นานาสาระ / มีด ดาบ พระขรรค์ กริช ไม้ตะพดและไม้เท้า

เรื่องกริช ( The Kris ) โดยสุวัฒน์ เหมอังกูร

ศิวะศาสตรา
กริช

          
กริช  เป็นอาวุธที่มีต้นกำเนิดมาจากศาสนาฮินดูในประเทศอินเดีย แต่ไปแพร่หลายเป็นที่นิยมในประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย ภาคใต้ของไทย และส่วนหนึ่งของฟิลิปปินส์ จนกลายเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ยอมรับเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของทุกศาสนา  เช่นภาคใต้ของไทยก็มีทั้งอิสลามและพุทธ ในอินโดนีเซีย มีทั้งอิสลาม ฮินดู และคริสต์

              สิ่งที่นักวิชาการวิเคราะห์และให้ความเห็นในเรื่องเวลาว่ากริชเข้ามามีบทบาทในดินแดนแถบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่นั้นมีอยู่หลายความเห็น บ้างก็ว่าเริ่มต้นตั้งแต่อาณาจักรมัชปาหิตซึ่งเข้ายึกครองอินโดนีเซีย ตั้งแต่ พ.ศ. 1836-2070 และแผ่อำนาจจนเข้ามาถึงปัตตานี ภาคใต้ของประเทศไทย บางท่านบอกว่ามีมาตั้งแต่สมัยอิเหนา คือช่วงพุทธศตวรรษที่ 15 บางท่านบอกว่าพุทธศตวรรษที่ 17  บางท่านให้เหตุผลว่า ที่บุโรพุทโธ ซึ่งสร้างในช่วงพุทธศตวรรษที่ 13-14ไม่มีภาพของกริชที่แกะสลักเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้าน  แสดงว่าช่วงนั้นกริชยังไม่มี

              เมื่อมีความเห็นที่หลากหลายเช่นนี้ก็ไม่รู้จะเชื่อใครดี สำหรับผู้เขียนคิดว่ากริชไม่ได้เริ่มมีในศาสนาฮินดู แต่มีมาตั้งแต่ศาสนาพราหมณ์แล้วเพราะเป็นอาวุธของพระศิวะ ทีนี้ถ้าไปพูดถึงเรื่อง ฮินดูกับพราหมณ์ยิ่งยาวกันไปใหญ่  

              การกล่าวอ้างถึงหลักฐานว่ามีมาตั้งแต่ยุคสมัยหนึ่งเพราะว่ามีรูปแกะสลักเรื่องกริชอยู่ด้วย ผู้เขียนก็ไม่เห็นด้วยว่าเริ่มต้นตั้งแต่สมัยนั้น ตามเหตุผลควรจะต้องเริ่มมาก่อนหน้านั้นและถึงขั้นเป็นสิ่งสำคัญแล้วจึงจะมีการสร้างตำนนานเป็นหลักฐานขึ้นมา ส่วนที่อ้างว่าบุโรพุทโธไม่มีรูปกริชก็ไม่ได้หมายความว่ายุคนั้นยังไม่มา เหตุเพราะบุโรพุทโธเป็นศาสนาพุทธ ซึ่งสร้างขึ้นไล่ ๆ กับการเกิดของฮินดูซึ่งปรับปรุงมาจากศาสนาพราหมณ์ และมีการกล่าวว่าฮินดูนำเข้ามา สำหรับผู้เขียนยืดถือจากหลักฐานที่เห็นได้ในฐานะที่เราเป็นคนท้องถิ่นในดินแดนสุวรรณภูมิคือ ภาพแกะสลักที่ระเบียงปราสาทนครวัดซึ่งสร้างในสมัยพระเจ้าสุริยะวรมันที่ 2 ที่ครองราชย์ในช่วง พ. ศ. 1656-1688 เป็นภาพกองทัพเสียน(สยาม)เหน็บกริช  การที่เหน็บกริชในช่วงนั้นไม่ได้หมายความว่าเริ่มมีในเวลานั้นแต่ต้องเป็นต้องเป็นการรับเอามานานแล้ว   อย่างำรก็ตามเอาเป็นว่าเราไม่ต้องไปเคร่งเครียดกับเรื่องนี้มากนัก มาสนใจในตัวของกริชจะดีกว่า

              ตามความคิดของผู้เขียนเห็นว่า วัตถุประสงค์ในการสร้างกริชขึ้นมาไม่ใช่เพื่อเป็นอาวุธที่จะนำไปใช้ในการรบราฆ่าฟัน เพราะลักษณะของกริชนั้นใช้เพียงการสู้ประชิดตัวโดยใช้แทงจึงจะได้ผล แต่ถึงแม้ว่าจะแทง  ถ้าแทงตามช่องว่างระหว่างเกราะก็ลำบาก ถ้าจะนำไปฟันกับดาบก็คงสู้ไม่ได้เพราะปลายแหลม  การฟันนั้นด้านปลายต้องใหญ่กว่าด้านโคนถึงจะมีน้ำหนัก 

              เพราะฉะนั้นกริชจึงสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นอาวุธพิเศษของเทพ จึงทำให้มีรูปแบบแปลกสวยงามต่างจากอาวุธอื่น ๆ ไม่เน้นการใช้งาน เมื่อเป็นอาวุธของเทพ จึงทำให้กลายเป็นของสูง กลายเป็นของศักดิ์สิทธิ์ การสร้างจึงต้องพิถีพิถัน ทั้งในเรื่องพิธีกรรม เรื่องวัสดุ และเรื่องของศิลปะ


              
 กริชมัชปาหิต

                                   
                                  IMG_3888.JPG
IMG_3889.JPGIMG_3890.JPG


IMG_3886.JPGIMG_3887.JPG

                 กริชมัชปาหิตเล่มนี้เป็นกริชเก่าที่พบในวิหารเก่าแก่ หรือขุดได้ หรือตกทอดต่อ ๆ กันมา โดยทำฝักขึ้นใหม่แต่ฝักที่เห็นนี้เป็นลวดลายศิลปะยุโรป แสดงว่ากริชนี้พบที่เกาะมาดูรา และทำมาตั้งแต่สมัยที่ฮอลันดายังครอบครองอินโดยนีเซียอยู่ 

                  ลักษณะของกริชยุคนี้จะตีในส่วนของด้ามเป็นรูปของเทพ จึงไม่ต้องทำด้ามขึ้นมาสวมใส่อีก ในส่วนของใบกริชจะมีทั้งแบบตรงและหยัก การหยักก็มีจำนวนแตกต่างออกไป สำหรับเล่มนี้มีหยักที่ตรงโคนกริช 2 หยัก จากนั้นก็เหยียดตรง ซึ่งบ้านเราเรียกว่ารอยหยักแบบหางหนุมาณ




กริชตระกูลบาหลี

                กริชบาหลีเป็นกริชของกลุ่มช่างฮินดูดั้งเดิมที่อพยพมาพร้อมกับประชาชนจำนวนมากจากเกาะชวา เพื่อหลบหนีกลุ่มอิสลามที่เข้ามาโค่นล้มราชวงศ์มัชปาหิต รูปแบบของด้ามกริชตระกูลบาหลีจึงมีเอกลักษณ์เฉพาะของตัวเอง                  



IMG_3824.JPG
IMG_3840-(1).JPGIMG_3847-(2).JPG
IMG_3843.JPGIMG_3839.JPG
IMG_3878.JPGIMG_3877.JPG

                   กริชเล่มนี้สร้างขึ้นด้วยวัสดุที่ครบถ้วนของความเป็นกริชระดับสูงของบาหลีคือระดับของเจ้าผู้ครองนคร เริ่มตั้งแต่ด้ามกริชที่ดุนด้วยทองคำประดับด้วยพลอยที่มีราคา โดยทำเป็นรูปของเทพ Bayu ส่วนปากฝักเป็นรูปแบบกายามันที่ทำด้วยงาช้างทั้งอัน สำหรับตัวฝักจะเป็นไม้ทั่วไปแต่ไม้ที่มาแปะที่ด้านหน้านั้นไม่ธรรมดา เพราะเป็นไม้ที่ต้องค้นหาลวดลายแบบนี้ยากมาก บางครั้งต้องผ่าต้นไม้เป็นร้อยต้นจึงจะพบ แท้จริงแล้วก็คือต้นไม้พิการนั่นเอง

                    ส่วนใบกริชนั้นเป็นเหล็กเทาสร้างขึ้นแบบพื้นเรียบไม่เป็นเสี้ยนแต่มีลวดลาย ที่โคนทำเป็นรูปนาค และมีรอยคด (Luk) ถึง 13 หยัก      




IMG_3898.JPGIMG_3899.JPG
IMG_3905.JPGIMG_3907.JPG
IMG_3906-(1).JPGIMG_3904-(1).JPG

                ลักษณะด้ามของกริชเล่มนี้แกะสลักเป็นสัตว์ลูกผสมซึ่งเกิดมาในตำนานของศาสนาพราหมณ์ จึงส่งต่อมายังเกาะบาหลีเพราะนับถือพราหมณ์-ฮินดู ทำให้ด้ามกริชที่เป็นรูปสัตว์ตัวนี้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของกริชบาหลี

                สัตว์ในเทพนิยายตัวนี้เรียกโดยภาษาอังกฤษว่า Kocet-Kocetan หรือ beetle (bug) ก็คือแมลงชนิดหนึ่งได้แก่ตัวแมลงที่บ้านเราเรียกว่ากวางคือมีปีกแข็งและมีเขา ที่มีคนกลุ่มหนึ่งจับมากัดกันเพื่อพนันขันต่อ  แต่เมื่อเราพิจารณารูปร่างหน้าตาแล้วก็ไม่เหมือน และตำนานการเกิดก็ Amazing มาก คือมีที่มาดังนี้
                 
                 แม่ของ Kocet หรือ Beetle ชื่อเทวีวินตาเป็นอสูรกายประเภทนก ไปแต่งงานกับเต่า มีไข่ออกมา 4 ฟอง เกิดเป็นสัตว์ลูกผสม 4 ตัว  คือ
               
                  1. Beetle ( kocet-kocetan ) 
                  2. Garuda
                  3. Marten
                  3. Snake

                  เหตุที่ต้องใช้ชื่อภาษาอังกฤษ เพราะไม่มีชื่อเป็นภาษาไทยจะรู้แค่ชื่อเดียวคือ Garuda ที่เราเรียกว่า พญาครุฑ แต่ไม่ทราบว่าเป็นครุฑตัวเดียวกันหรือเปล่า เพราะประวัติทางฝั่งเราไม่ใช่แบบนี้ ทั้ง ๆ ที่กล่าวกันว่ามาจากพราหมณ์-ฮินดู

                  เอาเป็นว่าประวัติต้นกำเนิดเป็นอย่างไรก็ว่าไปตามนั้น ไม่ต้องไปซีเรียสมาก เรามาดูทางด้านงานฝีมือและศิลปะเป็นหลักดีกว่า จุดน่าสังเกตุที่ผู้เขียนดูก็คืองานนี้สร้างมานานแล้ว ส่วนที่เป็นปากแยกออกเป็นสามแฉก สงสัยพวกฝรั่งสร้างหนังจะนำไปทำเป็นแบบสร้างเอเลี่ยนขึ้นมา


IMG_3865.JPG
IMG_3867.JPGIMG_3866.JPG


IMG_3868.JPGIMG_3869.JPG
IMG_3871.JPGIMG_3870.JPG


IMG_3891.JPGIMG_3892.JPG
IMG_3894.JPGIMG_3893.JPG

IMG_3910.JPG
IMG_3913.JPGIMG_3912.JPG
         IMG_3916.JPGIMG_3914.JPG

     


กริชตระกูลบูกิส ของเกาะสุลาเวสี (Sulawesi)             

IMG_3850.JPGIMG_3851.JPG
IMG_3853.JPG



กริช Lombok (เกาะ Lombok )

IMG_3858.JPGIMG_3860.JPG
IMG_3863.JPGIMG_3861.JPG



กริชมาดูรา ( เกาะ Madura )

IMG_3883.JPG
IMG_3884.JPGIMG_3885.JPG
                   จากลวดลายที่ปรากฎที่ฝัก เป็นลวดลายของทางยุโรป เช่นม้าเพกาซัส หรือม้าบิน และลายดอกอื่น ๆ และลวดลายที่ด้ามก็เป็นเอกลักษณ์ของกริชมาดูรา ซึ่งเป็นเกาะที่เป็นฐานสำคัญของพวกฮอลันดาที่เข้ามายึดครองอินโดนีเซีย และได้รับเอาวัฒนธรรมพื้นเมืองในเรื่องกริชเข้าไปด้วย แต่มีการดัดแปลงเรื่องลวดลายให้เข้ากับทางยุโรปซึ่งเป็นท้องถิ่นดัวเอง  ความนิยมในเรื่องนี้ทำให้นักสะสมชาวฮอลันดามีกริชมากกว่าชนชาติอื่นในยุโรป รวมทั้งพิพิธภัณฑ์ในเนเทอเแลนด์มีกริชแสดงอยู่มาก


กริชตระกูล Surakarta 

IMG_3921.JPGIMG_3924.JPG


IMG_3927.JPGIMG_3928.JPG
IMG_3929.JPGIMG_3930.JPG



              มีดปัตตานี

                 
 รายการนี้ที่นำมีดมาแทรก เนื่องจากด้ามเป็นด้ามที่เป็นเอกลักษณ์ของกริชปัตตานี ซึ่งผู้เขียนไม่มีกริชปัตตานีจึงไม่มีรูป เลยนำมีดเล่มนี้มาแสดงให้เห็นด้ามที่แกะสลักเป็นหัวนกพังกะ
                     
IMG_4165.JPG
IMG_4166.JPG



      

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

Top