นานาสาระ / มีด ดาบ พระขรรค์ กริช ไม้ตะพดและไม้เท้า

เรื่องไม้ตะพดและไม้เท้า

แก่แล้วไง

ไม้ตะพด

                      ชายไทยสมัยโบราณทั้งหนุ่มและแก่นิยมถือไม้ตะพดติดตัวเมื่อออกนอกบ้าน ถ้าเป็นคนแก่เราก็เข้าใจได้ว่าต้องการใช้เป็นเครื่องมือช่วยในการเดิน แต่เมื่อคนหนุ่มมาถือด้วย นั่นแสดงว่ามีความหมายในการใช้มากกว่านั้น นั่นคือการใช้สำหรับป้องกันตัว ทั้งใช้เป็นอาวุธป้องกันคนร้าย ใช้ป้องกันสุนัข  เนื่องจากการสมัยก่อนจะมีการเดินทางด้วยเท้าค่อนข้างมาก และสถานที่เปลี่ยวมีมาก แม้ผ่านชุมชนก็จะไม่หนาแน่นเหมือนกับสมัยนี้ 

                       ในยุคปัจจุบันไม้ตะพด เป็นเครื่องมือเครื่องใช้สำหรับคนแก่และคนไข้ที่มีปัญหาเรื่องการเดินเท่านั้น คนหนุ่ม ๆ ไม่ถือกันแล้วเพราะสภาพสังคมเมืองนั้นไม่เหมาะที่จะถือ ยกเว้นในพื้นที่ธุรกันดารและอันตรายจากสัตว์ก็จะมีถือกันอยู่บ้าง สำหรับคนแก่จะมีอยู่บ้างที่ใช้แต่มักจะใช้ไม้ตะพดที่นิยมกันในแบบของโรงพยาบาล ซี่งเรียกกันในปัจจุบันว่าไม้เท้า ซึ่งเรื่องนี้ผู้เขียนต้องขออธิบายก่อนครับว่า ไม้ที่มีความยาวมาตรฐาน 90 ซม. จะเรียกว่าไม้ตะพด

                        อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าไม้ตะพดจะถูกสภาพการณ์ของสังคมทำให้ลดความสำคัญและความนิยมลงไป แต่ก็ยังมีกลุ่มคนที่ยังใช้เมื่ออายุมาก และยังสนใจเก็บสะสมไม้ตะพดที่เป็นงานศิลปะและมีราคา



ไม้เท้า

                   ในยุคโบราณไม้ตะพดและไม้เท้าจะเรียกแบ่งแยกกันอย่างชัดเจน คือไม้ตะพดจะมีความยาวมาตรฐาน 90 ซม. แต่อาจจะมีบางอันที่สั่งทำเฉพาะตัวสำหรับผู้ที่สูงมากและเตี้ยมาก 
                       
                        ส่วนที่จะเรียกว่าไม้เท้าจะต้องมีความสูงเหนือหัวขึ้นไปหรืออย่างน้อยต้องสูงกว่าหัวไหล่จะอนุโลมเรียกไม้เท้า เพราะการจับไม้เท้านั้น มือที่จับจะอยู่ระดับหัวไหล่ และก็เช่นเดียวกับไม้ตะพดคือ การทำโดยเฉพาะสำหรับคนสูงมากและเตี้ยมาก สำหรับไม้เท้าในสมัยโบราณก็ถือกันทั้งคนหนุ่มคนแก่ เพราะใช้ได้ทั้งการพยุงร่างกายและใช้เป็นอาวุธแบบไม้พลอง

                         จากการเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ที่สำคัญต่อการพยุงร่างกายมาตั้งแต่สมัยโบราณและวัสดุที่นำมาทำคือไม้เกือบทั้งหมด จึงทำให้เกิดการแสวงหาไม้ที่มีคุณภาพแข็งแรงมาใช้ในการทำ จนกระทั่งพัฒนาขึ้นมาถึงขั้นที่ต้องใช้ไม้ที่มีอาถรรพ์ จนกระทั่งไม้ตะพดและไม้เท้าบางอันกลายเป็นของศักดิ์สิทธิ์ เป็นวัตถุมงคลประเภทเครื่องรางของขลัง  ยิ่งเป็นของพระเกจิอาจารย์เก่ง ๆก็มีแต่ลูกศิษย์อยากได้ เพราะถือว่าเป็นของวิเศษ เมื่อตกทอดต่อมายังต้องนำขึ้นหิ้งบูชา

                          นอกจากการหาไม้พิเศษมาทำตัวไม้ตะพดแล้ว ส่วนหัวก็มีความสำคัญมากทั้งในด้านการสร้างงานศิลปะให้มีความสวยงาม และในด้านการหาวัสดุพิเศษมีราคาและวัสดุที่เป็นของอาถรรพ์ และบางอันยังนำไปให้พระเกจิอาจารย์ปลุกเสกอีกด้วย
                     
                         เพราะฉะนั้น เราสามารถเก็บสะสมไม้ตะพดไม้เท้านอกจากในด้านของความสวยงามที่เป็นงานศิลปะแล้ว เรายังเก็บในด้านของความเป็นวัตถุมงคลได้อีกทางหนึ่ง การมีไว้ในบ้านก็เหมือนมีของศักดิ์สิทธิ์ไว้ในบ้านเพิ่มขึ้น

                        

ไม้ตะพดและไม้เท้าแบบต่าง ๆ

                                IMG_3797.JPG
                                             
ไม้ตะพดที่ทำจากไม้ไผ่

                 ไม้ไผ่เป็นไม้อีกชนิดหนึ่งที่นิยมนำมาทำไม้ตะพดโดยเฉพาะไม้ไผ่ตัน เพราะความตันทำให้มีความแข็งแรงมากกว่า แต่บางคนก็เลือกแค่ไม้รวกที่ค่อนข้างตันมาใช้ เมื่อพังก็เปลี่ยนใหม่ หรือบางทีก็ใช้แค่ชั่วคราว


                 สมัยที่ผู้เขียนยังหนุ่ม ๆ อยู่เคยอ่านบทความในนิตยสารเล่มหนึ่ง แต่จำไม่ได้ว่าชื่ออะไร มีการลงเรื่องไม้ตะพดอยู่ตอนหนึ่ง เขาเขียนอธิบายไว้ว่า ปกติไม้ไผ่จะมีปล้องเริ่มต้นที่โคนสั้นแล้วปล้องต่อไปจะเริ่มยาวขึ้นเรื่อย ๆ  แต่ไม้ไผ่ที่มีเคล็ดมีอาถรรพ์ที่จะนำมาทำไม้ตะพดจะต้องมีลักษญะดังนี้คือ     

                           เมื่อเริ่มต้นปล้องสั้นแล้วค่อยยาวขึ้นไปประมาณ 2-3 ปล้อง หรือ 3-4 ปล้อง แล้วปล้องต่อไปกลับหดลงมาเหลือสั้น 1 ปล้องแล้วเริ่มยาวใหม่ ไม้ไผ่แบบนี้แหละที่โบราณเขาถือเป็นเคล็ดที่จะนำมาทำไม้เท้า เพราะจะช่วยไม่ให้หกล้ม คงเป็นเพราะความแปลกและหายากจึงนำมาเป็นเคล็ด เอาละเชื่อโบราณไว้ก็ดี

                           ตามข้อมูลที่ผู้เขียนเล่ามา เมื่อพิจารณาจากรูปจะเห็นได้ว่า จากโคนไม้ไผ่หรือจากหัวไม้เท้าปล้องถัดไปจะยาวขึ้นเรื่อย ๆ ถึงปล้องที่ 4 พอถึงปล้องที่ห้าก็จะกลับหดสั้นลง และเริ่มไปยาวขึ้นใหม่ในปล้องที่ 6  

                            ส่วนหัวของไม้ตะพดทำด้วยเงินเป็นรูปโค้งที่มีรูปแบบเป็นปล้องไม้ไผ่


           IMG_3812.JPGIMG_3809-(1).JPG

                                                   -------------------------------

                      
IMG_4194.JPG
IMG_4193-(1).JPG
IMG_4198.JPG
IMG_4199.JPG
                     หัวไม้ตะพดอันนี้จะทำพิเศษหน่อยคือใช้หินอาเกต ซึ่งเป็นหินที่มีคุณภาพจัดเป็นหินที่เรียกว่า Semi precious stone  และประดับด้านบนด้วยทับทรวงที่เป็นของเก่า ตัวไม้เป็นไม้งิ้วดำ

                                                        ---------------------------------

                             IMG_3981.JPG
          สองอันนีเป็นไม้ที่นิยมนำมาใช้ทำไม้ตะพดและวัตถุมงคล อันบนเป็นไม้แก้วซึ่งมีความแข็งและเหนียวค่อนข้างหายากและมีราคาแพง อันล่างเป็นไม้แก่นมะขามซึ่งก็เป็นไม้ที่หายากเช่นกัน และดูเหมือนว่าจะหายากกว่าไม้แก้ว เพราะจะได้จากต้นมะขามที่เป็นโพลงเท่านั้น

                                                   ---------------------------------

IMG_3985-(1).JPG                           อันนี้เป็นไม้แก้วที่ได้จากการประมูลมาจาก River City

                                                    ---------------------------------

                           


IMG_3983.JPG
                    ตะพดอันนี้ทำจากเขาควายมีผู้นำไปถวายให้หลวงพ่อภัทร  วัดโคกสูง 2 อัน ท่านมอบให้ผู้เขียนอันหนึ่ง โดยผู้เขียนขอให้ท่านปลุกเสกให้ด้วย

                                 
IMG_3984.JPG
                          เมื่อเห็นว่าตะพดก็ปลุกเสกได้  แสดงว่าเป็นของขลังได้ จึงไปซื้อไม้ตะพดที่ทำจากหวาย มาจากร้านนายเหมือน แถวลหุโทษ ไปให้ท่านปลุกเสกอีกอันหนึ่ง ท่านลงยันต์มาให้เต็มเลย แต่ตอนนี้เลือนไปหมดแล้ว เพราะผ่านมา 20 ปี แล้ว และลงยันต์ด้วยสีเมจิกจึงจางง่าย  

                                           ------------------------------------------------


IMG_3987.JPGIMG_3990.JPG
                              ไม้ตะพดอันนี้ทำจากไม้ชองระอา หรือซองระอา ชื่ออาจจะแตกต่างกันเล็กน้อยแค่ตัว ช  กับ ซ เนื่องจากมีเรื่องเล่าที่แสดงถึงความอาถรรพ์ของไม้นี้ต่างกัน หลายท่านคงทราบเรื่องแล้ว อย่างไรก็ตามขออนุญาตเล่าสั้น ๆ ก็แล้วกันนะครับ
                           
                               เรื่องแรกคือ กลุ่มคนแถวภาคตะวันออกที่เขาเรียกกันว่าพวกชอง ชอบทำคุณไสยใสพวกเซลแมนที่ไปขายของจากนั้นก็ดักปล้น ต่อมาพวกเซลแมนได้รับคำแนะนำจากคนเฒ่าคนแก่ว่า เมื่อออกมาจากที่หมู่บ้านนั้นให้รีบฝนไม้ชนิดนี้กิน หลังจากนั้นจะว่างยาหรือคุณไสยอย่างไรก็ไม่สำเร็จจนพวกชองระอา

                               เรื่องที่สองคือ พรานป่าไปล่าสัตว์เจอกวางตัวหนึ่งจึงไล่ยิงด้วยปืนลูกซอง แต่กวางตัวนี้หนีไปหลบใต้ต้นไม้ที่มีไม้ชนิดนี้ซึ่งเรียกกันว่าไม้คลุมโลกมีลักษณะคือคล้ายเถาวัลย์ขึ้นคลุมต้นไม้ใหญ่จนเต็มไปหมด พอเล็งปืนยิงไปที่กวางกลับยิงไม่ออก ยิงจนต้องพูดประชดประชันว่าซองระอา หมายถึงปืนลูกซองถึงกับถอดหายใจว่างั้นเถอะ

                               ไม้ตะพดอันนี้เป็นอภินันทนาการจากพระสุรฤทธิ์ จากวัดโบสถ์ มอบให้ผู้เขียน เป็นไม้ที่ลงอักขระเต็มทั้งอันและขอความเมตตาจากหลวงปู่สิงห์ปลุกเสกให้ ก็ต้องถือเป็นไม้ตะพดศักดิ์สิทธิ์   


                                                   ----------------------------------------

IMG_3991.JPGIMG_4007.JPG
IMG_3989.JPG
                           สองอันนี้ อันหนึ่งเป็นไม้เท้าทำจากรากไม้พะยุง และอีกอันเป็นไม้ตะพดทำจากไม้พะยุง อันนี้มีคนนำมาถวายหลวงปู่สิงห์แต่หลวงปู่บอกว่ายาวไปและหนักจึงมอบให้พระสุรฤทธิ์ ทั้งสองอันนี้ปลุกเสกโดยหลวงปู่สิงห์ และท่านสุรฤทธิ์ได้มอบให้กับผู้เขียน

                                             ---------------------------------------------



IMG_3949-(1).JPG
                             ไม้ตะพด 6 อันนี้เป็นไม้กำจัดที่คุณพิษณุ กัณฑสุวรรณ หรือจุ๋ม ท่าโพธิ์ มอบให้กับผู้เขียน ขณะนี้อยู่ในระหว่างการหาวัสดุที่จะมาทำหัว

                              อันว่าไม้กำจัดนี้เป็นไม้อาถรรพ์ที่มีความหายาก มีอานุภาพในการกำจัดสิ่งชั่วร้ายและปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ เป็นตามตำราของสายเขาอ้อที่ใช้ทำไม้ครูหรือไม้ถือ

                                                         ------------------------------



IMG_4008.JPG


IMG_3951.JPG
                                     
                       ไม้เท้าและไม้ตะพดชุดนี้คือไม้ปังยายาที่คุณพิษณุ กัณฑสุวรรณมอบให้กับผู้เขียน อยู่ในระหว่าการทำให้สมบูรณ์เช่นกัน
               
                        ไม่ปังยายาถือเป็นไม้หายากอีกชนิดหนึ่งมีความแข็งและเหนียวมาก ๆ พบเห็นได้ในแถบจังหวัดภาคใต้ เป็นไม้อันดับหนึ่งที่คนใต้นิยมนำมาทำไม้เท้าและไม้ตะพด

                                                            -------------------------------



 IMG_2674-(1).JPGIMG_4155-(2).JPG
                        IMG_4156-(3).JPG

IMG_2675-(1).JPGIMG_4154.JPG
IMG_4152-(2).JPGIMG_4151-(1).JPG
                  
                    
หัวไม้ตะพดทั้ง 3 ชิ้นนี้พรรคพวกของผู้เขียนได้มอบให้มา ตอนแรกนำมาให้เป็นก้อน โดยเขาบอกว่าเป็นอาเกต หรือ Semi precious stone ต่อมาเขาได้นำไปเจียให้ โดยผู้เขียนขอให้เจียเป็นรูปเม็ดมะยม 

                                                    ------------------------------------

                   
IMG_2842.JPGIMG_2841.JPG
IMG_4160.JPGIMG_4161.JPG
              
 หัวไม้เท้าชิ้นนี้ทำจากก้อนแร่เหล็กน้ำพี้ที่ผู้เขียนฝากพรรคพวกเขาไปช่วยเจียให้พร้อมกับหินอาเกต
                  
                    ความเป็นมาของแร่เหล็กก้อนนี้คือ เมื่อผู้เขียนไปอยู่ที่อุตรดิตถ์และได้ไปกราบหลวงปู่ทองดำที่วัดท่าทองทุกเย็น มีอยู่วันหนึ่งหลวงปู่ท่านได้หยิบแร่ก้อนเล็ก ๆ ส่งให้ผู้เขียนพร้อมกับบอกว่า นี่คือแร่เหล็กน้ำพี้มีคนเขาเอามาให้ปลุกเสกเลยขอเขาไว้ให้ผู้จัดการ ผู้เขียนดีใจรีบกราบและรับมาจากท่าน แต่เมื่อกลับที่พักพิจารณาแร่ก้อนนี้ก็เห็นว่าไม่ค่อยมีเนื้อเหล็กเท่าไหร่ และก้อนก็เล็กไปด้วย (ปัจจุบันก็ยังเก็บอยู่)  ด้วยกิเลสของปุถุชนในใจก็นึกอยากได้ก้อนที่ใหญ่กว่านี้และมีแร่เหล็กมาก ๆ อย่างเห็นได้ชัด
                    
                    เมื่อไปกราบหลวงปู่ได้อีก 2-3 วัน หลวงปู่ก็หยิบแร่เหล็กน้ำพี้ก้อนหนึ่งมาส่งให้ แล้วบอกกลับผู้เขียนว่าฉันสั่งให้คนไปหามาให้ใหม่ ขนลุกเลยสิครับท่านผู้อ่าน ก็ยังถามท่านอีกว่าหลวงปู่ปลุกเสกแล้วเหรอครับ ท่านพยักหน้า

                    ก้อนนี้สะใจจริง ๆ ต่อมาเห็นว่าเก็บไว้ก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์ นำมาทำเป็นของใช้ศักดิ์สิทธิ์ดีกว่า จึงฝากเขาไปเจียเพื่อมาทำหัวไม้ตะพด โดยต้องเสี่ยงว่าจะแตกหรือเปล่า แต่ก็ได้ออกมาตามที่เห็น เมื่อทำเสร็จต้องถือว่าเป็นสุดยอดไม้ตะพด

IMG_4162.JPG                  เปรียบเทียบแล้วเล็กกว่าหินอาเกต แต่หนักว่ามาก
        

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

Top