รู้ว่าเพชรนั้นดีอย่างไร ถ้าไม่มีความทุกข์เราก็จะไม่รู้ว่าความสุขนั้นเป็นอย่างไร เป็นธรรมดาของโลก
 
ดีใจด้วยครับที่คุณชัชชนเชื่อมั่นว่าองค์ท่านพ่อเมตตา ไม่ให้เจอและถูกดูดเงินจากคณะจำอวดพาณิชย์ สิ่งสำคัญคือไม่ใช่การเจอพวกผม แต่คือการได้กราบไหว้และเจอท่านพ่อของจริง ขอให้คุณชัชชนได้ครอบครองพระผงสุริยัน จันทรา 30 ครับ
 
มีนักสะสมคนหนึ่งได้พูดคุยกับผม เขาหวั่นไหวกับกระแสของวัตถุมงคลจตุคามรามเทพ แต่เขาก็เสียดายไม่อยากปล่อย เขาบอกว่าเวลาเปิดกล่องออกมาทีไรก็รู้สึกมีความสุข เพราะเขาชอบในศิลปของพระผงสุริยัน จันทรา ผมจึงบอกไปว่าแค่นี้คุณก็ได้ประโยชน์อย่างมหาศาลแล้ว และถ้ายังมีอานุภาพในการช่วยเหลือคุณด้วยจะขนาดไหน จะไปสนใจกระแสให้เสียความรู้สึกและหงุดหงิดทำไม
 
ผมบอกไปว่าถึงแม้ภายนอกจะเงียบ แต่มีคนแอบเก็บกันอยู่ตลอดเวลา มีนักสะสมอย่างน้อย 3 คน ที่ผมรู้จัก มีพระราคาแพง ๆ อย่างพระสมเด็จคนละมากมายหลายองค์ แต่เขาไม่ได้แขวน กลับมาแขวนพระท่านพ่อ บางคนถอดออกเอาพระขององค์ท่านพ่อแขวนแทน ทั้งพระผงสุริยัน จันทรา และพระปิดตาคันฉ่อง นอกจาก 3 ท่านนี้แล้วยังมีคนเล่าให้ผมฟังว่า อีกหลายคนที่ใช้วัตถุมงคลของท่านพ่อทั้ง ๆ ที่มีพระราคาแพงอยู่มาก
 
คนที่มีความเชื่อมั่นในองค์ท่านพ่อ จะไม่ยอมทอดทิ้งยังคงติดตัวอยู่ไม่ยอมห่าง และไม่สนใจกระแส บางคนคิดว่าดี จะได้เก็บพระท่านพ่อในราคาไม่แพง
 
แต่ยังมีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่เขาเอือมระอากับคณะจำอวดพาณิชย์ เพราะเขาเห็นพฤติกรรมแล้วรู้สึกทุเรศทุรัง ก็เลยไปหาของอื่นทั้ง ๆ ที่รู้ว่าวัตถุมงคลของท่านพ่อนั้นสุดยอด ส่วนคนที่จะเข้ามาใหม่บางคนเห็นแล้วหมดศรัทธาท่านพ่อไปเลย
 
มีเซียนพระหลายคนทั้งภาคกลางและภาคใต้ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ที่วงการจตุคามตกต่ำลงไปเรื่อย ๆ ในทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งซึ่งเป็นส่วนที่ค่อนข้างมากก็เพราะการกระทำของ
 
ท่านอภิมหาเดโชจำอวดคณะนี้นั่นเอง

สุวัฒน์

                                         ------------------------------


- 08/01/2013 : 09:42:09
สวัสดีครับ
 
ก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่าคุณรังสิตจะปลีกวิเวก แต่มาดูตัวเองก็หายไปเหมือนกัน ส่วนใหญ่ก็จะหายกันไปหมด คงเป็นผลมาจากวันปีใหม่ หลายท่านคงคิดว่าไม่มีใครเข้ามาดู หลายท่านก็อาจจะไปฉลองปีใหม่ที่ต่างจังหวัด
 
สำหรับผมไม่ได้ไปไหนตลอดเวลาที่หยุดปีใหม่ นั่งขมักเขม้นทำลูกประคำจากไม้ตะเคียนที่เหลืออยู่ เป็นไม้ตะเคียนที่แกะเสาหลักเมืองนครศรีธรรมราช ตอนแรกก็คิดอยู่ว่าจะทำอะไรดี จนตัสินใจว่าจะทำลูกประคำ แต่ไม่รู้ว่าจะไปจ้างใครทำ เพราะไม้มีใหญ่บ้างเล็กบ้าง รูปร่างก็ไม่เป็นระเบียบ
 
จนกระทั่งได้คุยกับโกเนี้ยว ๆ จึงส่งอุปกรณ์ดอกสว่านมาให้ยืม แต่ผมไม่มีแป้นมาตรฐาน จึงต้องใช้มือและสายตาเล็งเอา ทำให้ลูกประคำเบี้ยว ๆ บูด ๆ ต้องใช้กระดาษทรายขัดแต่งจนเจ็บนี้ว ป่านนี้ยังไม่เสร็จเลย
คำอธิบาย: http://www.rachandam.com/chat/album/upload/20130108-9411.jpg
 
ดอกสว่านที่โกเนี้ยวส่งมาให้
คำอธิบาย: http://www.rachandam.com/chat/album/upload/20130108-8591.jpg
 
ไม้ที่เจาะแล้ว
คำอธิบาย: http://www.rachandam.com/chat/album/upload/20130108-9129.jpg
 
ลูกประคำที่ได้ขั้นต้น
คำอธิบาย: http://www.rachandam.com/chat/album/upload/20130108-4332.jpg
 
ลูกประคำที่ขัดแล้ว

สุวัฒน์

                                        ----------------------------------


01/07/2013 : 15:09:51
มาต่อครับ
 
พอทำเรื่องศาสตราวุธ ประกอบกับมีคนมาพูดถึงความหลังในเรื่องที่ผมโดนกลุ่มคนที่มีจิตใจไม่ใช่มนุษย์มะนาใส่ร้ายป้ายสี ทำให้ผมนึกถึงการกระทำที่สร้างความเสื่อมเสียให้กับองค์ท่านพ่อโดยอ้างชื่อท่านและใช้วัตถุมงคลของท่านเป็นเครื่องมือ
 
การที่ผมต้องพูดเรื่องนี้ก็เพื่อปกป้องชื่อเสียงเกียรติภูมิขององค์ท่านพ่อ เพราะมีพวกจิตทรามบางพวก อ้างว่าเป็นท่านพ่อและเอามีดซึ่งเป็นวัตถุมงคลขององค์ท่านพ่อมากรีดคนนั้นกรีดคนนี้ เพื่อให้คนที่ถูกทำถึงตาย หรือไม่ก็เจ็บป่วย และให้ฉิบหายล่มจม สมัยที่พวกผมโดนนั้นทำโดยไม่เปิดเผย แต่ตอนหลังนี่โชว์ออกออนไลน์เลย เพราะต้องการข่มขู่ผู้คน และแสดงอำนาจว่ากูเจ๋ง
 
พฤติการณ์และพฤติกรรมแบบนี้ไม่ผิดอะไรกับการทำคุณไสย ซึ่งเป็นเดียรัจฉานวิชา จิตใจของพวกนี้ก็เหมือนกับไอ้พวกที่ผมกล่าวมาข้างตน ก็คือการประกอบกรรมชั่วที่มีลักษณะแบบหมาลอบกัด แต่ตอนหลังนี่กัดโชว์ซะเลย
 
คำโบราณที่เขาเปรียบเทียบคนที่ทำแบบนั้นว่าหมาลอบกัด สำหรับผมคิดว่าหมาบางตัวยังมีจิตใจเมตตาช่วยเหลือผู้คน ซื่อสัตย์รับใช้เจ้านาย ดู ๆ ไปยังดีกว่าคนบางคนเสียอีก
 
สิ่งที่เลวร้ายก็คือการนำเอาท่านพ่อมาย่ำยี ปู้ยี่ปู้ยำ ด้วยการแสดงและกล่าวอ้างว่าเป็นท่านพ่อและใช้วัตถุมงคลของท่านไปทำร้ายคน ยัดเยียดความไม่ดีใส่องค์ท่านพ่อ ผมว่าเลวกว่าคนที่ใช้เดียรัจฉานวิชาและทำด้วยตัวเองเสียอีก
 
องค์ท่านพ่อเป็นพระโพธิสัตว์ ไม่มีทางที่ท่านจะทำร้ายใคร มีแต่จะเมตตาแผ่บารมีช่วยเหลือผู้คน ถึงแม้ว่าปัจจุบันบารมีท่านเต็มแล้วท่านก็ยังช่วยเหลืออยู่อย่างเต็มที่ แต่ไอ้พวกนี้เอาไปทำเสียหายหมด
 
ถามว่าแล้ววัตถุมงคลมีดที่พวกนี้เอาไปทำร้ายคนแบบนี้จะทำอันตรายคนได้หรือเปล่า ผมขอตอบโดยไม่ต้องคิดเลยว่าไม่ได้ เพราะท่านพ่อไม่ให้ทำแน่นอน วัตถุมงคลที่อยู่ในมือพวกนี้และนำไปทำเรื่องชั่ว ๆ จะหมดความศักดิ์สิทธิ์ไปทันที แต่ถ้าวัตถุมงคลชิ้นเดียวกันนี้กลับไปอยู่ในมือของคนดี มีคุณธรรม มีศีลธรรม ก็จะกลับมาศักดิ์สิทธิ์ได้ใหม่
 
การกระทำแบบนี้เป็นเรื่องน่าอาย ผมเห็นแล้วยังอาย และที่เจ็บใจก็คือพวกมันมาทำให้ท่านพ่อเสียชื่อเสียง คนสติดี ๆ เขาเห็นแล้วเขาก็ต้องถอยห่างไม่ร่วมสังฆกรรมด้วย อย่าหวังว่าเขาจะเข้าไปกราบไหว้ ศรัทธาเคารพนับถือ พวกที่จะเข้ามาใหม่ ๆ บางคนอาจจะคิดว่าท่านพ่อเป็นแบบนี้หรือ ไม่ยุ่งดีกว่า
 
ส่วนคนที่เข้าไปยกย่องศรัทธา นอกจากโง่แล้วยังสติไม่ดีอีกต่างหาก ไม่สามารถแยกแยะดีชั่ว หรือถ้าไม่เป็นอย่างที่ว่า ก็ต้องเป็นคนที่มีจิตใจระดับเดียวกับพวกที่ทำเรื่องชั่ว ๆ แบบนี้ พวกนี้เป็นพวกซาตาน
 
การกระทำด้วยวิธีการอาถรรพ์เหล่านี้ มันจะย้อนกลับไปหากลุ่มคนทำ ในชั่วชีวิตนี้จะไม่มีความสุขความเจริญแน่นอน ผมไม่ได้แช่ง แต่นี่เป็นคำบอกเล่าของครูบาอาจารย์มาตั้งแต่สมัยโบราณ
 
และอย่าหวังไปเลยว่าไอ้คนพวกนี้จะทำวัตถุมงคลได้ศักดิ์สิทธิ์ ไม่มีทางทำได้อย่างแน่นอน
 
พวกที่ลุ้น สนับสนุน และเชียร์อยู่ข้าง ๆ เพื่อความสะใจที่เห็นคนถูกทำจะทุกข์ร้อนล่มจม และบางคนอาจจะลุ้นให้คนนั้นโดนคนนี้โดน ก็เตรียมตัวไว้ได้เลย
 
จะต้องถูกนำมาร้อยเข้าพวงเดียวกับไอ้ตัวหัวโจก
 
และพากันลงนรก
 
สุวัฒน์

                                -----------------------------------------

01/07/2013 : 18:20:06
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากให้สาธุชนพิจารณาก็คือ ผมและเพื่อน ๆ อีกหลายคนถูกด่าและกล่าวหาว่าเป็นพวกฝนตกขี้หมูไหล คนจัญไรมารวมกัน
 
พวกเราสร้างวัตถุมงคลองค์ท่านพ่อจตุคามรามเทพ และนำเงินไปทำบุญ
 
พวกที่ด่าพวกเราเป็นพวกที่เอาวัตถุมงคลในนามองค์ท่านพ่อและแสดงตนว่าเป็นท่านพ่อไปทำร้ายคนอื่น เป็นการทำแบบทำคุณไสย ทำให้ภาพลักษณ์ขององค์ท่านพ่อเสียหาย
 
ทุกท่านลองพิจารณาซิว่า พวกไหนตรงกับคำโบราณที่ว่า
 
ฝนตกขี้หมูไหล คนจัญไรมารวมกัน (ตกนรก)

สุวัฒน์ 

                                                  --------------------------


02/07/2013 : 16:05:30
มีคนถามผมว่า วัตถุมงคลถ้าอยู่ในมือคนไม่ดีจะไม่ศักดิ์สิทธิ์จริงหรือ ผมอยากจะเล่าเรื่องหนึ่งให้ฟัง ในสมัยหลายสิบปีมาแล้วมีตำรวจนายหนึ่งกับโจรคนหนึ่งดวลปืนกัน ปรากฏว่าถูกปืนด้วยกันทั้งคู่ โจรถูกยิงเสียชีวิตแต่ตำรวจถูกยิงไม่เข้า ทั้งคู่แขวนพระคนละ ๑ องค์ เป็นพระรุ่นเดียวกันคือหลวงปู่ทวดเนื้อว่านปี ๒๔๙๗ แท้ทั้งคู่
 
นี่คือสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าวัตถุมงคลนั้นจะสื่อได้กับคนดี (แสดงว่าตำรวจคนนี้เป็นคนซื่อสัตย์สุจริต) ดังนั้นมีดท่านพ่อที่เอาไปใช้ในทางที่ไม่ดีย่อมไม่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นเหตุผลของวัตถุมงคลโดยทั่วไป เพราะวัตถุมงคลจะปกป้องแต่คนดี และไม่ทำร้ายใคร
 
ไม่ใช่เหตุผลที่คนสติไม่ดีกล่าวบอกว่า ท่านพ่อปลุกเสกถอนปลุกเสกทำให้วัตถุมงคลนั้นไม่ศักดิ์สิทธิ์ เรื่องนี้คนได้ยินได้ฟังได้อ่านต่างหัวร่อกันงอหายว่า มันคิดได้ไง กล่าวหาว่าท่านพ่อชักเข้าชักออก ของจริงก็คือเมื่อปลุกเสกแล้วก็จบ ถ้าไปใช้ในทางไม่ดีก็ไม่ศักดิ์สิทธิ์ ถ้าไปอยู่ในมือคนดีก็ศักดิ์สิทธิ์
ความคิดของคนพูดก็เหมือนกับเด็กเล็ก ๆ ที่ยังไม่เข้าเรียนอนุบาลเล่นขายของกัน ให้ของเพื่อนไปแล้วพอโกรธก็ขอคืน แต่เด็กเล็ก ๆ เราก็เข้าใจและรู้ว่าสมองยังไม่เติบโต ผู้ใหญ่ที่คิดแบบนี้ก็เป็นพวกสมองไม่โต พูดง่าย ๆ ก็คือโง่ ยังมีเรื่องโง่อีกหลายเรื่องที่ออกมาเปิดเผยให้คนเห็น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการตอกโค้ดตอกเบอร์ที่วัตถุมงคล เรื่องพิมพ์ของเหรียญพังพระกาฬ และอีกหลายเรื่องที่พยายามแสดงให้คนเห็น

 
พฤติกรรมต่าง ๆ เหล่านี้ตรงกับคำของผู้ใหญ่สมัยโบราณที่ว่าเด็กว่า
 
เรื่องโง่ ๆ ละก็ ฉลาดนัก

สุวัฒน์

                                           ------------------------------------

07/07/2013 : 23:39:14
สวัสดีครับ
 
ที่จริงก็ไม่อยากไปสนใจหรอกครับ ถ้าที่ผ่านมาไม่เกี่ยวกับตัวเรา และไม่เกี่ยวกับเรื่องขององค์ท่านพ่อและวัตถุมงคลของท่าน
 
เรื่องที่ทำให้ท่านพ่อเสียชื่อเสียงซึ่งได้พูดไปแล้ว เรื่องที่ทำให้วัตถุมงคลในนามขององค์ท่านพ่อเกิดความสับสนที่อยากจะกล่าวถึงก็คือ เหรียญพระปิดตาพังพระกาฬ
 
เรื่องเหรียญนี้เคยพูดถึงการปั๊มเหรียญขี้กลาก และเหรียญผดไปแล้ว แต่ก็มีอีกกรณีหนึ่งคือการพยามที่จะเสนอข้อมูลที่สับสนทั้งพูดเองเขียนเอง และไปลงหนังสือพิมพ์ว่า ไม่มีหรอกรุ่นหนวดสั้น หนวดยาว แต่พอพูดถึงเนื้อทองคำก็บอกว่ามีแต่หนวดสั้น ไม่มีหรอกหนวดยาว หนวดยาวทำทีหลัง
 
ก็ถ้าบอกว่าไม่มีหนวดสั้น หนวดยาว แล้วพอพูดถึงเนื้อทองคำดันทะลึ่งว่ามีแค่หนวดสั้น (แล้วมันมีได้ไง) พูดให้มันสับสนไว้
 
ที่จริงตามที่เขาเล่นกันนั้นในสนามและนักสะสมไม่มีใครเขาพูดกันว่ารุ่นหนวดสั้น รุ่นหนวดยาว เขาแบ่งแยกกันว่าเป็นพิมพ์หนวดสั้น หนวดยาว ซึ่งในสมัยแรก ๆ ที่ผมได้เข้ามาเล่นเขาเรียกกันแบบนี้ แต่ผมและเซียนพระบางคน ดูแล้วเห็นว่าเรียกไม่ถูก เพราะจุดที่เรียกว่าสั้นยาวนั้นไม่ใช่หนวด แต่ควรจะเป็นเคราสั้น เครายาว เพราะอยู่ใต้คางของงู ถ้าเรียกเครามาตั้งแต่แรกก็คงไม่ค่อยเท่าไหร่
 
แต่ด้วยการเรียกหนวดสั้น หนวดยาวนี่แหละทำให้เกิดปัญหา เพราะมันทำให้คนที่หนวดสั้นกว่าหงุดหงิด และเป็นหนามยอกใจมาโดยตลอด เพราะสู้คนหนวดยาวไม่ได้
 
มันเป็นยังไง เดี๋ยวค่อยมาว่ากันต่อ

สุวัฒน์

                                             ------------------------------


 
08/07/2013 : 18:03:26
 
มาต่ออีกหน่อย
 
ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า การที่เรียกหนวดสั้น หนวดยาว เขาแบ่งพิมพ์เพื่อใช้ในการวิเคราะห์เก๊ แท้ ซึ่งผู้คนเขาก็เข้าใจได้ดีกันโดยทั่วไป แต่ก็มีคนไม่พอใจ เรื่องนี้ก็มีเหตุผลที่เข้าใจได้
 
เพราะหลังจากแบ่งพิมพ์แล้วดันมีคนไปให้นิยามขึ้นมาอีกว่า
 
หนวดยาวขุนพันธ ฯ หนวดสั้นขุนไม่เชื่อง
 
เอ๊ย ! ! ไม่ใช่ เขาเรียกว่าขุนอะไรน้า เขาเรียกอีกขุนหนึ่งอย่าไปพูดถึงเลย ขอเรียกเป็น ขุนปีศาจคุณไสยดีกว่า จะได้เห็นชัดเจนว่าฝ่ายไหน ธรรม ฝ่ายไหน อธรรม เรื่องหนวดนี่คือเรื่องของคนนะ ไม่เกี่ยวกับเหรียญ
 
พอแบ่งออกเป็น 2 พิมพ์แบบนี้ ทำให้ไปเข้าค่านิยมของคนเล่นพระ คือชอบพระที่แก่ ๆ เพราะดูแล้วขลังดีอย่างเช่น พระผงสุพรรณพิมพ์หน้าแก่ราคาก็จะแพงกว่าหน้ากลาง หน้าหนุ่ม
 
ดังนั้นพิมพ์หนวดยาวจึงได้รับความนิยมมากกว่า และราคาแพงกว่า ทั้ง ๆ ที่มีจำนวนมากกว่าหนวดสั้น เพราะทุกคนเข้าใจว่าหนวดยาวนั้นแก่กว่า ประกอบกับความหมายของหนวดยาวหมายถึงขุนพันธ ซึ่งเป็นคนที่คนทั่วไปเคารพศรัทธามากกว่าคนหนวดสั้น
 
คนหนวดสั้นจึงโมโหโกธา และพยายามดิสเครดิตท่านขุนพันธมาโดยตลอด จึงพูดอยู่เสมอ ๆ ว่า ไม่มีหรอกหนวดสั้น หนวดยาว
 
ค่อยมาต่อครับ

สุวัฒน์

                                       --------------------------------------


10/07/2013 : 10:25:25

ต่อครับ
 
ด้วยเหตุที่เรื่องหนวดสั้น หนวดยาว เป็นความบังเอิญหรือเกิดจากอาถรรพ์ก็ไม่อาจทราบได้ เพราะไปพ้องกับข้อเท็จจริงที่มีคน 2 คน มีหนวดสั้นและหนวดยาว
 
สำหรับหนวดยาวของท่านขุนพันธฯ นั้น ท่านเป็นผู้ที่มีตบะ บารมีสูง เป็นที่เคารพศรัทธาของประชาชนทั่วไป และหนวดของท่านก็ยาวโง้งสวยงาม น่าศรัทธามาก ผู้คนจึงไปเปรียบเทียบกับเหรียญหนวดยาว จึงเชื่อมั่นในเหรียญหนวดยาว ราคาจึงสูงขึ้นแพงกว่าเหรียญหนวดสั้น
 
ความจริงเหรียญทั้งสองพิมพ์ศักดิ์สิทธิ์เท่ากัน และราคาในยุคแรก ๆ ก็ใกล้เคียงกัน แต่ยิ่งนานราคาเหรียญหนวดยาวยิ่งทิ้งห่าง เพราะคนหนวดสั้นทำตัวโหลยโท้ย ไม่เป็นที่เคารพศรัทธาของคน ที่สำคัญก็คือมีเหรียญขี้กลากที่เป็นหนวดสั้นออกมา ตามที่ผมได้เคยพูดถึงเรื่องนี้ไว้แล้ว จึงมีผลกระทบต่อราคา
 
ด้วยความอิฉา ริษยาตั้งแต่แรก ว่าทำไมคนทั่วไปมีแต่ขุนพันธ ๆ อะไรก็ขุนพันธ คนหนวดสั้นกว่าขุนพันธ จึงแน่นหน้าอก พยายามดิสเครดิตขุนพันธอยู่ตลอดเวลา เพราะตัวเองอยากมีบารมีเทียบเท่าหรือสูงกว่า คนจะได้มาศรัทธาบ้าง ผมมีเทปอัดไว้หลายตอน
 
โดยทั่วไปคนเราที่เป็นวิญญูชน ถ้าอยากมีบารมีเหมือนกับคนอื่นหรือเทียบเท่าคนอื่นนั้น ต้องสร้างบารมีของตัวเองขึ้นมาให้คนเขาเห็น เขาศรัทธา ไม่ใช่พยายามไปลบบารมีของคนที่ตัวเองจะแข่งด้วย สัจจธรรมที่คนมีสติปัญญาเขารับรู้กันโดยทั่วไปต่างก็ทราบว่า การพูดการกระทำทั้งหลายนั้นมันจะไปลบบารมีตัวเอง
 
ผมอยากจะแนะนำว่า ถ้าอยากเทียบบารมีของท่านขุนพันธรักษ์ราชเดช ให้ไปปลูกหนวดตัวเองให้ยาวโง้งสวยงามเสียก่อน แล้วค่อยมาเปรียบ หนวดที่ผมว่านี่คือบารมีนะจ๊ะ
 
ยังมีต่อครับ

สุวัฒน์

                                         ---------------------------------


16/07/2013 : 15:57:18

ขอโทษทีครับ นึกว่าเพิ่งเขียนไปไม่นาน ถ้ารีบมาต่อเดี๋ยวคนจะเบื่อ
 
ตอนนี้คงต่อได้แล้วนะครับ
 
ด้วยความที่คนให้ความนิยมกับพิมพ์หนวดยาวมากกว่า และราคาก็สูงกว่า คนที่หนวดสั้นรู้สึกว่าเสียหน้า จึงฟาดงวงฟาดงากล่าวหาว่าไม่มีหรอกพิมพ์หนวดยาว และมีแค่พิมพ์เดียวเท่านั้น ตามที่ผมได้เรียนมาแล้วข้างต้น
 
แต่โดยข้อเท็จจริงนั้นมีหลักฐานอยู่โทนโท่ เห็นอยู่ตำตา ว่าเหรียญพระปิดตาพังพระกาฬนั้นมีอยู่ 3 บล็อค คือเคราสั้น 2 บล็อค เครายาว 1 บล็อค (มี 2 พิมพ์ ) ถ้าเล่นอย่างละเอียดเขาจึงจัดเป็น 4 พิมพ์ ในส่วนของผมเรียกเครา แต่พอพูดถึงปัญหาผมจะเรียกหนวด
 
คนที่คุยว่ามีแค่พิมพ์เดียวนั้น คุยโม้คุยโตว่าตัวเองเป็นเซียนใหญ่ แต่ที่เห็นนั้นเป็นเซียนใหญ่ในกะลา ไม่ได้เข้าใจเรื่องของคนในวงการเลยว่า การที่เขาแบ่งแยกพิมพ์นั้นเพื่อการพิจารณาเก๊แท้ แต่ความริษยามันมาครอบงำสติปัญญา จึงพยายามจะไม่ให้มีหนวดยาว
 
ผมเคยเห็นนักเล่นพระซึ่งเปิดศูนย์จำหน่ายพระจตุคามอยู่ เอาพระจตุคาม 30 ไปให้คนที่คุยว่าตัวเองเป็นเซียนใหญ่ดูจำนวน 6 องค์ พอเปิดกล่องขึ้นมาก็บอกว่าเก๊หมด นักเล่นคนนั้นเดินออกมาส่ายหัว และก็เอาไปขายได้หมด นี่ไม่ใช่เซียนใหญ่หรอกครับ แต่เป็นเสี้ยนอันใหญ่ของวงการจตุคาม
 
กลับมาที่เหรียญพระปิดตาพังพระกาฬ ในตอนที่ปลุกเสกเสร็จใหม่ ๆ ท่านพ่อบอกให้แบ่งเหรียญไปให้ท่านขุนพันธรักษ์ราชเดช ด้วยความที่งกและไม่ให้เกียรติท่านขุนพันธ ก็เลยเลือกเหรียญที่คิดว่าไม่สวยและถือเป็นเหรียญที่ชำรุด คือเหรียญที่มี่สีขาวเลอะ ๆ หรือที่เราเรียกกันว่าเหรียญลายในปัจจุบันนี้ นำไปให้ท่านขุนพันธจำนวน 2 พันเหรียญ (เหรียญลายอาจจะมีไม่ถึง)
 
ท่านขุนพันธ จึงนำเหรียญทั้งหมดไปให้สำนักเขาอ้อที่ท่านได้ฝึกฝนวิชาอาคมมา เพื่อจำหน่ายหาเงินเข้าวัด โดยที่ท่านไม่ยึกยักเก็บไว้เลย นี่แสดงให้เห็นว่าท่านเป็นสุภาพบุรุษที่มีจิตใจงาม และไม่มีความโลภ อันเป็นคุณลักษณะของเอกบุรุษ และนี่อาจจะเป็นลักษณะของคนที่มีหนวดยาวก็เป็นได้
 
ที่นี้กลับมาเรื่องของเหรียญที่บอกว่าเลอะและชำรุด ที่คัดให้ท่านขุนพันธไปนั้น ในเวลาต่อมาธรรมชาติก็แสดงให้เห็นถึงความยุติธรรม หรือธรรมชาติอยากจะฝากบอกไปยังคนหนวดสั้นบางคนให้รู้สำนึกเสียบ้าง เพราะต่อมาเหรียญที่ว่าชำรุดนี้แหละ ราคาแพงกว่าเหรียญปกติหลายเท่า และที่ตอกย้ำให้ทุกคนเห็นและตระหนักถึงเดชะบารมีของท่านขุนพันธก็คือ เหรียญลายเหล่านี้เป็นเหรียญหนวดยาวทั้งหมด คนหนวดสั้นอย่าแหยม สำรวมใจเสียบ้าง
 
นี่แหละครับธรรมชาติ ดวงชะตาและบารมีของคนนั้นไม่มีอะไรไปบังคับขัดขวางได้ เรื่องนี้ก็เหมือนการแบ่งมรดกของพ่อแม่ให้กับลูกหลาน ถ้าเป็นลูกรักก็ให้ที่สวน ถ้าเป็นลูกชังก็ให้ที่ชายทะเล พอเวลาล่วงเลยผ่านไป ที่ชายทะเลราคาแพงลิบลิ่ว คนที่ได้ที่สวนนั้นต้องนั่งทำตาปริบ ๆ ก็คงต้องบอกว่า
 
อุปมาที่ชายทะเลฉันใด อุปมัยเหรียญลายก็ฉันนั้น
 
ยาวมากแล้วครับคุณรังสิต เดี๋ยวจะเบื่อเสียก่อน
 
ข้อมูลอื่น ๆ ก็เอาเก็บไว้บ้าง อย่าไปสนใจเลยครับ

สุวัฒน์

                                     --------------------------------------


20/07/2013 : 07:26:00
สวัสดีครับ
 
วันนี้ขอลาไปปฏิบัติธรรมสัก 2 วันนะครับ ก่อนไปมาว่ากันหน่อย
 
ตั้งแต่ผมเริ่มรู้จักบุคคลกลุ่มนี้และได้เห็นอะไรหลายอย่างที่บอกตรงๆว่ารับไม่ได้เพราะการกระทำไม่เหมือนกับบุคคลทั่วไป ขอยกมาสัก 2 ข้อ
 
เช่น 1. พูดอีกอย่างทำอีกอย่าง
 
2. ด่าคนอื่นแต่ตัวเองทำ
 
ข้อมูลข้างต้นสามารถหาได้จากสื่อทั่วๆไป
 
ตั้งแต่หนังสือเล่มดำ บทความข้อเขียนต่างๆ ตอนแรกบอกไม่มีพอจำนนด้วยหลักฐานก็ยอมรับการกระทำแบบนี้
 
จะให้มวลชนเคราพนับถือก็คงยาก
 
มีอย่างเดียวมวลชนหนีหมด
 
ทำไม่คิดไม่เป็นผมไม่เข้าใจ
 

๙๙๙ผมจำเป็นต้องพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพราะคนมันไม่มีสัจจะ๙๙๙
[email protected]

Edited by - rangsitb on 20/07/2013 07:27:25

                                               -------------------------

24/07/2013 : 16:49:47
สวัสดีครับ
 
เป็นไงบ้างครับกลับจากการปฏิบัติธรรมแล้ว ปลงกับพฤติกรรมของพวกจำอวดคณะซาตานหรือยังครับ คุณรังสิตน่าจะพาไปด้วยนะ ความบ้าของพวกนี้จะได้น้อยลง แต่ก็อย่างว่าแหละครับคนมันจะเลวน่ะ ให้ไปปฏิบัติธรรมก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร เพราะไอ้พวกที่บวชเองยังเลวได้สุดยอด ห่มผ้าเหลืองประพฤติตนเป็นเดียรัจฉานหลอกชาวบ้านไปวัน ๆ แล้วไอ้พวกที่คุณรังสิตบอกว่าทำไมคิดไม่เป็นมันจะไม่เลวได้ไง
 
สิ่งที่พวกนี้แสดงออกมันเป็นเรื่องที่ น่าสงสาร น่าสมเพท น่าทุเรศสุด ๆ
 
ลองมาไล่เรียงกันดูคร่าว ๆ ก็ได้ครับ
 
เรื่องแรกคือกล่าวหาโจมตีวัตถุมงคลขององค์ท่านพ่อที่อยู่ภายนอก ที่คนอื่นเขาครอบครองบอกว่าเป็นของเก๊ ของแท้มีอยู่ที่พวกมันเท่านั้น และพวกที่มีอยู่ข้างนอกก็ซื้อมาจากพวกมันนั่นแหละ พอเอากลับไปให้ดูก็บอกว่าเก๊ต้องซื้อใหม่ ถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็บอกว่าท่านพ่อปลุกเสกถอนปลุกเสกไปแล้ว ความคิดที่จะทำพฤติกรรมแบบนี้ก็คือ พวกมันคิดว่าคนทั่วไปที่เขานับถือศรัทธาองค์ท่านพ่อเขากินหญ้า ก็อาจจะมีอยู่บ้างที่กินหญ้าหลงเข้าไปเป็นเหยื่อพวกมัน แต่คนส่วนใหญ่จำนวนมากเขาไม่ได้เป็นอย่างที่พวกนี้คิด เขากลับมองว่าอยู่ดี ๆ ก็มาด่าของตัวเองว่าเก๊ มันน่าจะเป็นพวกกินหญ้าเสียมากกว่า พฤติกรรมแบบนี้ดูไปแล้ว
 
น่าสงสาร
 
อีกเรื่องหนึ่งก็คือ เทียวไปด่าพวกที่เขาจำหน่ายพระ ทั้งพวกเปิดศูนย์พระเครื่องและไม่เปิดศูนย์ว่า ไอ้พวกพุทธพาณิชย์ ด่าว่าเขาเสีย ๆ หาย ๆ โดยไม่ดูตัวเองว่าที่ตัวเองทำนั้นมันเป็นอะไร ก็ขายเหมือนกัน ขายแบบชนิดที่พวกเราเรียกว่าโคตรพุทธพาณิชย์ เพราะตอนหลังนี่ลงโฆษณาอย่างหนัก อัดลดแลกแจกแถมอย่างเต็มที่ ถ้าคิดว่าตัวเองไม่ใช่พุทธพาณิชย์ แล้วไปลงโฆษณาในหนังสือพระเครื่องทำไม ทำไมไม่ไปลงโฆษณาในหนังสือขายรถ ขายบ้าน ขายมือถือ และไอ้การลดแลกแจกแถมนั่นนะ แสดงให้เห็นว่า ไม่มีใครเขาไปใส่ใจสนใจของที่ปลุกเสกโดยการทรงปลอมแล้ว จึงต้องเชิญชวนแบบแบไต๋เลยว่ากูบ้อท่าแล้ว โธ่ ! ของดีของศักดิ์สิทธิ์จริงน่ะ มีแต่คนเขาไปเข้าคิวรอซี้อกันอย่างมืดฟ้ามัวดิน พฤติกรรมแบบนี้เขาเรียกว่า
 
น่าสมเพท
 
อีกเรื่องที่เคยวิสัชนาไปแล้วก็คือ การทรงปลอมเป็นองค์ท่านพ่อจตุคามรามเทพ แล้วเอามีดซึ่งเป็นวัตถุมงคลที่ปลุกเสกโดยองค์ท่านพ่อมาทำคุณไสยกรีดทำร้ายคนโดยทั่วไป เป็นการสร้างภาพอันอัปยศอดสูให้กับองค์ท่านพ่อจตุคามรามเทพ เป็นการทำลายชื่อเสียงของท่านพ่ออย่างไร้ยางอาย อย่างที่คุณรังสิตบอกว่าทางใต้นั้นมีการทำคุณไสยกันเยอะมากทั้งฆราวาส และพระ ถ้าเป็นฆราวาสมันก็ชั่วสุดยอดอยู่แล้ว ถ้าเป็นพระมันก็อภิมหาโคตรชั่วเลยครับ ความชั่วระดับนี้ก็พอ ๆ กับไอ้พวกคณะจำอวดที่แอบอ้างท่านพ่อมาทำร้ายคนอื่น พฤติกรรมแบบนี้เป็นสิ่งที่
 
น่าทุเรศสุด ๆ
 
พฤติกรรมทั้งหลายดังกล่าวมานี้เป็นเพียงบางส่วน แต่แค่บางส่วนนี่รวมกันแล้วก็ต้องบอกว่า ไอ้คณะจำอวด และพวกทำคุณไสยทั้งฆราวาสและพระ(ปลอม) เป็นพวกที่
 
เลวแบบ ซี้ดปากเลยอ่ะ
 
บางท่านอาจสงสัยว่าเลวแค่ไหน ต้องขอบอกว่าเลวชนิดที่
 
ยมบาลยังเบือนหน้าหนี

สุวัฒน์

 

                                          -------------------------------

27/07/2013 : 08:57:58
กระทู้นี้ต้องบอกว่า กระทู้นี้ผมเวียนอ่านมาหลายครั้ง ว่าบ้านเมืองเรามันเกิดอะไรขึ้นทำไม่ถึงใด้ตกต่ำขนาดนี้
 
ตั้งแต่ฆารวาสยันพระสงฆ์ ล้วนแล้วแต่ทำบาปทำกรรมชนิดไม่มีคุณธรรม ไม่กลัวเวรกรรม มีแต่ความโลภ ความไม่รู้จักพอ
 
หาเงินกันทางลัด โกงได้โกง ใช้เลห์กลทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินมา คนเรามันไม่ได้โง่กันทุกคนหรอก สักวันหนึ่ง น้ำกับน้ำมันรวมกันไม่ได้ฉันใดคนดีกับคนเลวก็ฉันนั้น สักวันหนึ่งถ้าไม่มีความจริงใจให้กันแล้ว คนเราแสร้งทำดีกันได้ไม่นานหรอกความจริงก็ปรากฎอย่างที่เราเห็นๆกัน
 
ทำให้ทุกอย่างสุดท้าย เมื่อครอบงำไม่ได้ มีประโยชน์แค่ไหนก็ไม่เอาเพราะปกครองยาก ฉลาดเกินไป รู้ทันไปหมด
 
สุดท้ายต้องฆ่าให้ตาย ป้ายชื่อมันปลดออกด้วยแล้วเอาไปเผาอย่าให้เหลือซากจิตรใจโหด***มมาก เหมือนที่คุณสุวัฒน์ว่า ฆ่าตัวให้ตายฆ่าชื่อมันด้วย
 
ท่านผู้อ่านเข้ามาอ่านอาจจะบอกว่าพวกมึงพวกเดียวกันก็ต้องเชื่ออย่างนั้น ผมขอบอกว่าจากที่พวกเราคบกันอย่างเปิดใจ จากพยานบุคคล เอกสาร และสื่อเทป ต่างๆนั้นถ้าท่านไม่เห็นกับตาท่านจะไม่เชื่อ หรือว่าเราจะเอาเปิดเผยในเวฟดีครับท่าน

๙๙๙ผมจำเป็นต้องพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพราะคนมันไม่มีสัจจะ๙๙๙
[email protected]
 
 

 
1
 

๙๙๙ผมจำเป็นต้องพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพราะคนมันไม่มีสัจจะ๙๙๙
[email protected]
 
  
 
28/07/2013 : 18:17:1
 
สวัสดีครับคุณรังสิต
 
ตอนนี้มันตกต่ำไปทุกหย่อมหญ้า ไม่ว่าวงการไหน ๆ แต่สำหรับวงการพระและวงการของวัตถุมงคล เป็นวงการที่ควรจะเป็นคนดีเพราะคนเขารู้กันว่า วงการนี้นับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพราะฉนั้นใครที่ทำชั่วเลวทรามในวงการนี้ มันก็ควรจะต้องถูกประนามอย่างไม่ไว้หน้า
 
ทุกวันนี้คนเลวที่ทำชั่วกับศาสนาและกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์มันมีมากขึ้นเหมือนวงการอื่น ๆ ผมว่าตอนนี้ท่านพญายมบาลคงต้องรู้สึกเครียด เพราะต้องหาที่ไส่คนพวกนี้ และอาจจะกังวลว่าพวกท่านยมฑูตจะขอขึ้นเงินเดิน เพราะงานมันเยอะเหลือเกิน
 
ด้วยความเคารพศรัทธาต่อองค์ท่านพ่อจตุคามรามเทพ ทำให้ผมต้องออกมาปกป้องท่านจากการกระทำอันน่าขยักขแยง น่าสะอิดสะเอียน ของพวกจำอวดคณะหนวดซาตาน เพราะพวกนี้ทำลายภาพลักษณ์อันยิ่งใหญ่ขององค์ท่านพ่อ
 
ผมจึงขอโอกาสที่จะบอกกล่าวต่อท่านสาธุชนที่เพื่งเริ่มเข้ามาสนใจในกฤษดาภินิหารแห่งองค์ท่านพ่อจตุคารามเทพ ได้โปรดใช้วิจารณญาณพิจารณาว่า ท่านพ่อนั้นเป็นพระโพธิสัตว์ โดยสามัญสำนึกของคนทั่วไปย่อมทราบดีว่า พระโพธิศัตว์นั้นท่านมีแต่จะช่วยเหลือมนุษย์ทุกผู้คน
 
เพราะฉนั้นการที่มีคนมาทรงและกล่าวอ้างว่าเป็นองค์ท่านพ่อ พร้อมกับแสดงการทำคุณไสยทำร้ายคนอื่น มันก็ชัดเจนว่าเป็นการทรงปลอม เพราะถ้าเป็นท่านพ่อ ท่านก็ไม่ทำอย่างนั้นอยู่แล้ว
 
ผมถึงได้บอกว่าทำเองก็แย่อยู่แล้ว นี่ยังไปอ้างท่านพ่ออีก ทั้งโขยงนี้ก็ต้องไปเปลืองที่ของท่านพญายมบาล
สำหรับท่านที่ศรัทธาองค์ท่านพ่อมาแต่เดิมนั้นเขารู้เช่นเห็นชาติ จำอวดคณะนี้อยู่แล้ว เขาจึงมองด้วยความสมเพท
 
เรื่องต่าง ๆ ที่พวกนี้แสดงก็เหลือเฟือแล้วครับ
 
ใจเย็น ๆ ครับคุณรังสิต

สุวัฒน์

                                           ----------------------------------------

03/08/2013 : 09:46:38
ใจเย็น หรือ ติดภาระกิจ หรือ เซ็งๆกับอะไรหลายอย่างครับเห็นเงียบๆครับท่าน
ไม่เป็นไรผมว่าไปก่อนเอาแบบเด็กๆครับผมดูกระดานซื้อขายวัตถุมงคลองค์พ่อจตุคามรามเทพ เป็นที่น่าสังเกตมีอยู่ 2 รุ่น คือ รุ่นคันฉ่องสองจักรพรรดิ์ และ รุ่นเภตรา ปัจจุบันคนลงขายมากกว่าปกติแต่ที่น่าสนใจก็มีคนปิดการซื้อขายทุกองค์ที่ลงขาย ยิ่งเป็นเนื้อพิเศษหายากโทรปิดการซื้อขายกันตลอด และวัตถุมงคลอย่างอื่นเช่นแสตมป์ ปรก 32 ก็พอขายได้บ้าง แต่กระดาน 48-49 เดี้ยงวกมารุ่นดัง 2 รุ่นที่ว่า คันฉ่องและเภตราเป็นสองรุ่นสุดท้ายที่ทันร่างทรงคนเดิมคือโกผ่อง คนเล่นก็เลยเล่นจากยุคแรกมาถึงยุคร่างทรงคนเดิม นอกนั้นคนเขาไม่เล่นกันหรืออย่างไรมีความคิดเห็นเป็นอย่างไรคุณสุวัฒน์เพิ่มเติมได้นะครับ

๙๙๙ผมจำเป็นต้องพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพราะคนมันไม่มีสัจจะ๙๙๙
[email protected]

                                           ----------------------------

04/08/2013 : 12:15:45
สว้สดีครับ
 
ทั้งติดภาระกิจและเซ็ง ๆ ด้วยครับ ที่เซ็งก็คือ มังไม่ล่ายอย่างใจเลยอ้า แต่ก็ไม่เป็นไรหรอกมันเป็นเรื่องปกติ ก็ต้องใจเย็น ๆ เดี๋ยวมันก็ดีเอง
 
พูดถึงพระปิดตาลอยองค์ทั้ง 2 รุ่น ที่คุณรังสิตกล่าวถึงนั้น แสดงให้เห็นว่าเป็นของศักดิ์สิทธิ์มั่นคงแข็งแรง มีคนให้ความเคารพศรัทธาเพราะเขานำไปใช้แล้วได้ผล ถึงแม้ว่าคนทำก็คือผมจะถูกกล่าวหาโจมตีใส่ร้ายอย่างไร พระทั้ง 2 รุ่นนี้ก็ยังยืนยงคงกะพันอยู่ได้อย่างสง่าผ่าเผย ตัวผมเองนั้นเชื่อมั่นในความศักดิ์สิทธิ์มาตั้งแต่สร้างและปลุกเสกขึ้นมาใหม่ ๆ
 
ผมมั่นใจมากและแขวนติดตัวอยู่ทุกวัน และตั้งใจว่าจะแขวนไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ ผมเชื่อว่ามีอานุภาพมากกว่าพระอื่น ๆ ที่มีราคาหลักล้านด้วยซ้ำไป
 
การที่ไอ้พวกจำอวดคณะหนวดซานตานมันโจมตีใส่ร้ายผมก็เพื่อที่จะขายของตัวเอง อย่าไปซื้อของผมหรือของข้างนอกเพราะเป็นของเก๊ของเสริม ทุกวันนี้ก็ยังมีคนกระแนะกระแหนผมเหมือนกันเพราะอยากขายของตัวเอง มีคนเขาเข้าไปในเว็บถามเรื่องพระปิดตาคันฉ่องสองจักรพรรดิ์ คนขายบอกของผมชัวร์เอามาจากศาลาจำอวดคณะหนวดซาตาน แต่ของคนทำนะ(เอ่ยชื่อผมด้วย) คุณจะไว้ใจเหรอเพราะโค้ดยังไม่ทำลาย ผมเลยบอกให้เขาถามคนขายด้วยว่า โคตรพ่อโคตรแม่ของท่านรู้เหรอว่าผมยังไม่ได้ทำลายโค้ด
 
ผมคงไม่ต้องเล่ารายละเอียดเรื่องการทำลายโค้ดว่าทำที่ไหน เมื่อไหร่ แต่รับรองด้วยชีวิตว่าผมไม่ได้ไปทำเพิ่ม ทำเสริม ทำปลอม แล้วใช้โค้ดพวกนั้นตอก ใครแน่จริงอย่าเป็นอีแอบ ถ้าเชื่อมั่นว่าผมทำเสริม ทำปลอม ไปจุดธูปกับผมต่อหน้าท่านพ่อ จะเอาระดับไหนก็ได้ แต่ขอให้หนัก ๆ หน่อย
 
ในกรณีที่ไม่ออกมาแล้วไปใส่ร้ายกล่าวหาผม กรรมก็ตามสนองแน่ ๆ อยู่แล้ว ผมไม่ได้กังวลอะไร
 
ที่จริงก็คิดได้ง่าย ๆอยู่แล้ว ของที่คนขายไปซี้อมาจากไอ้พวกศาลาจำอวดนั้นก็เป็นของที่ไปจากผมทั้งนั้น ถ้าปลอมก็ปลอมทั้งหมดนั่นแหละ และถ้าผมกล้าทำปลอมและทำได้ ผมจะไปซื้อกลับคืนมาทำไมจากไอ้พวกนั้นตั้ง 6-7 ร้อยองค์
 
พวกที่โจมตีใส่ร้ายผมให้เสียชื่อเสียง และพระที่มีอยู่กลายเป็นของเก๊ ก็เพราะต้องการขายของตัวเองเท่านั้น
 
ว่าจะพูดถึงมือปราบสิบทิศ ก็เลยต้องไว้ก่อน
 
เดี๋ยวค่อยว่ากันพร้อมกับความเห็นนะครับคุณรังสิต

สุวัฒน์

                                --------------------------------

06/08/2013 : 07:48:23
 
สวัสดีครับ พี่รังสิต..... . " บี สบาย ดี ครับ "... . ตอบไว้ให้ก่อนเลย.. . อิอิ
 
ช่วงนี้ยุ่งยุ่งครับ... . ร้านใกล้เสร็จแล้วครับ เปิดกลางเดือนนี้ครับ... . . ตอนนี้ก็เริ่มหาทำเลสำหรับสาขา3อยู่ครับ... . ค่อยๆทำไปครับ ไม่รีบ.. . . แต่ถ้าเป็นไปได้ก็อยากเปิดสาขา3ภายในปีนี้ คำอธิบาย: http://www.rachandam.com/chat/icon_smile.gifคำอธิบาย: http://www.rachandam.com/chat/icon_smile.gif
 
ปีหน้าครับ.... ปีหน้าคงสนุก(ยุ่ง หัวฟู)กว่าปีนี้... .. มีแผนงานที่จะต้องทำเยอะเลยครับ วันนี้ก็ต้องทำแผนการเงินสำหรับปีหน้าแล้ว เพราะค่าออกแบบ ค่าของ ค่าก่อสร้างแพงขึ้นแพงขึ้นทุกๆปีเลย ถ้าจะเหนื่อยก็เหนื่อยหาตังค์ไว้ลงทุนนี่แหละครับ พี่... .
 
.
 
ท่านสุวัฒน์ ครับ... . ที่มันกลาวหาใส่ร้ายป้ายความท่าน ก็เป็นแค่การเบี่ยงเบนกลบเกลื่อนความต้องการลึกๆที่มันอยากยึด โค๊ด ไว้เก็บเองเท่านั้นละครับ... .
 
บอกตรงๆครับ ดีแล้วที่ท่านทำลายโค๊ดด้วยตัวเองโดยไม่ คืน.... . . ไม่งั้นทุกวันนี้เราอาจจะได้เห็น ลอยองค์คันฉ่องขี้กลาก ก็เป็นไปได้นะครับ.. . .
 
พฤติกรรม ที่มันฝากไว้ในวงการมันก็ฟ้องก็เห็นๆกันอยู่.... . . บล๊อกเหรียญปิดตาเคราสั้น อยู่กับใครครับ ใครเป็นคนเก็บบล๊อกปั๊มเหรียญเคราสั้นไว้ครับ..... .
 
เคราสั้น นะครับ...... . ขอเน้นนนนนว่า เคราสั้น ... . . ใครเก็บครับ ใครเก็บ.... . .
 
ทำไมเหรียญปิดตาที่เป็น ขี้กลาก ถึงเป็นแต่เหรียญ เคราสั้น เท่านั้น!!!!!
 
ใครเชียร์แต่เหรียญ เคราสั้น.... . . ปัดสวะเหรียญ เครายาว มาตลอดเวลา... . who???
 
เอออ... . เหรียญ ขี้กลาก นี่ ออกมาจากร้านอะไรน๊า.... . . เจ้าของร้านที่ปล่อยเหรียญ ขี้กลาก แบบเหล้าพ่วงเบียร์ เป็นอะไรกับ who??? น๊า.... . . เสร่อมากกกก!!!!! เครายาวไม่มีหรอก มีแต่เคราสั้น... . ก็แน่สิครับ... . ขี้กลากมันเกิดขึ้นแต่บนเหรียญ เคราสั้น นี่... . .
 
ไม่โง่ นะครับ ที่ปั๊มเหรียญ ขี้กลากเพิ่มขึ้นในภายหลังอะ... รู้... ว่าตังค์อาจไม่พอใช้ บวกกับ อยากจะเป็นนู้นเป็นนี่อีก... เข้าใจ... .
 
แต่... .ตั้งแต่ วินาทีแรกที่นายปล่อยเหรียญ ขี้กลาก ออกไปในตลาด... .นายก็หมดฉลาดแล้วละ.. .
 
คงโยงกันได้ไม่ยากเกินนะครับ ท่านผู้ชม... . .
 
ต่อ..... . . นากีสสสส... .
 
เนื้อสลับสี... . หรือที่เรียกง่ายๆกันว่า กันครก.... . . ไม่มี๊... . ไม่มี๊... . . เป็นของปลอม!!! เป็นของเก๊!!!!! นากีสสส มีแค่สามสี สีขาว สีแดง และ สีดำ เนื้อสลับสีเป็นของที่พวก สารเลว แอบทำออกมาหลอกขาย.... . สารเลว นะ..... . . . คนที่ซื้อไปแล้ว ขึ้นคอกันหราแล้ว คืนของกันแทบไม่ทัน... .
 
..... . . แต่.... .แต่.... .พอรู้ว่า นากีสสส เนื้อสลับสี ขายได้องค์ละ ห้า ถีง หกหมื่นนน.... .
 
เฮ้ย... . มีสร้างจ้า.... .. มีสร้างงงง.... .แต่แจกให้แค่บุคคลใกล้ชิดเท่านั้น(ปลาไหล ได้โคลนเลยนะนั่น)... . .
 
รู้ รู้ กันอยู่... . ไอ้นากีสสส สลับสี ออกมาจากใคร ไอ้บุคคลใกล้ชิดหน่ะมีแค่ใคร... . . . สารเลวป่าววว... . หรือว่าพอขายได้องค์ละ ห้า หก หมื่น ก็เป็นคนดีไปเลย ... .
 
ต่อ. . . นากีสอาจจะพลาดไปนิด เอาใหม่กับ พระผงแสตมป์ ดีกว่า... .
 
พระผงแสตมป์ กันครก.... . สร้างแค่ 20 องค์!!!! แย่งกันอุดตรุด ได้จากมือบุคคลใกล้ชิดอีกเช่นเดิม แล้วก็.. . ไม่มี๊ ไม่มี๊.... .
 
เด็กที่ได้ไปมีการโพส ดีใจสุดๆ เป็นที่สุดในชีวิต ที่ได้เป็น 1ใน20คน ที่มีโอกาสครอบครอง.... .พระผงแสตมป์นี้ก็องค์ละเป็นหมื่นหมื่นนะเออ... .
 
เค้าทั้งหลายเป็น คนดี กันเนอะ.... . . .
 
เอาแค่ ผิวผิว สิวสิว แค่นี้ก่อนละกันครับ... . . คนดี.. .
 
.
 
ตอนนี้ที่เห็นที่ได้ข่าว.... . คนที่กล่าวหา และ คนที่ช่วยเย้วเย้วผสมโรงใส่ร้ายท่านก็ ร่วง เสียเครดิต ไปหลายคนเหมือนกันแล้วนะครับ.. .
 
กรรม กำลังเดินตามสนองอยู่ ... . . สวยงามครับ.

บี


                                      ----------------------------------------

09/08/2013 : 18:02:32
สวัสดีครับ
 
ขอให้ทุกท่านที่ได้รับวัตถุมงคลรุ่นเทวศาสตราไปแล้ว ได้โปรดนำไปใช้ องค์ท่านพ่อจตุคามรามเทพจะได้ปกป้องคุ้มครองและส่งเสริมบารมี
 
เมื่อวานนี้ผมได้นำมีดและพระขรรค์ไปให้คนรู้จักกันซึ่งเป็นนักเล่นพระ เขาเดินสนามพระทุกวัน มีความรู้และรู้จักวัตถุมงคลของพระเกจิทั่วประเทศ ผมรู้จักกับเขามายี่สิบกว่าปีแล้ว
 
ตั้งแต่ผมดำเนินการเรื่องมีดและพระขรรค์ ผมได้คุยให้เขาฟังหลายครั้งหลายหน แต่เขาก็ไม่ได้สนใจ จนกระทั่งไปปลุกเสกมาแล้วและผมได้เล่าให้เขาฟังถึงเรื่องอภินิหารของวัตถุมงคลชุดนี้ที่ผมได้เจอกับตัวเองในเรื่องที่ผมถูกคุณไสย เขาจึงขอบูชามีด 1 เล่ม พระขรรค์ 1 เล่ม ซึ่งพระขรรค์หมดแล้ว ผมจึงเสียสละส่วนที่ผมจะเก็บไว้ให้ไป
 
ระหว่างที่รอหนังสือ เขาได้โทรมาขอบูชามีดเพิ่มอีก 6 เล่ม เพราะเพื่อนฝากให้บูชารวมทั้งภรรยาของเขาที่ได้ฟังเขาคุยกับเพื่อนจึงอยากได้บ้าง ยอดรวมทั้งหมดจึงเป็นมีด 7 เล่ม พระขรรค์ 1 เล่ม ซึ่งผมได้นำไปให้เขาเมื่อวานตามที่ได้เรียนมาข้างต้น
 
วันนี้ช่วงบ่าย ๆ เขาโทรมาหาผมอีกและขอบูชาเพิ่มอีก 5 เล่ม เพื่อเอาไปให้ลูกชายและลูกสาว กับเพื่อนอีกบางคนแล้ววางหูไป
 
สักพักหนึ่งเขาโทรมาหาผมอีกถามผมว่ามีดยังเหลืออีกกี่เล่ม ผมถามว่าทำไมเหรอ เขาบอกว่า เห็นพี่พูดว่าจะบูชาพระบูชาเภตรา ของผมก็มีอยู่องค์หนึ่ง (ผมก็จำได้ เพราะเขาจองตั้งแต่ตอนสร้างใหม่ ๆ ) ถ้าพี่อยากได้เอามีดมาแลกก็ได้ ถ้าไม่พอพี่ก็เติมเงิน (เขาอายุแกว่าผมแต่เรียกผมว่าพี่ ผมก็เรียกเขาว่าพี่ )
 
ผมก็คิดในใจว่า จะต้องใช้มีดกี่เล่มกันเนี่ย และเราก็ต้องจ่ายเงินบูชามีดอยู่ดี จึงบอกเขาไปว่าถึงแลกมีดผมก็ต้องจ่ายเงินเหมือนกัน แล้วพี่จะเอาไปทำไมตั้งเยอะแยะ เกิดอะไรขี้นเหรอ

สุวัฒน์

                                   -----------------------------------

 
09/08/2013 : 20:14:54

กลับมาต่อครับ
 
เมื่อผมถามไปเช่นนั้น พี่เขาก็เลยเล่าให้ผมฟังว่า เขาได้เอามีดที่ผมนำไปมอบให้เมื่อวานนี้ไปให้เพื่อนคนหนี่งที่ขอบูชาด้วย เพื่อนคนนี้เป็นคนที่ชอบมีดหมอและเก็บสะสมมีดหมอ ที่สำคัญคือ เขาสามารถสือกับวัตถุมงคลได้
 
เมื่อได้รับมีดหมอไปเขาก็จับ ปรากฎว่าเขาตกใจมากและพูดว่าโอ้โฮพลังของเทพนี่แรงจริง ๆ เขาเพิ่งเจอมีดรุ่นนี้เป็นเล่มที่สองที่แรงขนาดนี้ เขาบอกว่าเขาจับมีดหมอของเกจิอาจารย์มาแทบจะทั่วประเทศแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งของอาจารย์ดัง ๆ ก็ไม่มีขององค์ไหนสู้ จะมีที่แรงที่เขาใช้อยู่ก็แค่องค์เดียวคือของหลวงพ่ออวน วัดหนองพลับ จังหวัดสระบุรี ซึ่งท่านเป็นพระลูกวัด ปลุกเสกให้กับทางวัด
 
พี่ท่านนี้เล่าต่อว่า เพื่อนเขาบอกว่าที่ผ่านมาเวลาจับวัตถุมงคลเขาก็จะรู้สึกได้แค่ตรงปลายนิ้วเท่านั้น แต่พอจับมีดรุ่นเทวศาสตราเขาบอกว่าพลังพุ่งเข้าถึงหัวใจเลย แรงจริง ๆ
 
ผมจึงถึงบางอ้อว่า ทำไมพี่ท่านนี้ถึงได้ใจคอจะเอามีดให้หมดเลย
 
ที่จริงผมสงสัยตั้งแต่แรกแล้วว่าอยู่ ๆ พี่ท่านนี้ก็มีมีดของเกจิอาจารย์อยู่ตั้งหลายเล่มหลายหลวงพ่อ เขายังเอาอวดให้ผมดู ทำไมเขาไม่เอาให้ลูกให้เมียเขาใช้ โดยเฉพาะภรรยาที่อยู่ดี ๆ ก็อยากได้ ส่วนตัวผมคิดว่าเป็นเพราะอานุภาพของวัตถุรุ่นนี้ดึงดูด และเมื่อมีประสบการณ์ของเพื่อนผสมไปด้วยยิ่งไปกันใหญ่
 
เขาบอกว่าตอนนี้ของภรรยาเขาเอาไว้ใต้หมอน เพื่อป้องกันสิ่งชั่วร้ายในเวลากลางคืน ก็อย่างที่บอกแหละครับว่าพี่ท่านนี้มีมีดหมอยู่ตั้งเยอะ รวมทั้งพระเครื่องพระบูชานั้นมีมากมายมหาศาล และเป็นพระแท้ ๆ ทั้งนั้น แต่ก็ไม่เห็นเอาอะไรมาไว้ใต้หมอน
 
พอแค่นี้ก่อนนะครับ เดี่ยวจะหาว่าผมโปรโมทเพื่อจะขายมีด
 
ผมไม่ได้ซีเรียสเรื่องขาย เพราะผมตั้งใจมาตั้แต่แรกแล้วว่าถ้าไม่มีใครซื้อ ผมจะหาเงินมาซื้อเองจนหมด

สุวัฒน์

                                                ----------------------------------


 
10/08/2013 : 05:48:11
โห้... . . ท่าน... . อย่างนี้พี่รังสิตก็อดได้โควต้ามีดเพิ่มละสิ.. .
 
แบ่งๆให้ท่านอื่นๆได้สำผัสบารมีขององค์พ่อบ้างสิครับ... . .
 
" บอกว่าพลังพุ่งเข้าถึงหัวใจเลย "... . เด็จมากเลยครับ ประโยคนี้.. . บีจับพลังอะไรไม่เป็นหรอกครับ แต่ประโยคนี้ก็ทำให้ เข้าใจ ความรู้สึกในการสำผัสถึงพลังอะไรบางอย่างได้เป็นอย่างดีเลยครับ.. .
 
ท่านออกสื่ออย่างนี้ เดี๋ยวได้จับพลังกันมันส์ไปเลย... . . คำอธิบาย: http://www.rachandam.com/chat/icon_smile.gifคำอธิบาย: http://www.rachandam.com/chat/icon_smile.gif
บี

                                       -----------------------------------
 
15/08/2013 : 17:33:17
 
ยังมีอีกหลายเรื่องครับคุณชัชชน แต่ถ้าผมจะเล่าเดี๋ยวพวกจะหาว่ามีประสบการณ์เยอะเว่อร์ วันนี้พรรคพวกก็ยังยืนยันขอแรกมีดกับพระบูชาเภตรา มีกี่เล่มก็ไม่เกี่ยงขอเอาหมด
 
ประสบการณ์ของคุณรังสิตที่ค้างไว้ก็น่าจะเล่านะครับ เพราะบอกว่ามารับมีดแล้วจะเล่าให้ผมฟังก็เงียบ ทุกคนเขารออยู่นะครับ
 
อย่างที่คุณชัชชนว่า ของดีไม่ต้องโฆษณา ส่วนของไม่ดีก็ไม่ต้องโฆษณาเหมือนกันครับ พอเขาเห็นหนวดติดขี้กลาก (ประโยคนี้แจ๋ว เห็นภาพดีจริง ๆ ) เขาก็รู้ทันที่ครับว่าเป็นหนวดสกปรก และของที่มีประสบการณ์ไม่ดีก็จะมีคนเขาช่วยโฆษณาให้ครับ อย่างเช่นผ้ายันต์รุ่นหนูนาร้องกรี๊ด การ์ดพันธมิตรพกไปถูกยิงตายที่สนามบิน ข่าวทีวีเขาจะโฟกัสอยู่แต่ที่ผ้ายันต์ ก็แสดงอย่างชัดเจนว่า ท่านพ่อไม่มาปลุกเสกให้แน่นอน เพราะพฤติกรรมของพวกกลุ่มคนสร้างมันทุเรศ
 
ยิ่งระยะหลัง ๆ นี่ยิ่งมีพฤติกรรมใกล้บ้าเข้าไปทุกที เล่นปาหี่หลอกชาวบ้านอย่างน่าไม่อาย อย่างนี้สร้างอะไรก็ไม่ศักดิ์สิทธิ์ สงสารคนซื้อ

สุวัฒน์
                                        ------------------------------------------

 
 15/08/2013 : 19:20:03
Computer ไม่ได้ดั่งใจผมเลยไม่ได้เข้ามาเล่าประสบการณ์ครับ ไหนๆก็ผ่านมาหลายวัีนแล้วขอเล่าสั่นๆนะครับ ...
 
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเวลาประมาณ 2 ทุ่ม วันเสาร์กะว่าจะไปรับมีดและพระขรรค์ ก็พอดีคุณสุวัฒน์บอกวันเสาร์ไม่ว่างก็เอากระเป๋ามีดเภตราและพระขรรค์็เล็กเบอร์ ๘ ที่ได้รับมาก่อนหน้าพกติดตัวไปทำงาน หรือที่ไหนเพราะอยู่ในกระเป๋า Ipad...เล่มนี้ตั้งแต่รับมานั้งคุยกันก็มีประสบการณ์แล้ว ต้องให้บีเล่าเพราะบีเป็นคนเห็น.....เห็นอะไรไม่รู้ ...
 
เปิดกระเป๋าดูลูกสาวคนเล็กขอดูด้วยผมก็เลยถึงฟักออกคิดว่าจะให้แกสัมผัสผิวพระขรรค์แต่ก็ต้องระวังเพราะแหลมและคมมากผมก็เลยนำพระขรรค์มาใสฟักให้แกถือ แกก็ถือไม่ยอมวางผมจะค่อยหาวิธีขอบอกว่าพ่อจะเอาไว้ใต้หมอนให้ไม่ต้องถือแกจึงยอม ...
 
ผมก็ไม่ได้คิดอะไรก็เข้านอนกันประมาณ 3 ทุ่มครึ่ง นอนไปถึงประมาณตี 2 ลูกสาวคนเล็กนอนดิ้นไปดิ้นมาผมถามว่าเป็นอะไรลูกทำไมนอนดิ้นจัง แกบอกว่า อ๊วกค่ะพ่อแค่นั้นครับไม่ทันได้เตรียมตัวหรือพูดอะไรต่อผลคือ เต็มที่นอนทั้งเสื้อทั้งผ้าห่มเสร็จนั่งคุยกับภรรยาสงสัยอาหารเป็นพิษแน่เลยจากประสบการณ์อาหารเป็นพิษก็เวลาเวลาประมาณนี้ พอหายาให้ลูกกินเสร็จก็เตรียมจะเข้านอน ...
 
พอเตรียมที่นอนเปลี่ยนทุกอย่างใหม่ก็นอนกันใหม่แกอ๊วกอีกรอบอาหารพร้อมยาหมดกัน ผมถามปวดท้องไหมแกบอกไม่ เสียดท้องไหมแกบอกไม่ และก็อ๊วกอีก 2-3 ครั้ง คืนทั้งทั้งคืนก็ประมาณ 8-9 ครั้งแต่จะไม่มากเพราะอาหารคงหมดกระเพราะแล้วจนถึงเช้าแกก็เพลียๆหน่อยแต่ไม่ปวดท้อง ...
 
ก็เลยพาไปหาหมอ หมอให้ยามาทานตามอาการที่เป็นกินยาไปแล้วช่วงเช้าคิดว่าหายแล้ว ตกบ่ายมาเอาอีกแล้วเป็นเหมือนเมื่อคืนเลยผมต้องไปหาหมออีกรอบ หมดได้แต่บอกว่า ไม่น่าพร้อมทำหน้างงงง ผมถามอาหารเป็นพิษพรือเปล่าครับ หมดบบอกไม่ใช่ครับเพราะอาหารเป็นพิษอาการจะ 1-2-3-4 ...พอวันอาทิตย์ลูกสาวคนโตที่นอนติดกันอ๊วกอีกคนแต่ไม่หนักเหมือนคนเล็กแค่ลมจับแค่นั้นเอง สรุป วันหยุด 4 วันผมเข้าออกโรงพยาบาล 3 ครั้ง ...
 
จากที่เล่ามาท่านผู้อ่านอาจบอกว่ามันเป็นเรือกปกติ แต่ผมว่ามันไม่ใช่แน่เพราะอาหารการกินเราทำกินเองที่บ้านทุกอย่างสดสะอาดผมว่าคงเป็นเพราะลูกเล่นพระขรรค์และนำพระขรรค์ไว้ใต้หมอนแน่ๆ

 สุวัฒน์                                       

                                            -------------------------------------
01/04/2014 : 09:56:52
 
สวัสดีครับ
 
ไม่ใช่แค่พระขรรค์เท่านั้นนะครับที่มีอานุภาพสุดยอด มีดก็มีอานุภาพไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันและที่ผ่านมามีประสบการณ์มาเล่าให้ฟังมากกว่าพระขรรค์ เพราะพระขรรค์มีน้อยเรื่องราวจึงน้อยกว่า และด้วยความน้อยนี่เองจึงทำให้ราคาสูงกว่า
 
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็มีคนมาเล่าประสบการณ์เรื่องมีดให้ฟัง ทั้งเรื่องที่จัดการกับคนที่มารังควาญในขณะเดียวกันก็ขายของดีไปด้วย ซึ่งเป็นไปตามอานุภาพของวัตถุมงคลรุ่นเทวศาสตราคือ
 
1. ป้องกันคุณไสยสิ่งชั่วร้าย และคนชั่วร้าย
 
2. รักษาโรค
 
3. เป็นโภคทรัพย์
 
แต่สิ่งที่ผมบอกและเล่ามาเป็นเรื่องยากที่จะทำให้คนในวงการจตุคามเชื่อถือ และเป็นเรื่องยากที่จะทำให้เขาศรัทธา เพราะเขาเห็นว่าการทำพิธีปลุกเสกทำแค่เพียงไปขอบารมีของท่านพ่อที่ศาลหลักเมืองเท่านั้น ไม่มีการประทับทรงแต่อย่างใด ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องของนานาจิตตัง และเป็นวิจารณญาณของแต่ละบุคคล
 
สำหรับผมเองและเพื่อนฝูงหลายคนเราใช้วิจารณญาณโดยดูที่ผลจากการใช้วัตถุมงคล ทั้งจากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นและความรู้สึกที่สัมผัสได้ ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งที่พิสูจน์และยืนยันได้อย่างชัดเจน
 
ปัจจุบันองค์พระโพธิสัตว์จตุคามรามเทพท่านมีบารมีเต็มแล้ว ท่านไม่มาประทับทรงอีก แต่การช่วยเหลือประชาชนท่านยังแผ่บารมีให้อย่างเต็มที่ และเป็นบารมีที่สูงส่งยิ่งใหญ่ คนดีที่เชื่อมั่นศรัทธาอย่างมั่นคง เพียงแค่นึกถึงท่านบารมีขององค์ท่านก็ส่งอานุภาพให้ทันที
 
พวกที่กล่าวอ้างว่าประทับทรงองค์ท่านพ่อนั้น เป็นการโกหกหลอกลวงประชาชนอย่างไม่อายฟ้าอายดิน เพราะสิ่งที่แสดงออกมานั้นไม่ใช่องค์ท่านพ่ออย่างสิ้นเชิง ทั้งวิธีการปฎิบัติและความไร้อานุภาพ แล้วอย่างนี้เราจะเลือกแบบไหน แบบที่ทำโดยจิตที่เชื่อมั่นศรัทธากับแบบที่โกหกหลอกลวง
 
พวกที่โกหกหลอกลวงจะเป็นพวกที่มีความสับปรับไปเรื่อย เมื่อรู้สึกว่าคนเขาจับได้ว่าไม่ได้ทรงองค์ท่านพ่อจริง ก็เปลี่ยนใหม่ไปทรงองค์ท่านแม่แทน เพราะคิดว่าคนไม่รู้รายละเอียดเกี่ยวกับตัวท่านแม่ จะกล่าวอ้างสร้างภาพอย่างไรก็ได้
 
จึงทำให้ภาพที่สร้างออกมานั้นน่าเกลียดน่าชังตามวิสัยของคนหลอกลวง ทำให้ภาพลักษณ์ขององค์ท่านแม่เสียหาย
 
พวกคุณรู้ตัวไหม ว่าได้ทำบาปทำกรรมอย่างหนัก
 
บาปหนัก บาปหนัก
 
สุวัฒน์

                                             --------------------------------------

14/05/2014 : 19:18:25

สวัสดีครับ
 
ขอเสนอรูปให้เพื่อนสมาชิกชมอีกองค์หนึ่งครับ
 
คำอธิบาย: http://www.rachandam.com/chat/album/upload/20140514-4106.jpgคำอธิบาย: http://www.rachandam.com/chat/album/upload/20140514-3217.jpg
 
องค์นี้ผมบูชามาตั้งแต่ 27 กุมภาพันธ์ 2548 ช่วงเวลานั้น 30 พิมพ์ใหญ่จะซื้อกันไม่เกิน 3 แสนบาท
 
ในช่วงเดือนตุลาคม 2547 เฮียลิ้งบอกผมว่า เจอนำฤกษ์องค์หนึ่งจะพยายามติดต่อมาให้ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้สักที ผมก็พยายามสอบถามอยู่เรื่อย ๆ จนเฮียลิ้งต้องบอกว่าเขาบอกราคาแพง คุณไปดูเองดีกว่าถ้าตกลงได้ก็ซื้อกันเลยผมไม่เอาอะไร
 
เฮียลิ้งบอกว่า ผมไปให้เขา 3 แสนบาท กะว่าจะมาขายคุณสุวัฒน์ 3.5 แสนบาท แต่เขาตั้งราคาไว้ 5 แสนบาทขาดตัวไม่ลดเลย ผมเลยขอให้เฮียลิ้งพาไปโดยนัดเจอกันที่นครฯ ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2548
 
เมื่อไปถึงเจ้าของนำออกมาให้ดู ผมชอบมากแต่ต่อราคาเท่าไหร่ก็ไม่ยอมลด เฮียลิ้งเลยบอกว่าไปหาข้าวกินกันก่อนดีกว่าเดี๋ยวค่อยตัดสินใจก็ได้ จึงพากันไปร้านชาวเรือ เฮียลิ้งสั่งกุ้งเผาตัวใหญ่มาก ๆ ปูทะเลไข่ตัวเบ้อเร่อผักผงกระหรี่ เฮียลิ้งเป็นเจ้ามือเพราะช่วงนั้นผมเป็นลูกค้าจตุคามรายใหญ่ของเฮียลิ้งคนหนึ่ง
 
แต่ขณะนั้นไม่ค่อยมีอารมณ์จะทานเท่าไหร่ ให้เฮียลิ้งโทรหาเจ้าของพระแล้วผมคุยเอง พูดไปพูดมาเขาเลยลดให้ 2 หมื่นบาท (คงกลัวว่าผมจะกลับ) ผมก็เลยตัดสินใจตกลง
 
ในช่วง 2550 ขณะที่จตุคามกำลังบรูม มีคนมาให้ผม 3.5 ล้านบาทแต่ผมไม่ขาย โทรมาตื้อหลายครั้งหลายหนว่า แล้วพี่จะเอาเท่าไหร่ ผมไม่ตีราคา ยืนอยู่คำเดียวว่าไม่ขาย
 
ต้องขอย้อนมาพูดเรื่องเดิมอีก เพราะมีคนมาชวนคุยเรื่องที่คนกล่าวหาว่าผมทำพระปิดตาเภตราเก๊ และพระปิดตราคันฉ่องเก๊ ในช่วงที่ผมบูชานำฤกษ์องค์นี้ในราคา 4.8 แสนบาท เภตราองค์หนึ่งซื้อกันไม่ถึง 1 พันบาท คันฉ่องพิมพ์กลางประมาณ 2 พันบาท ขณะนั้นผมมีของแท้ ๆ อย่างละเป็นพันองค์ ในปีนั้นขายไปแค่ 20-30 องค์เท่านั้น เพราะไม่มีคนสนใจ
 
ขนาดพระแท้ยังขายได้ไม่กี่องค์แล้วผมจะไปทำพระเก๊หาหอกอะไร นี่ผมพูดกับไอ้พวกสันขวานนะครับ และราคาพระที่ผมซื้อมา 4.8 แสนบาทผมต้องขายพระเก๊กี่องค์ และคนที่จะทำพระเก๊ขายน่ะ พระที่เขามาให้กำไรมากมายขนาดนั้นมีหรือจะไม่ขาย ไอ้พวกสมองกลวงมันคงคิดไม่เป็น
 
การที่ผมไม่ขายก็มีคนมาถามผมว่าเสียดายไหมที่ไม่ขาย เพราะเดี๋ยวนี้ราคาตก ผมตอบทันที่เลยว่าไม่เสียดายเลย ทุกวันนี้เมื่อผมได้หยิบขึ้นมาดูผมก็มีความสุขมาก เพราะความรักความศรัทธาที่ผมมีต่อองค์ท่านพ่อจตุคามรามเทพ
 
ผมจึงอยากถามพวกที่ใส่ร้ายผมว่า
 
พวกคุณน่ะศรัทธาและรักองค์ท่านพ่อได้ครึ่งหนึ่งของผมหรือเปล่า (ที่จริงอยากจะถามว่า พวกมึงน่ะศรัทธาท่านพ่อได้ครึ่งหนึ่งของกูหรือเปล่า แต่เกรงว่าคนทั่วไปจะว่าไม่สุภาพเลยต้องเปลี่ยน)

สุวัฒน์

                                                   --------------------------------------

- 02/10/2014 : 17:42:03

สวัสดีครับ เพื่อนสมาชิก
 
เมื่อวันที่ 15 ก.ย. ผมได้เคยเล่าให้ฟังว่า มีน้องคนหนึ่งมาขอบูชาพระปิดตาเภตราไป 1 องค์ และพระปรกใบมะขามองค์ท่านพ่อไป 1 องค์
 
เมื่อตอนสาย ๆ ของวันนี้ เขาโทรมาหาผมแล้วบอกว่า
 
พี่ครับ ผมต้องขอรบกวนพี่หน่อยครับ
 
ผมจึงถามไปว่า จะเปลี่ยนหรือว่าจะคืนครับ
 
เขาตอบว่า จะขอบูชาเพิ่มครับ ผมเล่าให้พี่ฟังก่อนนะครับ
 
เขาเล่าว่า เมื่อได้พระไปแล้วเขานำไปเลี่ยม พระปิดตาเภตราเขาลงขันกับเพื่อน ๆ ในที่ทำงานเพื่อบูชาให้พี่คนหนึ่งที่จะเกษียณ และกำลังจะจัดเลี้ยง ส่วนพระปรกใบมะขามเขาเลี่ยมให้แฟนใส่ เขาบอกว่าตอนแรกแฟนผมก็ไม่ยอมใส่ท่าเดียวเพราะว่ากลัวเข้ากันไม่ได้เหมือนพระปิดตาคันฉ่อง ผมจึงบอกว่าใส่เถอะลองดูมีเรื่องอะไรก็ขอจากท่าน แฟนจึงยอมใส่
 
เขาเล่าต่อว่าเมื่อเช้านี้แต่เช้าเลย พี่คนที่เกษียณโทรมาหาผมถามผมว่า เฮ้ พระอะไรของคุณเนี่ย สุดยอดเลย ที่คุณบอกว่าชุดแรก 5 องค์ที่ถวายนั้นปลุกเสกปี 2543 และที่ให้บูชาปลุกเสกปี 2544 ผมเลยไปหาซื้อล็อตเตอรี 43 กับ 44 แต่หาซื้อ 43 ไม่ได้เลย ก็เลยซื้อได้แต่เลข 44 (ประหยัดต้นทุนไปอีก) พระอะไร๊
 
น้องคนนั้นบอกต่ออีกว่า ไม่ใช่แค่นั้นนะพี่ แฟนผมเขาก็ลองเหมือนกันโดยที่ไม่บอกผม และผมก็ไม่ได้บอกเขาเรื่องปีที่ปลุกเสก เขาไปซื้อล็อตเตอรีเลข 44 เหมือนกัน เขาซื้อโดยที่ไม่รู้เลข โดยที่ไม่ได้นัดหมาย ผมงงไปหมดเลยครับ
 
เขาบอกว่าแฟนผมอยากได้อีกองค์ไปให้พี่สาว ผมเลยบอกไปว่า ไม่ใช่ราคาเดิมแล้วนะครับ ผมปรับเป็น 2,000 บาทแล้ว ตามที่บอกคุณไปเที่ยวที่แล้ว เขาบอกว่าพี่ลดลงเท่าเดิมไม่ได้เหรอ ผมเลยถามไปว่า พระที่ศักดิ์สิทธิ์ขนาดนี้ ราคาเท่านี้คุณคิดว่าแพงไหม เขาบอกว่าไม่แพงเลยครับพี่ ผมเลยบอกว่า ไม่แพงแล้วยังต่ออีกเหรอครับ เขาเลยบอกว่า โอเค ๆ ครับ
 
ผมบอกเขาต่อว่า คุณลองไปถามคนที่บูชาพระราคาเป็นแสนเป็นล้านแล้วเขาขออะไรได้ไหม ผมไม่เห็นใครมาคุยเลยว่าขอนั่นขอนี่ได้ เขาก็ยอมรับพูดกับผมว่า จริงครับพี่
 
เดี๋ยวจะหาว่าผมยกเมฆ เลยต้องบอกชื่อน้องคนนี้สักหน่อย เขาชื่ออชิระ ทำงานอยู่ธนาคารกสิกรไทย
 
สุวัฒน์

                                             ----------------------------------

สวัสดีครับ
 
มาต่อกันหน่อยครับ เรื่องของสีผึ้งก็ยังมีข้อมูลเพิ่มเติมว่า ผู้ที่ทำการรวบรวมวัตถุอาถรรพ์ก็คือหมอจุก หมอในที่นี้คือหมอไสยศาสตร์ คนที่ทราบเรื่องดีบอกว่าถ้าทำในสมัยนี้มีหวังติดคุก และส่วนที่โกจ๊องแบ่งมาให้เป็นการแบ่งมาจากก้อนที่ได้จากหมอจุก กับก้อนที่ได้จากโกผ่อง ที่ทำอย่างเข้มข้นในตอนแรก
 
โกจ๊องบอกว่าในช่วงกระแสจตุคามแรง มีเซียนจากกรุงเทพไปของซื้อจากโกจ๊อง โดยให้ราคาก้อนละ 1 แสนบาท แต่โกจ๊องไม่ขาย เพราะได้มาฟรี จะเก็บไว้เพื่อให้กับพรคพวกเพื่อนฝูงที่เคารพนับถือกัน
 
นอกจากนี้ยังได้ข้อมูลเกี่ยวกับลูกกลม 30 จากโกจ๊อง เป็นข้อมูลที่ผู้เขียนสืบเสาะมานาน เป็นเรื่องที่โกจ๊องเกี่ยวข้องและเสาะหากับหมอจุกเพื่อนำมาผสมในเนื้อพระ 30
 
อีกเรื่องที่สำคัญคือได้ทราบรายละเอียดของการสร้างเหรียญแสตมป์ ซึ่งโกจ๊องเป็นผู้รับทำ มีหลักฐานประกอบและทราบจำนวนที่ชัดเจน ซึ่งมีอยู่เรื่องหนึ่งที่โกจ๊องบอกด้วยปากเปล่าคือ เหรียญแสตมป์ไม่มีห่วงเนื้อนวะโลหะสร้างขึ้นจำนวน 11 เหรียญ ซึ่งผู้เขียนได้มาจำนวน 2 เหรียญ ตั้งแต่ปี 2543 ซึ่งต่อมามีแต่คนบอกว่าเนื้อนวะไม่มี ผมเองไม่ได้ตกใจอะไร เพราะดูอย่างไรก็เป็นเหรียญแท้ ที่มาก็คือมาจากโกผ่องและน้องโกผ่องสวัสดีครับ
 
มาต่อกันหน่อยครับ เรื่องของสีผึ้งก็ยังมีข้อมูลเพิ่มเติมว่า ผู้ที่ทำการรวบรวมวัตถุอาถรรพ์ก็คือหมอจุก หมอในที่นี้คือหมอไสยศาสตร์ คนที่ทราบเรื่องดีบอกว่าถ้าทำในสมัยนี้มีหวังติดคุก และส่วนที่โกจ๊องแบ่งมาให้เป็นการแบ่งมาจากก้อนที่ได้จากหมอจุก กับก้อนที่ได้จากโกผ่อง ที่ทำอย่างเข้มข้นในตอนแรก
 
โกจ๊องบอกว่าในช่วงกระแสจตุคามแรง มีเซียนจากกรุงเทพไปของซื้อจากโกจ๊อง โดยให้ราคาก้อนละ 1 แสนบาท แต่โกจ๊องไม่ขาย เพราะได้มาฟรี จะเก็บไว้เพื่อให้กับพรคพวกเพื่อนฝูงที่เคารพนับถือกัน
 
นอกจากนี้ยังได้ข้อมูลเกี่ยวกับลูกกลม 30 จากโกจ๊อง เป็นข้อมูลที่ผู้เขียนสืบเสาะมานาน เป็นเรื่องที่โกจ๊องเกี่ยวข้องและเสาะหากับหมอจุกเพื่อนำมาผสมในเนื้อพระ 30
 
อีกเรื่องที่สำคัญคือได้ทราบรายละเอียดของการสร้างเหรียญแสตมป์ ซึ่งโกจ๊องเป็นผู้รับทำ มีหลักฐานประกอบและทราบจำนวนที่ชัดเจน ซึ่งมีอยู่เรื่องหนึ่งที่โกจ๊องบอกด้วยปากเปล่าคือ เหรียญแสตมป์ไม่มีห่วงเนื้อนวะโลหะสร้างขึ้นจำนวน 11 เหรียญ ซึ่งผู้เขียนได้มาจำนวน 2 เหรียญ ตั้งแต่ปี 2543 ซึ่งต่อมามีแต่คนบอกว่าเนื้อนวะไม่มี ผมเองไม่ได้ตกใจอะไร เพราะดูอย่างไรก็เป็นเหรียญแท้ ที่มาก็คือมาจากโกผ่องและน้องโกผ่อง


ถ่ายด้วยมือถือเลยไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่ เหรียญนี้อยู่ที่ผม อีกเหรียญหนึ่งอยู่ที่ออสเตรเลียกับลูกชายคนโต ตั้งแต่ปี
2550 พอรู้ว่ามีน้อยจึงรีบ line ไปถามว่ายังอยู่หรือเปล่าเก็บไว้ให้ดีนะ เขาตอบกลับมาว่า เขาแขวนอยู่ตลอดตั้งแต่พ่อให้มา ก็ค่อยสบายใจหน่อย สบายใจที่เขาแขวนนะครับ
 
สุวัฒน์

                                                         ---------------------------------------------

/02/2015 : 10:06:23

สวัสดีครับ
 
ได้คุยกันเรื่องความถูกความแพงและอานุภาพของวัตถุมงคลเมื่อเทียบกับราคากันมาแล้ว หลายท่านอาจจะคิดว่า ผมจะเน้นพระท่านพ่อไปที่พระราคาต่ำ ๆ แล้วบอกว่าคุ้มเกินคุ้ม พระของท่านพ่อราคาสูงมากๆ ก็มี ทำไมไม่พูดถึง เรื่องนี้ก็ต้องมาคุยกันต่อครับ
 
ใช่แล้วครับ พระผงสุริยัน จันทรา 30 มีราคาสูงมากตั้งแต่หลักแสนจนถึงหลักล้าน หลายท่านอาจจะคิดว่าแล้วคุ้มไหมที่จะต้องจ่ายเงินมากๆ
 
เริ่มต้นผมขอเปรียบเทียบโดยการยกตัวอย่างที่เป็นเรื่องทั่วไปก่อนนะครับ เช่นรถยนต์ เอาเป็นว่ายี่ห้อ โตโยต้าก็แล้วกัน รถโตโยต้ามีตั้งแต่หลักแสนต้น ๆ ไปจนถึงหลักหลายล้าน ไล่ตั้งแต่รุ่น ยาริส วีออส แคมรี่ อินโนวา อัลพาร์ด จนถึงแลนด์ครูเซอร์
 
ทำไมคนถึงยอมไปจ่ายเงินหลายล้านเพื่อซื้อแลนด์ครูเซอร์ ทำไมไม่ซื้อยาริสราคาต่ำกว่าตั้งเยอะ ทั้ง ๆ ที่รถทั้งสองอย่างพาไปถึงจุดหมายได้เหมือนกัน ทุกท่านก็คงทราบคำตอบดีอยู่แล้วว่าคุณภาพต่างกัน
 
วัตถุมงคลก็เช่นเดียวกัน ในแต่ละสำนักจะมีวัตถุมงคลหลากหลายรูปแบบแต่ละอย่างก็จะไม่เหมือนกัน
 
มาที่วัตถุมงคลของท่านพ่อยิ่งมีความซับซ้อนมากกว่าของสำนักอื่น ๆ
 
ถ้าเราไปดูเอกสารประกอบวัตถุมงคลพระผงสุริยัน จันทราที่แจกในสมัยก่อน จะระบุไว้ชัดเจนว่า เป็นดวงตราพญาราหูที่ใช้สำหรับคุ้มครองและหนุนส่งดวงชะตา
 
ทอดตาทั่วแผ่นดิน (ขอยืมกำลังภายในมาครับ) จะมีวัตถุมงคลของสำนักไหนบ้างที่สร้างขึ้นให้มีอานุภาพเพื่อการนี้
 
พระผงสุริยัน จันทรา จะปกป้องไม่ให้ดวงชะตาตกต่ำลงไปตามที่ถูกกำหนดมาโดยโชคชะตา และส่งเสริมให้ดวงชะตาที่ดีและจะต้องขึ้นสูงก็จส่งเสริมให้ดียิ่งขึ้นไปอีก เหตุนี้จึงทำให้ชีวิตราบรื่นดีกว่าที่กำหนดไว้ตามดวงดาว
 
นอกจากนี้ยังขอได้เป็นครั้ง ๆ เหมือนกับวัตถุมงคลแบบอื่นของท่านพ่ออีก
 
แบบนี้ราคาสูงเท่าไหร่ก็คุ้มครับ

สุวัฒน์

                                                       -------------------------------------

07/04/2015 : 08:49:30
สวัสดีครับ
 
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาพี่แล่มได้ลงภาพพระผงสุริยัน จันทราเนื้อนำฤกษ์ที่ผมส่งๆไปให้ในข่าวสังคมพระเครื่อง โดยพี่แล่มจัดให้เป็นภาพ lead หรือภาพนำซึ่งจะเป็นภาพใหญ่และคำบรรยายขึ้นเป็นบทแรก
คำอธิบาย: http://www.rachandam.com/chat/album/upload/20150407-341.jpg
 
ผมขอท้าวความไปถึงที่มาของพระองค์นี้ให้ทุกท่านทราบนะครับ
 
ในช่วงเดือนตุลาคม 2547 คุณบุญส่ง ธาดาประดิษฐ์ หรือเฮียลิ้ง บอกกับผมว่าได้เจอน้ำตาลแว่นปี 30 เนื้อนำฤกษ์อยู่ที่นักการเมืองท้องถิ่นคนหนึ่ง แต่เขาตั้งราคาไว้สูงมาก ผมพยายามต่อรองแต่เขาไม่ยอมขาย พอได้ยินเนื้อนำฤกษ์ผมก็หูผึ่งทันที บอกกับเฮียลิ้งว่าพยายามตามให้ผมหน่อย อย่าให้หลุดไปเชียวนะ
 
เฮียลิ้งบอกว่ายังไงเขาก็ต้องขายให้ผม เพราะผมให้ราคาสูงสุด คุณใจเย็น ๆ รออีกไม่นานเขาก็ต้องขายเพราะเขาเป็นมะเร็ง เดี๋ยวอาการหนักก็ต้องขายแน่นอน
 
ผมก็รอและสอบถามเป็นระยะก็ยังไม่มีวี่แววสักที จนกระทั่งถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2548 เฮียลิ้งบอกผมว่าเขายังไม่เป็นอะไรและก็ไม่ยอมลดราคา เอาอย่างนี้ก็แล้วกันผมพาคุณไปดูให้แน่ใจว่าใช่เนื้อนำฤกษ์แน่ ๆ แล้วคุณก็ตกลงซื้อขายกับเขาก็แล้วกัน ผมไม่เอาอะไรเลย
 
จากนั้นเฮียลิ้งก็บอกราคามาว่าเขาคิด 5 แสนบาทไม่ลดเลย ผมให้เขา 3 แสนกะว่าจะมาขายคุณ 3 แสน 5 คุณไปดูก็แล้วกัน เซียนท้องถิ่นให้เขาในราคา 1 แสน 5 เท่านั้น
 
ฟังราคาแล้วผมก็อึ้งเหมือนกัน ยังไม่เคยมีใครทำสถิติบูชาองค์พ่อในราคานี้ ในขณะนั้นลูกกลมพิมพ์ใหญ่เนื้อขาวสภาพเรียบร้อยมาตรฐานราคาอยู่ที่ 3 หมื่น - 3 หมื่น 5
 
ด้วยความรักความศรัทธาผมจึงตกลงใจที่จะไม่ดู โดยลงไปนครศรีธรรมราชในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2548 ก่อนไป 1 วันผมโทรไปขอกู้เงินจากนายทุนจำนวน 5 แสนบาทเต็ม ๆ มารอไว้เลย (อันนี้ก็เป็นบทพิสูจน์อย่างหนึ่งว่าผมรักวัตถุมงคลองค์พ่อขนาดไหน เพราะถ้าเก็งกำไรไม่มีใครกล้าทำแน่ )
 
เดี๋ยวมาต่อครับ เพราะยังมีเรื่องเกี่ยวพันกับเจ้าของพระที่ผมจะเล่าให้ฟังครับ

สุวัฒน์

                                                    --------------------------------------


09/05/2015 : 11:17:27
ต้องขออภัยครับ ไม่ได้ตั้งใจจะค้างข้อความไว้แค่นั้นหรอกครับ แต่พิมพ์เยอะเกินไป พื้นที่เต็มแล้วโพสต์ไปไม่ได้ เลยพิมพ์สั้น ๆ แล้วโพสต์และจะใช้วิธี edit แต่ปรากฎว่าก็ไม่ได้อีก editอยู่ 2-3 ครั้งจึงต้องหยุดและแจ้งคนดูแลเว็บ เขาแจ้งทางไลน์มาเมื่อตอนหัวค่ำวานนี้ว่า เพิ่มพื้นที่ให้แล้วครับ คุณรังสิตเลยเข้ามาได้พอดี
 
ก็มาต่อจากที่ค้างไว้ ที่พวกเขาชอบพูดก็คือ
 
ถ้าทะเลาะกันเมื่อไหร่ ท่านพ่อจะดัง
 
ผมคิดว่าทุกท่านคงได้ยินคำพูดนี้มาหลายครั้งเช่นกัน ผมเองก็สงสัยว่าคนพูดเขาเอาอะไรมาคิดมาสรุป ผมอยากจะบอกว่าในความเป็นจริงแล้วเพราะท่านพ่อดังหรอกครับถึงได้ออกมาทะเลาะกัน ถามว่าถ้าท่านพ่อไม่ดังจะออกมาทะเลาะกันไหม
 
ที่ท่านพ่อโด่งดังแบบทะลุฟ้านั้น เกิดจากบารมีและพุทธานุภาพของท่านในการปลุกเสกวัตถุมงคลให้ศักดิ์สิทธิ์มีอิทธิ์ฤทธิ์ในการช่วยคนได้มากมายอย่างเห็นได้ชัด ไม่ได้ดังเพราะคนมาทะเลาะกัน ในทางกลับกันการทะเลาะกันต่างหากที่ก่อให้เกิดผลร้ายต่อวัตถุมงคลของท่าน คนที่ไม่ทราบเรื่องราวมาก่อนที่สนใจอยากจะเข้ามาบูชาวัตถุมงคลของท่าน ได้เห็นสถานการณ์แบบนี้ก็ไม่กล้าเข้ามา เพราะเกิดความไม่มั่นใจ
 
แบบนี้เขาเรียกว่าบั่นทอน ไม่ใช่ส่งเสริม
 
เหตุผลที่มาของการทะเลาะกันก็มาจากความโลภ ความหลง และต้นตอแห่งการทะเลาะเบาะแว้งนี้ก็เกิดมาจากคนๆ เดียว

สุวัฒน์

                                              ----------------------------------------------


19/05/2015 : 16:23:20
 
สวสัสดีครับเพื่อนสมาชิก
 
สวัสดีครับคุณหมอ และขอแสดงความยินดีกับคุณรังสิตด้วยนะครับที่มีพระปรกใบมะขามร่วมร้อยใบ สงสัยตอนนี้คงมากกว่าผมแล้ว
 
สวัสดีคุณพุฒิพงศ์ด้วยครับ หายไปนานเลยเหมือนกันครับ
 
อย่างที่ผมบอกนะแหละครับ สิ่งที่ทำให้มัวหมองมาจากคน ๆ เดียว พวกอื่น ๆ ที่เขาทะเลาะกันส่วนใหญ่เป็นเรื่องปกติของการค้าในวงการพระเครื่อง เช่นแย่งลูกค้ากัน ขายของปลอม
 
แต่ไอ้ที่ทะเลาะกันเพราะอยากจะเป็นโมโนโปลี่หรืออยากที่จะครองตลาด ด้วยการออกมาบอกว่าจตุคามรามเทพเป็นของกูคนเดียว ใครทำแข่ง ใครขายแข่ง ก็ออกมาด่า ออกมากล่าวหาว่าทำพระจตุคามปลอมทั้ง ๆ ที่เขาทำขึ้นใหม่และประกาศให้สาธารณชนทั่วไปทราบก็หาว่าเขาปลอม หาว่าเขาหลอกลวง (ทั้ง ๆ ที่ตัวเองหลอกลวงประชาชนอยู่ณ ขณะนี้ เดี๋ยวค่อยมาวิเคราะกันเรื่องนี้ครับ)
 
และถึงแม้ว่าคนที่ไม่ได้ทำอะไรก็ออกมาใส่ร้ายหาว่าทำพระรุ่นนั้นรุ่นนี้ขององค์ท่านพ่อปลอม อย่างที่ผมโดนมาแล้วเป็นต้น
 
นอกจากนี้ก็ฟ้องเขาไปทั่ว
 
เพราะฉะนั้นทุกคนที่ถูกกระทำย่ำยีก็ต้องออกมาปกป้องความบริสุทธิ์ เกียรติยศศักดิ์ศรีของตัวเอง จึงถูกมองไปว่าเป็นการทะเลาะกัน แต่คนส่วนใหญ่ก็เข้าใจดีว่ามันเป็นเรื่องที่เกิดมาจากอันธพาลคนเดียว
 
ช่วงนี้ก็คงออกมาหลอกชาวบ้านเขาอีก เพื่อนสมาชิกมาบอกผมว่าจะมีการออกรุ่น 3 มาอีก และทุกครั้งที่ออกพระใหม่ก็จะบอกชาวบ้านว่าเที่ยวนี้จะศักดิ์สิทธิ์กว่ารุนที่แล้วมา พูดเสร็จก็ตบหน้าตัวเอง เพราะรุ่นที่แล้วไม่ค่อยศักดิ์สิทธิ์ก็ตัวเองเป็นคนออก
 
พูดแบบนี้ก็คือการหลอกเด็กสมองกลวง พูดง่าย ๆ ก็คือหลอกคนโง่
 
แต่บางคนเขาก็จะบอกว่าเขาไม่ได้โง่นะ แต่ที่เขาได้บูชากับคนพวกนี้เพราะเขาศรัทธา ก็ว่ากันไป
 
แต่ศรัทธาที่ผมเข้าใจนั้นมี 2 แบบ คือศรัทธาอย่างมีเหตุผล มีสติปัญญา กับศรัทธาแบบลม ๆ แล้ง ๆ
 
ที่ผมจะบอกเพื่อนสมาชิกก็คือ อย่าไปซื้อเลยรุ่นนี้ รอรุ่นต่อไปดีกว่าเพราะจะศักดิ์สิทธิ์กว่า
 
แต่ถ้าเป็นไปได้ผมว่าควรจะถามว่ารุ่นสุดท้ายจะออกเมื่อไหร่ รอไปซื้อรุ่นสุดท้ายเลยจะดีกว่า
 
เพราะรุ่นสุดท้ายจะศักดิ์สิทธิ์ที่สุด 5555555555
 
(คงชาติหน้าบ่าย ๆ มังครับ)

สุวัฒน์

                                                          ----------------------------------


28/05/2015
 
สวัสดีครับ
 
ต้องขออนุญาตเพื่อนสมาชิกเข้ามาคุยต่อครับ
 
อาจมีคนสงสัยว่า ผมเคยกล่าวถึงเรื่องของคำว่า อภัย ที่อยู่ด้านหลังเหรียญพระพุทธเมตตาเป็นเครื่องเตือนใจ และผมได้ให้อภัยกับคนและกลุ่มคนที่กล่าวหาใส่ร้าย รวมทั้งนินทาว่าร้ายผม แล้วทำไมผมถึงยังพูดถึงเรื่องต่าง ๆ ของคนบางคนและกลุ่มคนพวกนั้น และก็มีเหตุที่มีคน ๆ หนึ่งมักจะพูดกับผมว่าช่างเขาเถอะพี่ ก็พี่มีเหรียญพระพุทธเมตตาอยู่
 
และก็มีสุภาพสตรีท่านหนึ่งถามผมว่า เราให้อภัยเขาแล้วยกโทษให้เขาหมดเลยหรือ ถ้าเขาทำผิดไปปล้นคนอื่น ไปฆ่าคนตายก็ไม่ผิดหรือ ผมจึงบอกเธอไปว่าการให้อภัยนี้เป็นเรื่องของความรู้สึกในทางจิตใจ แต่สิ่งที่เขาทำก็ต้องได้รับโทษในทางกฏหมายจากการกระทำของเขา
 
ก็เช่นกันในกรณีที่ผมพูดถึงนี้ ผมก็ให้อภัยในทางด้านจิตวิญญาณ แต่สิ่งที่เขาทำบาปกับคนอื่นในเรื่องการใส่ร้าย ทำให้คนอื่นเสียหายก็ต้องได้รับกรรมไป ส่วนที่ผมต้องมาวิพากย์วิจารณ์ ก็เพราะการกระทำและการให้ข้อมูลของเขาออกสู่สาธารณะ ซึ่งมีผลกระทบกับวงการขององค์ท่านพ่อจตุคามรามเทพไปในทางที่บิดเบือน
 
ผมและพวกเราซึ่งเคารพศรัทธาองค์ท่านพ่อก็ไม่ควรจะอยู่นิ่งเฉย ต้องเผยแพร่ให้คนที่เขาไม่เข้าใจไม่รู้เรื่องมาก่อน มีข้อมูลในการพิจารณา
 
คนซึ่งเป็นผู้รู้เรื่องดี ควรที่จะให้ข้อมูลที่เกิดประโยชน์กับสาธารณะเพื่อเทิดทูลองค์ท่านพ่อจตุคามรามเทพ กลับถูกมิจฉาทิษฐิครอบงำจึงบิดเบือนข้อมูล และสร้างพฤติกรรมเข้าข้างตัวเองโดยไม่เห็นหัวคนอื่น ไม่ให้เกียรติคนอื่น เพื่อสร้างความยิ่งใหญ่ให้ตัวเอง เพื่อเข้าครอบครองเป็นเจ้าขององค์ท่านพ่อจตุคามรามเทพ
 
ไม่น่าจะเป็นสิ่งที่ยอมรับได้

สุวัฒน์

                                                ------------------------------------------------
28/05/2015 : 22:52:40
ต่อครับ
 
มีนักสะสมท่านหนึ่งเคยบอกผมว่าเฮียอย่าไปถือสาเขาเลย อย่าไปฟ้องเขาเลย เขาก็เคยทำความดีมาก่อน ผมก็บอกกับเขาว่า ก็ใช่ผมก็ยอมรับว่าเขาก็เคยทำความดีมาก่อน แต่เขาก็เป็นผู้ใหญ่รู้ผิดชอบชั่วดี ซึ่งควรจะแยกแยะผิดถูกได้ แต่พฤติกรรมในตอนหลังมันไม่ใช่
 
ผมอยากจะเปรียบเทียบให้คุณฟังอย่างนี้ก็แล้วกันนะครับ
 
คนที่เป็นโจรปล้นฆ่าคนเขามาแล้ว แต่ภายหลังรู้สึกสำนึกผิดกลับตัวกลับใจ หันหน้าเข้าสู่ร่มกาสาวพัตร์ ประพฤติปฎิบัติธรรมอย่างเคร่งครัด บางคนถึงกับสำเร็จธรรมขั้นสูง ผมคิดว่าคนแบบนี้เราก็กราบไหว้ได้
 
กลับกัน ถ้าพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ มีคนศรัทธายกย่อง แต่วันดีคืนดีก็ถอดผ้าเหลืองออกแล้วไปปล้นเขา เบียดเบียนคนอื่นเขา ทำตัวน่ารังเกียจแบบนี้ คุณคิดว่าคุณยังกราบไหว้เขาลงไหม
 
พวกเราจึงยังต้องวิเคราะห์และเผยแพร่ให้คนอื่นได้รับรู้ เพราะข้อมูลต่าง ๆ ที่เคยแสดงออกมานั้นยังแพร่หลายอยู่ในสื่อออนไลน์โดยทั่วไป

สุวัฒน์

                                                     ---------------------------------
01/06/2015 : 22:55:04
สวัสดีครับ
 
ไม่นานมานี้ผมได้เข้าไปคนหาคน ๆ หนึ่งใน google ได้พบข้อความที่ลงในหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง มีการกล่าวถึงเรื่องราวขององค์ท่านพ่อจตุคามรามเทพในเรื่องวัตถุมงคล ที่กระแสความนิยมพุ่งขึ้นสูงมาก สาเหตุก็เพราะทุกคนเข้าใจว่าท่านขุนพันธรักษ์ราชเดชเป็นผู้สร้าง แต่พอทราบความจริงว่าท่านขุนพันธฯ ไม่ได้สร้างกระแสความนิยมก็พังทะลาย
 
ผมเองเข้าใจวัตถุประสงค์ของคนพูดดีว่า ต้องการดิสเครดิตท่านขุนพันธฯว่าไม่ได้มีส่วนในการสร้างวัตถุมงคลโดยฉวยโอกาสที่กระแสความนิยมในวัตถุมงคลซาลง เพื่ออยากจะบอกว่าคนสร้างก็คืออั๊วเอง และกระหยิ่มยิ้มย่องว่าลบชื่อท่านขุนพันธฯได้แล้ว การกระทำเช่นนี้เป็นการทำโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง
 
การพูดเช่นนี้ เป็นการตบหน้าตัวเองไปอีกหนึ่งที เพราะความหมายก็คือ พอคนรู้ว่าท่านขุนพันธฯไม่ได้สร้าง คนสร้างคืออั๊ว คนเลยเลิกนิยม แบบนี้โบราณเขาเรียกว่าจะฟันคนอื่นแต่ไปโดนหน้าแข้งตัวเอง (ทุกท่านคงเข้าใจนะครับว่าการฟันแบบนี้คือการฟันด้วยขวาน เมื่อพลาดแล้วมันจะเหวี่ยงเป็นวงเข้าหาตัวเองตรงหน้าแข้ง)
 
โดยแท้จริงแล้วการพูดนี้ก็เป็นการฉวยโอกาสและบิดเบือน พวกเราทุกท่านก็ทราบว่าสาเหตุที่กระแสลดลงเพราะการสร้างแบบมโหฬารกระจายไปทุกหย่อมหญ้า ซึ่งก็เข้าหลักของเศรษฐศาสตร์ในเรื่องของอุปสงค์และอุปทาน
 
ส่วนเรื่องที่บิดเบือนก็คือ ผู้คนที่นครฯ ที่รู้เห็นในเรื่องการสร้างมีเป็นร้อยเป็นพันว่าความจริงเป็นเช่นไร การมาพูดลดความสำคัญของท่านขุนพันธฯเช่นนี้ ทุคนได้แต่ส่ายหน้า

สุวัฒน์

 
                                                      -------------------------

06/06/2015 : 23:23:16
สวัสดีครับ
 
ตั้งใจว่าจะมาคุยรายละเอียดเรื่องเหรียญพังพระกาฬ พอดีมีเรื่องมาขัดจังหวะเลยคิดว่าพักเรื่องเหรียญไว้ก่อน ปล่อยให้พวกที่เขานึกว่าตัวเองรู้เรื่องดีพล่ามกันไปก่อน ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยไปโรงงานและก็ไม่รู้วิธีการสร้าง
 
มาถึงเรื่องขัดจังหวะที่ผมพูดถึง แต่ต้องขอบอกว่าเรามาคุยกันสนุก ๆ ก็แล้วกัน
 
2-3 วันที่ผ่านมามีคนมานำพระปิดตาเภตราไปจากผม แต่ไม่กล้าไปบอกรายละเอียดกับคนอื่นว่าเป็นของผม เพราะกลัวจะมีปัญหา จริง ๆ มันมีรายละเอียดเรื่องที่คุยกันอยู่ด้วยแต่เขาคงไม่อยากให้ผมเล่า ผมก็คงจะไม่พูดถึงรายละเอียดเพราะคิดว่าเขาก็เข้ามาอ่านเหมือนกัน
 
ที่เขากลัวมีปัญหาว่าพระเป็นของผม ๆ จึงถามว่าคุณคิดว่าเขาจะบอกว่าเก๊เหรอ ถ้าคิดว่าเขาจะบอกว่าเก๊ก็แสดงว่าคุณคิดก่อนเขาแล้วละตอนนี้ เขาก็บอกว่าเปล่าผมไม่ได้ว่าพี่ ผมเลยถามเขาว่า อ้าวแล้วปัญหามันคืออะไรล่ะ เขาก็ตอบไม่ได้ หรือไม่กล้าตอบก็ไม่รู้
 
จากเหตุแบบนี้ก็คงสรุปง่าย ๆ ว่า กลัวว่าเก๊นั่นเอง
 
ผมเลยมานั่งคิดว่าคนเราถ้าถูกกล่าวหาว่าทำชั่ว มันจะเป็นตราบาปติดตัวไปตลอด ถ้าเป็นการกระทำจริง ๆ มันก็เป็นเรื่องสมเหตุสมผล แต่ถ้าเป็นการใส่ร้ายมันจะเป็นการสร้างบาปขนาดไหน ไอ้คนที่เอาตราบาปไปโยนใส่คนอื่นมันคงไม่ใส่ใจ ตรงกันข้ามมันกลับสะใจ
 
และถึงแม้คนที่ถูกใส่ร้ายจะชี้แจงอย่างไรคนก็ยังไม่คลายความระแวง อย่างกรณีของผมนี่แหละ ทั้งชี้แจงรายละเอียดและขอท้าให้ออกมาสาบาน จำเป็นต้องท้าออกมาสาบานเพราะถ้าเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก็ต้องออกมาสาบานเพื่อยืนยันสิ่งที่ตัวเองพูด เพราะไม่มีหลักฐาน
 
ก็มีแต่พวกใส่ร้ายหน้าตัวเมีย ไม่เห็นโผล่หน้ามาเลย
 
คำว่าหน้าตัวเมียนี่ผมไม่ได้หมายถึงมนุษย์ผู้หญิงนะครับ คำว่าตัวเมียก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นสัตว์ แต่ผมมานึกถึงสัตว์ตัวเมียผมก็ว่ามันน่าจะดีกว่าคนที่ชอบใส่ร้ายคนอื่น ลองดูสิครับสิงห์โตนะ ส่วนใหญ่ตัวเมียจะหาอาหารให้ตัวผู้ สัตว์ตัวเมียทุกชนิดเวลามีลูก ถ้าลูกถูกใครรังแก มันจะปกป้องลูกและสู้ชนิดหัวชนฝา มันกล้าหาญยิ่งกว่ามนูษย์บางจำพวก
 
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมไม่เข้าใจก็คือ สังคมไทย
 
ทำไมคนถูกใส่ร้ายจะต้องถูกตราหน้าและหวาดระแวงไปตลอดว่าเป็นคนชั่ว ทำไมไม่คิดบ้างว่า
 
ไอ้คนใส่ร้ายคนอื่นต่างหากที่เป็นคนชั่ว

สุวัฒน์

                                                     -----------------------------


26/08/2015 : 15:23:08
สวัสดีครับ เพื่อนสมาชิกทุกท่าน
 
ห่างหายกันไปเป็นเวลานานเลยนะครับ ว่าง ๆ ก็ขอเชิญเข้ามาคุยกันบ้างนะครับ ความเห็นสุดท้ายของคุณรังสิตเป็นสิ่งยืนยันว่า ผู้ที่ศรัทธาและเคารพองค์ท่านพ่อจตุคามรามเทพ ยังมั่นคงและเหนียวแน่นอยู่ไม่เสื่อมคลาย
 
ก็พอดีเมื่อวันที่ 24 สิหาคม เมื่อวานซืนนี่เอง ได้มีสารคดีเรื่ององค์ท่านพ่อจตุคามรามเทพออกอากาศทางช่อง MCOT โดยขึ้นหัวข้อว่า แท้จริงที่ทำให้จตุคามรามเทพรุ่งเรืองสุดขีดและร่วงโรยอย่างรวดเร็ว
 
ในรายการได้มีการสัมภาษณ์บุคคลกลุ่มต่างๆ ทั้งผู้ที่มีความเคารพศรัทธาและเชื่อมั่นอย่างแท้จริง ผู้ที่เข้ามาเพื่อเก็งกำไรอย่างเดียว และผู้ที่เข้ามาเหน็บแนมหรือลบหลู่กลาย ๆ เมื่อดูจนจบรายการแล้วก็สรุปได้ว่าไม่ได้มีข้อมูลอะไรใหม่ จะมีใหม่ก็คือรายละเอียดของคนบางคนที่พูดแล้วไม่เหมือนเดิม
 
ผมเองมีความเคารพศรัทธาองค์ท่านพ่อเหนือสิ่งอื่นใด ดังนั้นเมื่อมีอะไรที่มากระทบท่านพ่อก็จำเป็นที่จะต้องเสนอความเห็นให้สาธารณชนได้รับรู้ในเรื่องบางเรื่อง ข้อความบางข้อความ
 
ตั้งแต่ผมเข้ามานับถือศรัทธาองค์ท่านพ่อตั้งแต่ปลายปี 2542 เป็นต้นมา วัตถุมงคลขององค์ท่านพ่อก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เป็นไปอย่างธรรมชาติตามหลักเศรษฐศาสตร์ นั่นคือความนิยมเพิ่มขึ้น ราคาก็เพิ่มขึ้นตามอุปสงค์อุปทาน
 
ความนิยมนี้เกิดขึ้นมาจากความศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้ศรัทธานำไปใช้ และบอกต่อกันออกไป และนี่เองจึงทำให้นักฉวยโอกาสนำเอาเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ที่เขาพูดกันนี้ ไปสร้างกระแสให้คนเข้ามานิยม โดยเฉพาะการใช้ตัวที่เป็นกิเลสสำคัญของมนุษย์มาเป็นจุดขายหรือเป็นตัวนำให้คนกระ***นกระหือรืออยากได้วัตถุมงคลของท่านพ่อ นั่นคือการสร้างความเชื่อที่ว่าใช้วัตถุมงคลขององค์ท่านพ่อแล้วจะ รวย
 
จึงมีจตุคามรุ่นต่าง ๆ มากมายที่มีแต่คำว่ารวย นอกจากนี้ยังกำหนดคำขวัญขึ้นมาเพื่อเป็นจุดดึงดูด หรือเป็นคำโฆษณาชวนเชื่อ ซึ่งในรายการนี้ก็นำมาลงไว้ คือ
 
ตราบใดที่น้ำทะเลยังไม่เหือดแห้ง
 
มึงมีกูไว้ไม่จน
 
สุวัฒน์

                                                   ----------------------------------
07/09/2015 : 12:03:32
สวัสดีครับ
 
พอดีคอมมีปัญหาเลยไม่ได้เข้ามาเสียนานเลย ก่อนอื่นก็ต้องขอแสดงความยินดีกับคุณหมอย้อนหลังด้วยนะครับ
 
ขออนุญาตกลับเข้ามายังเรื่องที่ค้างไว้ต่อนะครับ
 
ตามคำกล่าวข้างต้น ตรงคำที่ว่า มึงมีกูไว้ไม่จน เป็นคำพูดที่เลียนแบบมาจากเซียนสมัยก่อนที่พูดถึงพระซุ้มกอที่ขุดได้ที่ลานทุ่งเศรษฐี จังหวัดกำแพงเพ็ชรซึ่งกล่าวกันว่ามีบันทึกไว้ในแผ่นลานทองที่ขุดได้ ตั้งแต่ผมเล่นพระมา 30 กว่า ปี ก็ยังไม่เคยเห็นมีใครถ่ายรูปแผ่นลานทองนั้นออกมาเผยแพร่ให้เป็นหลักฐานที่ชัดเจน จึงเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอน และเป็นเหตุผลที่ว่าจะเป็นการพูดกันเอง เพื่อสร้างจุดขายทำให้พระซุ้มกอแพงอยู่ในกลุ่มพระที่แพงสูงสุด
 
กลับมาที่เรื่องของท่านพ่อ ผมเองได้มีโอกาศสัมผัสกับการทรงของโกผ่องอยู่บ้างถึงแม้ว่าจะไม่นาน แต่ก็ได้รู้จักคนเก่า ๆ ที่อยู่ในเหตุการณ์หลายท่าน ก็ยังไม่เคยได้ยินคำพูดแบบนี้ออกมาจากใครเลยแม้แต่องค์ท่านพ่อ มาได้ยินในช่วงหลังใกล้ ๆ ตอนก่อนที่จตุคามจะบูม
 
คำพูดนี้จึงเป็นคำโฆษณาเพื่อขาย และก็มีผลมากเสียด้วย เพราะเป็นจุดดึงดูดอันหนึ่งที่คนแห่แหนกันเข้ามาหาวัตถุมงคลของท่านพ่อ และก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่ทำให้คนเลิกออกไปในตอนหลัง เพราะมีหลายคนบอกว่าไม่เห็นจริงเลย โกหกนี่หว่า นี่ก็เป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้มีคนกล่าวหาว่าความนิยมในองค์จะตุคามรามเทพร่วงโรยลง ตามการจั่วหัวของรายการนี้
 
ผมอยากจะเรียนว่า อย่างพวกเรา ๆ ที่นับถือศรัทธาองค์ท่านพ่อ และคนทั่ว ๆ ไปที่คิดเป็นโดยใช้เหตุผลอย่างธรรมดาสามัญก็รู้ว่าวัตถุประสงค์ของคำพูดนี้คืออะไร
 
แต่คนบางคนซึ่งอาจจะมีไม่น้อยที่คิดว่าถ้ามีจตุคามแล้วไม่จนตามที่เขาโฆษณา จึงคิดว่าแค่แขวนแล้วก็จะมีเงินทองร่ำรวยไม่ต้องทำอะไรเลย อันนี้ก็สรุปไม่ยากว่า
 
ถ้ามึงแขวนแล้วเดินไปเดินมา ไม่ทำมาหากินอะไรเลย
 
มึงจนแน่นอน

สุวัฒน์

                                                       ---------------------------------

 
- 09/09/2015 : 22:36:27 

สวัสดีครับ
 
มาขอต่ออีกหน่อยครับ
 
สิ่งที่ผมได้ยินจากท่านพ่อก็คือ ท่านจะสอนให้ทุกคนขยันขันแข็งในการทำมาหากิน เป็นคนดีมีคุณธรรม ซึ่งเป็นหลักการทั่วไปที่อาจารย์และองค์เทพจะสอนผู้คนอยู่แล้ว และถ้าทุกคนปฎิบัติตามคำสอนนี้ ถึงแม้ว่าจะไม่มีวัตถุมงคลก็จะไม่มีวันจนอยู่แล้ว
 
แต่ที่เราเข้ามาเชื่อมั่นศรัทธาและหาวัตถุมงคลก็เพื่อช่วยส่งเสริม ฃ่วยแก้ปัญหาอุปสรรค และป้องกันอันตราย ตามแต่ระดับโชคชะตาของแต่ละบุคคลจะอำนวย
 
ซึ่งคำสอนนี้ก็ตรงกับที่คุณแอ๊ด คาราบาว เขาแต่งเพลงไว้และทางรายการได้นำมาเปิด เมื่อพูดถึงคุณแอ๊ด เลยต้องขอพูดต่อว่า คุณแอ๊ด คาราบาว และคุณพยับ คำพันธ์ 2 ท่านนี้ได้ให้สัมภาษณ์ดีมากในรายการนี้ ทั้งสองท่านนี้พูดคล้ายกันพอสรุปได้ว่า คนที่เขาศรัทธาองค์ท่านพ่อเขาก็ยังศรัทธากันอยู่ แม้แต่ท่านทั้งสองก็ยังใช้สลับกับวัตถุมงคลอื่น ๆ
 
แสดงให้เห็นว่าทั้งสองท่านเข้าใจสถานะการณ์ในปัจุบันที่รู้ว่ายังมีคนอย่างกลุ่มพวกเราที่ศรัทธาและเชื่อมั่นในองค์พ่ออยู่ ซึ่งยังมีอยู่ทั่วไปในประเทศนี้
 
สำหรับผมนั้นขอบอกได้เลยว่า ที่พูดว่าความนิยมในองค์จตุคามรามเทพร่วงโรยไปนั้นไม่เป็นความจริงเลย แต่ที่ร่วงโรยไปก็คือกลุ่มคนที่ไม่ได้ศรัทธาองค์ท่านจริง ๆ และเป็นผู้ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ขึ้นมา ด้วยการฉวยโอกาสที่จะเข้ามาสร้างความร่ำรวยจากการสร้างวัตถุมงคลในนามของท่าน แล้วนำไปหลอกล่อคนที่อยากได้วัตถุมงคลที่ทำให้รวย
 
องค์ท่านพ่อท่านอยู่เฉย ๆ แต่คนพวกนั้นมาทำกันเอง ส่วนคนที่ศรัทธาท่านอย่างแท้จริงมาตั้งแต่ก่อนจะเกิดกระแสจตุคาม ปัจจุบันเขาก็ยังศรัทธากันอยู่เหมือนเดิม ยกเว้นพวกที่เข้ามาเก็งกำไรตั้งแต่ตอนต้น พอกระแสพรุ่งขึ้นทำให้ราคาดีก็ขายหมด พอกระแสลงพวกนี้ก็จะเลิกไป เพราะที่พูดว่าตัวเองศรัทธานั้น เป็นแค่คำพูด
 
เพราะฉะนั้น กระแสที่ขึ้น และกระแสที่ลงนั้น เกิดจากกลุ่มคนที่ไม่ได้ศรัทธาเข้ามาแสวงหาประโยชน์อย่างเดียว
 
ทำให้ปัจจุบันนี้ จะเหลือแต่ผู้ศรัทธาตัวจริงเท่านั้น
 
และตัวจริงเท่านั้นที่องค์ท่านพ่อจตุคามรามเทพ จะได้ใช้โอกาสนี้แผ่บารมีช่วยเหลืออย่างเต็มที่

สุวัฒน์

                                                                --------------------------

 

เจ้าหน้าที่ดูแลเว็บ
10/09/2015 : 22:42:01

สวัสดีครับ
 
ตามที่ผมเรียนไปตอนท้ายเรื่องตัวจริงนั้น เรื่องนี้เป็นเหตุผลหนึ่งที่จะทำให้ได้รับบุญบารมีขององค์ท่านพ่ออย่างเต็มที่ เพราะผู้ที่ศรัทธาจริง ๆ จะมีจิตมั่นในองค์ท่านพ่อ
 
การใช้วัตถุมงคลทุกฃนิด ผู้ที่มีประสบการณ์และมีความรู้จริง ๆ กับการใช้วัตถุมงคลจะทราบว่าถ้าจะให้ได้ผลจริง ๆ จะต้องมีจิตมั่นในวัตถุมงคลนั้น ๆ การมีจิตมั่นจะทำให้การสื่อถึงวัตถุมงคลได้อย่างเต็มที่ พลังของวัตถุมงคลก็ตอบสนองได้อย่างเต็มที่เช่นกัน
 
เกจิอาจารย์ในสมัยก่อนจะสอนลูกศิษย์ในเรื่องการมีจิตมั่นต่อวัตถุมงคล หลวงพ่อทองดำแหงวัดท่าทอง จังหวัดอุตรดิตถ์ ท่านก็เคยบอกกับผมว่าถ้าจะแขวนพระต้องมีจิตมั่นกับพระองค์นั้นจึงจะได้ผล
 
ผมเองเป็นคนช่างหาเหตุผลก็เลยถามท่านไปว่า ถ้าอย่างนี้เด็ก ๆ เขาไม่เข้าใจเรื่องจิตมั่น เอาไปให้เขาแขวนจะได้ผลหรือครับ ท่านตอบกึ่งถามผมว่า ถ้าคนเอาไปให้แขวนเขามั่นละ ผมก็เลยเรียนท่านว่า ครับผม
 
สำหรับวัตถุมงคลขององค์ท่านพ่อนั้นมีอานุภาพสูงมีจิตวิญญาณแห่งเทพสถิตย์อยู่ ดังนั้นผู้ที่ยังไม่เชื่อไม่ศรัทธาขอแบบท้าทาย ท่านก็บันดาลให้เห็นถึงความศักดิ์สิทธิ์ทุกราย แต่จะให้เพียงครั้งเดียว ถ้ายังไม่เชื่อไม่ศรัทธา จะมาขอแบบโอหังบังอาจอีกก็จบ
 
ผมบอกได้เลยว่าผู้ที่เชื่อมั่นศรัทธา มีจิตมั่นต่อองค์ท่าน ตลอดชีวิตนี้ของคนผู้นั้นจะได้รับบารมีจากองค์ท่านอย่างเต็มที่
 
มาที่คำให้สัมภาษณ์ของคนในรายการนั้นต่อครับ
 
มีคน ๆ หนึ่งให้สัมภาษณ์ว่า จตุคามนั้นเป็นของเล่น
 
เราค่อยมาคุยเรื่องนี้กันต่อ เพราะคงจะค่อนข้างยาว

สุวัฒน์

                                                       --------------------------------------


19/09/2015 : 15:11:46
 
สวัสดีครับ
 
เกือบถูกครับ แต่เกือบก็คือไม่ถูกนั่นแหละครับ ถึงไม่ถูกก็เลี้ยงได้ครับ นัดมาเลยครับ
 
กลับมาที่เรื่ององค์ท่านพ่อทีถูกเขาดูหมิ่นว่าเป็นของเล่นและเป็นขนมกันต่อครับ
 
ผมอยากจะถามกลุ่มคนที่โจมตีเรื่องวัตถุมงคลว่าเป็นอวิชชา เป็นของเล่นว่าพวกคุณที่อวดตัวอวดโวหารว่าแนวทางของคุณดี เลอเลิศกว่าคนอื่น โดยเฉพาะพวกที่สร้างวัตถุมงคลนั้น พวกคุณสำเร็จไปกี่คนแล้ว ที่พวกคุณอ่านและศึกษาพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์แล้วมาคุยโม้คุยโตนั้นนะ พวกคุณทำได้ไหม
 
แล้วคุณลองมาพิจารณาดูพระที่มีวัตถุมงคลที่เราเรียกกันว่าพระเกจิอาจารย์ และท่านมีพระอัฐิเป็นพระธาตุ ซึ่งปัจจุบันเรายอมรับกันว่าเป็นพระอรหันต์นั้น ส่วนใหญ่เกือบทุกองค์ท่านปลุกเสกวัตถุมงคลเกือบทั้งนั้น เราลองมาไล่เรียงกันดูก็ได้
 
หลวงปู่แหวน วัดดอยแม่ปั๋ง
 
หลวงปู่ฝั้น วัดป่าอุดมสมพร
 
หลวงปู่ขาว วัดถ้ำกลองเพล
 
หลวงปู่ดุลย์ วัดบูรพาราม
 
ท่านเจ้าคุณนรฯ วัดเทพศิรินทร์
 
หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ วัดท่าซุง
 
ครูบาชุม วัดวังมุย
 
หลวงพ่อเกษม สุสานไตรลักษณ์
 
หลวงปู่ดู่ วัดสะแก
 
และยังมีอีกมากมายทั้งที่ละสังขารไปแล้ว และยังทรงสังขารอยู่ทุกท่านได้ปลุกเสกวัดถุมงคลให้ลูกศิษย์นำไปใช้ให้เกิดประโยขน์กับตัวเอง
 
ถ้าเป็นของงมงาย เป็นอวิชชา ท่านก็คงไม่ทำ แล้วผมก็บอกได้เลยว่าพระอริยะสงฆ์เหล่านี้มีภูมิธรรมชั้นสูงเหนือกว่าพวกคุณแบบไม่เห็นฝุ่น เรียกว่าคุณต้องตามท่านอีกเป็นสิบ เป็นร้อยชาติ
 
พิจารณาดูง่ายๆ สิ่งที่พวกคุณศึกษาพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์เพียงอย่างเดียวนั้นไม่ได้กล่อมเกลาจิตใจของพวกคุณเลย เพราะพฤติกรรมที่พวกคุณแสดงออกนั้น คือการเหยียบย่ำคนอื่น เหยียบย่ำแนวทางอื่น
 
คุณศรัทธาแบบไหน เชื่อแบบไหน คุณก็ทำไป
 
แต่ถ้าคุณมาดูหมิ่นดูแคลนคนอื่น ก็แสดงว่าสิ่งที่คุณศึกษามานั้นไม่มีพลังพอที่จะทำให้คุณเป็นคนที่ตัดกิเลสเบื้องต้นได้ ยังเป็นคนที่ก้าวร้าว เหยียดหยามคนอื่น
 
หรือว่ากิเลสของความอยากดังนั้นมันรุนแรงกว่า

สุวัฒน์

                                                          --------------------------------

สวัสดีครับ

 
ต้องขอเข้ามาต่ออีกเรื่องหนึ่งครับ คือเรื่องเหรียญแสตมป์ยันต์ข้างเนื้อนวะ ที่ผมเคยนำลงในข่าวสังคมพระเครื่องในหนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2558 มีคนมาบอกข่าวกับผมหลายคนว่า มีเซียนสายจตุคามรามเทพไม่เชื่อว่ามีจริงอยู่หลายคน ผมขอให้ดูรูปก่อนครับ
 
ตามข่าวบอกว่าเซียนเขาพูดว่า
 
1. ไม่มีหรอกเขาไม่เคยเห็น
 
2. คงเข้าใจผิดมั้งเห็นผิวทองแดงกลับดำ ก็เลยตีเป็นนวะ
 
3. เป็นไปได้ยังไง ถ้าจะทำกันจริง ๆ ทำไมทำแค่ 11 เหรียญ

ผมต้องขอเล่าความเป็นมาของเหรียญนี้ให้เพื่อน ๆ ทราบก่อนนะครับ
 
ผมกับคุณประภัสร์ ไปหาโกผ่องเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2543 ขณะนั้นในบ้านของโกผ่องยังมีเหรียญแสตมป์ทั้ง 3 พิมพ์อยู่เป็นกอง ให้บูชาเหรียญละ 20 บาท คุณสุรพล คิงยนต์ ฝากบูชาอย่างละ 100 เหรียญ
 
ในวันนั้นผมตั้งใจจะไปบูชา 30 โกผ่องก็หามาได้ 19 องค์ ผมเองบอกว่าอยากได้สวย ๆ ไปลงปกหนังสือ โกผ่องจึงหยิบนำฤกษ์มาให้ คุณประภัสร์ถามว่าองค์นี้ให้เหรอ โกผ่องร้องว่า ฮื้อ ผมก็บอกไปว่าไม่เป็นไรผมจ่ายเงินก็ได้ ผมจึงได้มา 20 องค์ในราคาองค์ละ 2,500 บาท เฉพาะส่วนนี้จ่ายเงินไป 50,000 บาท
 
จากนั้นได้คุยกันถึงเรื่องที่จะบูชาพระพุทธสิหิงค์เนื้อขาว โดยโกผ่องหยิบถาดออกมาจากในตู้ลิ้นชัก ในถาดนั้นมีพระพุทธสิหิงค์สีขาวอยู่ประมาณ 30-40 องค์และมีของอื่น ๆ ปะปนกันอยู่ในนั้นอีกหลายอย่าง มีปิดตางูเก็งกองด้วย โกผ่องยังหยิบให้ผมมา 2 องค์
 
ในระหว่างต่อราคาพระพุทธสิหิงค์กันอยู่ คุณประภัสร์ได้มองเห็นเหรียญแสตมป์ยันต์ข้างเนื้อนวะจึงได้ค้นหาและหยิบมาว่างไว้ที่ขอบถาดได้จำนวน 4 เหรียญ คุณประภัสร์บอกว่าแบ่งกันคนละ 2 เหรียญ แต่ระหว่างนั้นมีคนเดินขึ้นมาหาโกผ่อง บอกเลยก็ได้ครับ คน ๆ นั้นคือโกช้า คุณประภัสร์เลยรีบหยิบเหรียญซุกเข้าไปใต้กองแล้วบอกผมว่า เดี๋ยวผมค่อยมาเอาที่หลัง หลังจากนั้นไม่นานคุณประภัสร์ก็ส่งเหรียญนวะนั้นมาให้ผม 2 เหรียญ
 
เรื่องที่เล่ามานี้ยังไม่ใช่เหตุผลที่จะนำมากล่าวอ้างได้ว่าเหรียญแสตมป์ยันต์ข้างเนื้อนวะมีจริง
 
เดี๋ยวค่อยมาวิเคราะห์ใน 3 หัวขอ้ที่ผมเรียนไว้ข้างต้น

สุวัฒน์

                                                ----------------------------

23/02/2016 : 21:41:15
สวัสดีครับ
 
เพิ่มเติมในวันนั้น ผมได้บูชาเหรียญแสตมป์ชุดกรรมการจากโกผ่องมา 10 กล่อง ๆ 300บาท โกผ่องยังให้พระพุทธสิหิงห์เนื้อสีเลือดหมูมา 1 องค์ บอกว่าองค์นี้เป็นเนื้อพิเศษ
 
กลับมาที่เนื้อนวะกันต่อ คงต้องดูกันเป็นข้อ ๆ นะครับ
 
1. การที่บอกว่าไม่มีหรอกเขาไม่เคยเห็น
 
ผมว่ากรณีนี้คิดถึงอัตตาตัวเองมากไปหน่อยนะครับ ผมขอบอกได้เลยว่าเซียนพระสายหลักเมือง ไม่มีทางที่คนหนึ่งคนใดจะได้เห็นวัตถุมงคลของหลักเมืองครบทุกแบบ ทุกพิมพ์ ทุกเนื้อ เพราะฉะนั้นการที่ไม่เคยเห็นไม่ได้หมายความว่าจะไม่มี และอาจจะกลายเป็นว่าคนพูดนั่นแหละเห็นของมาไม่เยอะ
 
2. ที่บอกว่าคงเป็นทองแดงสีดำ ๆ เลยตีเป็นนวะ
 
การพูดเช่นนี้ก็เป็นการไม่ให้เกีนรติคนอื่น เป็นการคาดเดาที่ดูหมิ่นดูแคลนคนอื่นเพราะตัวเองก็ยังไม่เคยเห็น ผมกับคุณประภัสร์เคยเห็นเนื้อทองแดง และนวะมาไม่ใช่น้อย ถ้าดูไม่เป็นก็คงต้องเลิกเล่น พวกเราเห็นเหรียญนี้ในขณะที่ยังมีเหรียญทองแดงอยู่ด้วยหลายหมื่นเหรียญ ที่สำคัญคือตรงขอบเหรียญที่เกิดจากการตอกตัดนั้น เผยให้เห็นเนื้อในที่แท้จริง ที่พวกเราเห็นก็บอกได้เลยว่าไม่ใช่ทองแดง
 
3. เป็นไปได้ยังไง ถ้าทำกันจริง ๆ ทำไมทำแค่ 11 เหรียญ
 
เรื่องนี้ธรรมดามาก ถ้าคิดแบบไม่ประหยัดสมองก็จะรู้ว่า ก็เพราะเขาไม่ได้ตั้งใจจะทำจริง ๆ ยังไง เพียงแค่โกจ๊องบอกผมว่าเนื้อนวะมี 11 เหรียญ ผมก็รู้ทันทีว่าผู้สร้างไม่ได้ตกลงทำเนื้อนวะ อาจจะเป็นเพราะราคาจะต้องแพงขึ้น แต่ที่มีเนื้อนวะก็เกิดจากการปั๊มกันขึ้นมาให้ดูจากเนื้อนวะที่เหลือจากคนอื่น หรือโรงงานเหลือเศษนวะที่ทำให้คนอื่นครบจำนวนแล้ว ถ้าคนเคยสร้างเหรียญก็จะรู้และเข้าใจเรื่องนี้ดี
 
ตั้งแต่ผมได้มาจนถึงปี 2557 ผมก็ไม่ได้เอาออกมาแสดงหรืออวดคนภายนอก เพราะขี้เกียจรำคาญที่จะมีคนโจมตีว่าไม่มี แต่ผมและคนที่เป็นดูแล้วก็ต้องบอกว่านี่ไม่ใช่เนื้อทองแดง จะเป็นเนื้อนวะ(และเป็นเหรียญที่แท้แน่ๆ ) แต่จะไม่จัดเหมือนพระกริ่งวัดสุทัศน์ฯ แต่ผมรับรองได้เลยว่าเหรียญนวะพวกนี้ถ้านำไปล้างให้ผิวสะอาดไม่มีผิวไฟอยู่ รับรองว่าจะดำและเงามากกว่านี้มาก ๆ
 
เมื่อผมได้ทราบข้อมูลจากโกจ๊องผู้รับทำเหรียญแสตมป์ชุดนี้ว่ามีเนื้อนวะ โดยที่ผมไม่ได้ถาม ผมถึงได้นำไปลงในหนังสือพิมพ์ เพราะว่า ผมมีพยานครบแล้ว นั่นคือ
 
มีทั้งประจักษ์พยานและวัตถุพยาน
 
ทั้งสองพยานมีความสอดคล้องกันจึงทำให้ทั้งหมดมีน้ำหนักเต็มร้อย
 
แต่เรื่องนี้ก็เป็นนานาจิตตัง ใครไม่เชื่อว่ามีก็ได้ ผมก็อยากจะฝากบอกไว้ ณ ที่นี้เลยนะครับว่า ถ้าเจอเนื้อแบบที่ผมมีเอามาขายผมในราคาเนื้อทองแดงก็ได้เลยนะครับ จะขอบพระคุณอย่างสูง
 
 สุวัฒน์

                                                             ---------------------------------

03/2016 : 11:12:01

สวัสดีครับ
 
ไม่ได้เข้ามาทักทายเสียหลายวัน ผมไปนครเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กลับมาเมื่อวันศุกร์ ได้ของที่อยากได้มานิดหน่อย และมีเรื่องที่จะมาบอกเพื่อนสมาชิกนิดหน่อยเหมือนกัน เป็นเรื่องที่ต่อเนื่องจากกระทู้ที่แล้ว คือเรื่องเหรียญแสตมป์เนื้อนวะ เพราะมีคนนำมาให้ดูหลายเหรียญ
 
ต้องย้อนกลับไปข้อที่ 2 ที่บอกว่า คงเข้าใจผิดที่เห็นเนื้อทองแดงเป็นสีดำ เลยตีเป็นนวะ ที่จริงทองแดงกลับดำเองไม่ได้หรอกครับ มีแต่คนไปทำให้ดำ และที่เห็นมาก็เป็นเช่นนั้น แต่การทำนี้มีข้อสังเกตุได้มากและมีข้อจำกัดพอสมควร
 
เรื่องที่ทำให้ทองแดงดำนั้นเป็นเรื่องง่ายมาก เรียกว่าขนมเลยละ ไม่เชื่อไปถามคุณอ๊อด พันล้านดูก็ได้
 
แต่ไม่ว่าจะทำเก่งแค่ไหนก็แยกแยะได้ไม่ยาก เพียงแต่อย่าไปหลงก็พอ เฉพาะดูสีที่ผิวก็แยกได้แล้ว แต่อย่าไปหลงตรงที่บอกว่าถ้าเป็นนวะ ตรงขอบตัดจะเป็นสีชมพูไม่เหมือนทองแดง ตรงนี้ก็ต้องดู แต่ต้องดูว่าเขาไม่ได้เอาเหรียญในกล่องที่ชุบนาคมาทำให้ดำ หรือนำเหรียญทองแดงไปชุบนาคใหม่ ซึ่งจะทำให้เห็นขอบเป็นสีชมพูหรือสีนาคที่ต่างจากทองแดง
 
ส่วนเรื่องข้อจำกัดก็คือ
 
- ต้องหาเหรียญทองแดงที่พิมพ์เดียวกับนวะ นั่นคือ ฉ จุด หลังเฮง
 
-ขอบข้างต้องเป็นตัวตอกตัดที่เป็นตัวเดียวกับตัวตอกตัดเหรียญนวะตัวจริง
 
ข้อมูล 2 ข้อนี้เป็นองค์ประกอบ เพื่อให้การพิจารณาชัดเจนขึ้น
 
เวลาจะซื้อก็ควรระมัดระวังและละเอียดถี่ถ้วนนะครับ03/2016 : 11:12:01

สวัสดีครับ
 
ไม่ได้เข้ามาทักทายเสียหลายวัน ผมไปนครเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กลับมาเมื่อวันศุกร์ ได้ของที่อยากได้มานิดหน่อย และมีเรื่องที่จะมาบอกเพื่อนสมาชิกนิดหน่อยเหมือนกัน เป็นเรื่องที่ต่อเนื่องจากกระทู้ที่แล้ว คือเรื่องเหรียญแสตมป์เนื้อนวะ เพราะมีคนนำมาให้ดูหลายเหรียญ
 
ต้องย้อนกลับไปข้อที่ 2 ที่บอกว่า คงเข้าใจผิดที่เห็นเนื้อทองแดงเป็นสีดำ เลยตีเป็นนวะ ที่จริงทองแดงกลับดำเองไม่ได้หรอกครับ มีแต่คนไปทำให้ดำ และที่เห็นมาก็เป็นเช่นนั้น แต่การทำนี้มีข้อสังเกตุได้มากและมีข้อจำกัดพอสมควร
 
เรื่องที่ทำให้ทองแดงดำนั้นเป็นเรื่องง่ายมาก เรียกว่าขนมเลยละ ไม่เชื่อไปถามคุณอ๊อด พันล้านดูก็ได้
 
แต่ไม่ว่าจะทำเก่งแค่ไหนก็แยกแยะได้ไม่ยาก เพียงแต่อย่าไปหลงก็พอ เฉพาะดูสีที่ผิวก็แยกได้แล้ว แต่อย่าไปหลงตรงที่บอกว่าถ้าเป็นนวะ ตรงขอบตัดจะเป็นสีชมพูไม่เหมือนทองแดง ตรงนี้ก็ต้องดู แต่ต้องดูว่าเขาไม่ได้เอาเหรียญในกล่องที่ชุบนาคมาทำให้ดำ หรือนำเหรียญทองแดงไปชุบนาคใหม่ ซึ่งจะทำให้เห็นขอบเป็นสีชมพูหรือสีนาคที่ต่างจากทองแดง
 
ส่วนเรื่องข้อจำกัดก็คือ
 
- ต้องหาเหรียญทองแดงที่พิมพ์เดียวกับนวะ นั่นคือ ฉ จุด หลังเฮง
 
-ขอบข้างต้องเป็นตัวตอกตัดที่เป็นตัวเดียวกับตัวตอกตัดเหรียญนวะตัวจริง
 
ข้อมูล 2 ข้อนี้เป็นองค์ประกอบ เพื่อให้การพิจารณาชัดเจนขึ้น
 
เวลาจะซื้อก็ควรระมัดระวังและละเอียดถี่ถ้วนนะครับ03/2016 : 11:12:01

สวัสดีครับ
 
ไม่ได้เข้ามาทักทายเสียหลายวัน ผมไปนครเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กลับมาเมื่อวันศุกร์ ได้ของที่อยากได้มานิดหน่อย และมีเรื่องที่จะมาบอกเพื่อนสมาชิกนิดหน่อยเหมือนกัน เป็นเรื่องที่ต่อเนื่องจากกระทู้ที่แล้ว คือเรื่องเหรียญแสตมป์เนื้อนวะ เพราะมีคนนำมาให้ดูหลายเหรียญ
 
ต้องย้อนกลับไปข้อที่ 2 ที่บอกว่า คงเข้าใจผิดที่เห็นเนื้อทองแดงเป็นสีดำ เลยตีเป็นนวะ ที่จริงทองแดงกลับดำเองไม่ได้หรอกครับ มีแต่คนไปทำให้ดำ และที่เห็นมาก็เป็นเช่นนั้น แต่การทำนี้มีข้อสังเกตุได้มากและมีข้อจำกัดพอสมควร
 
เรื่องที่ทำให้ทองแดงดำนั้นเป็นเรื่องง่ายมาก เรียกว่าขนมเลยละ ไม่เชื่อไปถามคุณอ๊อด พันล้านดูก็ได้
 
แต่ไม่ว่าจะทำเก่งแค่ไหนก็แยกแยะได้ไม่ยาก เพียงแต่อย่าไปหลงก็พอ เฉพาะดูสีที่ผิวก็แยกได้แล้ว แต่อย่าไปหลงตรงที่บอกว่าถ้าเป็นนวะ ตรงขอบตัดจะเป็นสีชมพูไม่เหมือนทองแดง ตรงนี้ก็ต้องดู แต่ต้องดูว่าเขาไม่ได้เอาเหรียญในกล่องที่ชุบนาคมาทำให้ดำ หรือนำเหรียญทองแดงไปชุบนาคใหม่ ซึ่งจะทำให้เห็นขอบเป็นสีชมพูหรือสีนาคที่ต่างจากทองแดง
 
ส่วนเรื่องข้อจำกัดก็คือ
 
- ต้องหาเหรียญทองแดงที่พิมพ์เดียวกับนวะ นั่นคือ ฉ จุด หลังเฮง
 
-ขอบข้างต้องเป็นตัวตอกตัดที่เป็นตัวเดียวกับตัวตอกตัดเหรียญนวะตัวจริง
 
ข้อมูล 2 ข้อนี้เป็นองค์ประกอบ เพื่อให้การพิจารณาชัดเจนขึ้น
 
เวลาจะซื้อก็ควรระมัดระวังและละเอียดถี่ถ้วนนะครับ03/2016 : 11:12:01

สวัสดีครับ
 
ไม่ได้เข้ามาทักทายเสียหลายวัน ผมไปนครเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กลับมาเมื่อวันศุกร์ ได้ของที่อยากได้มานิดหน่อย และมีเรื่องที่จะมาบอกเพื่อนสมาชิกนิดหน่อยเหมือนกัน เป็นเรื่องที่ต่อเนื่องจากกระทู้ที่แล้ว คือเรื่องเหรียญแสตมป์เนื้อนวะ เพราะมีคนนำมาให้ดูหลายเหรียญ
 
ต้องย้อนกลับไปข้อที่ 2 ที่บอกว่า คงเข้าใจผิดที่เห็นเนื้อทองแดงเป็นสีดำ เลยตีเป็นนวะ ที่จริงทองแดงกลับดำเองไม่ได้หรอกครับ มีแต่คนไปทำให้ดำ และที่เห็นมาก็เป็นเช่นนั้น แต่การทำนี้มีข้อสังเกตุได้มากและมีข้อจำกัดพอสมควร
 
เรื่องที่ทำให้ทองแดงดำนั้นเป็นเรื่องง่ายมาก เรียกว่าขนมเลยละ ไม่เชื่อไปถามคุณอ๊อด พันล้านดูก็ได้
 
แต่ไม่ว่าจะทำเก่งแค่ไหนก็แยกแยะได้ไม่ยาก เพียงแต่อย่าไปหลงก็พอ เฉพาะดูสีที่ผิวก็แยกได้แล้ว แต่อย่าไปหลงตรงที่บอกว่าถ้าเป็นนวะ ตรงขอบตัดจะเป็นสีชมพูไม่เหมือนทองแดง ตรงนี้ก็ต้องดู แต่ต้องดูว่าเขาไม่ได้เอาเหรียญในกล่องที่ชุบนาคมาทำให้ดำ หรือนำเหรียญทองแดงไปชุบนาคใหม่ ซึ่งจะทำให้เห็นขอบเป็นสีชมพูหรือสีนาคที่ต่างจากทองแดง
 
ส่วนเรื่องข้อจำกัดก็คือ
 
- ต้องหาเหรียญทองแดงที่พิมพ์เดียวกับนวะ นั่นคือ ฉ จุด หลังเฮง
 
-ขอบข้างต้องเป็นตัวตอกตัดที่เป็นตัวเดียวกับตัวตอกตัดเหรียญนวะตัวจริง
 
ข้อมูล 2 ข้อนี้เป็นองค์ประกอบ เพื่อให้การพิจารณาชัดเจนขึ้น
 
เวลาจะซื้อก็ควรระมัดระวังและละเอียดถี่ถ้วนนะครับ

สุวัฒน์

                                                 --------------------------------------

 

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

Top