บทความจตุคามรามเทพ / สุดยอดอภินิหาร ฯ แห่งอาณาจักรทะเลใต้

สุดยอดอภินิหารของวัตถุมงคลแห่งอาณาจักรทะเลใต้ ตอนที่ 1

NEXT

ตอนที่ 1 

   บทความ : ลงพิมพ์ในนิตยสารพระเครื่อง กรุงสยาม ฉบับที่ 40 เดือนเมษายน 2543

 

รปวงกลมผงสรยน-20070305-53.jpg

          เมื่อ 12 ปีที่ผ่านมาวัตถุมงคลชุดหนึ่งได้ถือกำเนิดขึ้น ณ ดินแดนที่เคยเป็นมหาอาณาจักรโบราณเป็นวัตถุมงคลที่ทรงมหิทธานุภาพสูงยิ่ง มีความศักดิสิทธิ์ชนิดที่หายากจากวัตถุมงคลทั่วๆ ไปในปัจจุบัน ผู้ใดมีไว้ติดตัวเหมือนมีตราประกาศิตที่จะสามารถผ่านด่านแห่งอุปสรรคขวากหนามในชีวิต ถามว่าศักดิ์สิทธิ์ขนาดนั้นเชียวหรือ? จากภาพที่เห็นและได้ทราบเรื่องในขณะนี้ก็คือ เป็นวัตถุมงคลคู่กายของบุคคลระดับสูง นักการเมือง รัฐมนตรี ปลัดกระทรวง อธิบดี ข้าราชการระดับสูงจำนวนมาก รวมทั่งบุคคลทั่วไป ที่ทราบเรื่องราวเกี่ยวกับความศักดิ์สิทธิ์และอภินิหาร ต่างพากันหามาครอบครอง และได้บอกต่อๆ กัน ไปถึงประสบการณ์อันยอดเยี่ยมที่ตัวเองได้ประจักษ์ ก่อให้เกิดภาวะโกลาหลแบบคลื่นใต้น้ำ เพราะต่างพยายามปกปิดการแสวงหาเพื่อไม่ให้ราคาสูงและหายาก แต่ยิ่งหาก็ยิ่งยาก การเสาะหามิได้จำกัดอยู่เพียงแค่คนไทยเท่านั้น แต่ได้ลุกลามไปยังชาวมาเลเซียและสิงคโปร์ที่พากันมาบูชากันออกไปคราวละมากๆ นี่คือ คำตอบ ทั้งไม่ได้เกิดจากการเชียร์ หรือประชาสัมพันธ์ ตรงกันข้ามกับเป็นไปอย่างเงียบ ๆ   และนี่เป็นบทพิสูจน์แห่งความศักดิ์สิทธิ์  ฟังแล้วเป็นเรื่องเหลือเชื่อ ไม่น่าเชื่อ แต่ก็ต้องเชื่อ เพราะเกิดขึ้นจริง ใช่ครับ…!! เป็นวัตถุมงคลที่มีความศักดิ์สิทธ์ล้ำเลิศ ยอดเยี่ยมสุดจะบรรยายก่อนที่จะสายเกินไป…….ของดี ๆ แบบนี้ผู้เขียนไม่อยากปล่อยให้ผ่านเลยจำต้องนำมาบอกกล่าวให้ท่านผู้อ่านก่อนที่จะไม่มีของ ให้เราได้มีเก็บไว้บูชา วัตถุมงคลที่ผู้เขียนจะแนะนำต่อท่านผู้อ่านก็คือ พระผงสุริยัน-จันทรา ซึ่งสร้างขึ้นในรูปแบบของดวงตราพญาราหู และ แบบพิมพ์พระพุทธสิหิงค์

pongsuriyan.jpg duangtra-rahu-back.jpg

อันว่า " ดวงตราพญาราหู " คือดวงตราประจำพระองค์  องค์จตุคามรามเทพ
เทวโพธิสัตว์   แห่งอาณาจักรทะเลใต้ ปฐมกษัตริย์ของมหาอาณาจักรศรีวิชัย  
เมื่อดวงตรานี้ปรากฏขึ้นครั้งใด เหล่าอาณาประชาราษฎรในอาณาจักรศรีวิชัย  ซึ่งครอบคลุมเขตแดนตั้งแต่ไชยา เรื่อยลงไปจนถึงแหลมมาลายู เกาะสุมาตรา เกาะชวา และไกลไปถึงเกาะลังกาต่างพากันยำเกรง และเทิดทูนไว้เหนือเกล้า เปรียบประดุจของวิเศษอันศักดิสิทธิ์    ดวงตรานี้รอเวลานับพันปีที่จะกลับมาอุบัติขึ้นเพื่อแสดงอภินิหารช่วยเหลือประชาชนแห่งอาณาจักรสยามอีกครั้งหนึ่ง

 

sihing-3.jpg sihing-back.jpg

 

พระผงสุริยัน-จันทรา รวมทั้งวัตถุมงคลต่าง ๆ อันนับเนื่องอยู่ในชุดของศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช มิใช่วัตถุมงคลธรรมดา แต่เป็นวัตถุมงคลที่สำเร็จขึ้นด้วยพิธีกรรมจากศาสตร์โบราณชั้นสุดยอด ไม่จำเป็นต้องโฆษณาชวนเชื่อ ผู้ที่นำไปใช้ติดตัวกราบไหว้บูชา จะประสบพบกับความศักดิ์สิทธ์ และอภินิหารด้วยตัวเอง และเกิดขึ้นแทบจะทุกคนที่ผู้เขียนได้ไปสัมผัสและพบมา

       ถึงตรงนี้ท่านผู้อ่านอาจจะนึกในใจว่า อะไรจะขนาดนั้น…. ! โม้หรือเปล่า ? ผู้เขียนเชื่อว่าหลายท่านคงคิดอย่างนี้ ถ้าบรรยายต่อไปคงจะนึกหมั่นไส้ผู้เขียนแน่ๆจึงอยากจะคั่นเวลาขอให้ทุกท่านลองมาฟังเกจิอาจารย์และคนอื่นๆพูดบ้าง    ในปีพ.ศ.2539   ทางกรมตำรวจได้จัดสร้างวัตถุมงคลของหลวงพ่อพุทธโสธรและจัดให้มีพิธีปลุกเสกเดี่ยวที่กรมตำรวจโดยเกจิอาจารย์ชื่อดังหลายท่าน ก่อนจะนำไปจัดพิธีพุทธาภิเษกที่วัดหลวงพ่อพุทธโสธร หนึ่งในเกจิชื่อดังก็คือ ท่านหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ แห่งวัดบ้านไร่ ทางกรมตำรวจส่งเฮลิคอปเตอร์ไปรับท่านมา ก่อนเข้าที่นั่งเพื่อทำพิธีปลุกเสก
ท่านได้เดินดูกองวัตถุมงคล  และมาหยุดตรงถุงพลาสติกขนาดเขื่อง ซึงนายตำรวจระดับรองผู้การท่านหนึ่งนำมาเข้าพิธีปลุกเสกด้วย   ท่านจึงถามว่านี่อะไร ขอดูหน่อย นายตำรวจท่านนั้นจึงแกะให้ดูพร้อมกับบอกว่าพระผงสุริยัน-จันทรา    ของศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช    หลวงพ่อคูณมองดูแล้วพูดขึ้นว่า " กูปลุกเสกบ่ได้ด๊อก มันซักซิดหลาย "
 

  

   เหตุการณ์ที่สอง    เป็นเรื่องราวของนายตำรวจระดับสูงอีกท่านหนึ่งเดินทางขึ้นไปภาคเหนือเพื่อสอบสวนคดีทุจริตระหว่างอยู่ที่นั่น   ตำรวจในท้องถิ่นได้พาท่านเดินทางไปกราบไหว้เกจิอาจารย์หลายองค์และมีกำหนดการไปกราบครูบาที่มีชื่อเสียงโด่งดังท่านหนึ่ง  โดยไม่มีการนัดหมาย เพราะทุกคนต้องเข้าคิว   เนื่องจากครูบาท่านนั้นมีพี่น้องประชาชนและญาติโยม  ศรัทธาท่านมาก ท่านจะเดินทางไป ๆ มา ๆ ระหว่างประเทศไทยและพม่า   เมื่อท่านเดินทางเข้ามาในประเทศไทย จะมีคนไปกราบไหว้ท่านหลายร้อยคน เมื่อคณะนายตำรวจไปถึงปรากฏว่ามีลูกศิษย์ครูบาออกมายืนรออยู่หน้าวัด บอกว่าครูบาให้มารอรับ   และนำอ้อมเข้าไปทางด้านหลัง  เพื่อไม่ให้ประชาชนที่รายล้อมครูบาอยู่ มองว่าคณะตำรวจมาลัดคิว เมื่อไปถึงกุฏิด้านในครูบาจึงลุกเดินเข้ามาเมื่อถึงก็นั่งลงกับพื้นแล้วกราบนายตำรวจท่านนั้นทันที   เล่นเอานายตำรวจตกใจและนึกว่าทำไมพระมากราบเรา ในขณะเดียวกันท่านก็รู้สึกแปลกใจ เพราะขณะที่ครูบาท่านนั้นก้มลงกราบ  ท่านก็พูดไปด้วยว่า " ขอคารวะผู้ยิ่งใหญ่แห่งทะเลใต้ " วันนั้นท่านนายตำรวจพกเหรียญปิดตาพังพระกาฬไปเพียงเหรียญเดียว
 

pangpakarn-front.jpg pangpakarn-back.jpg
เหรียญพระปิดตาพังพระกาฬ เนื้อทองคำของหลักเมืองนครศรีธรรมราช  

ลูกศิษย์ครูบาสร้อยแห่งจังหวัดตาก ได้นำพระผงสุริยัน-จันทรา อันประกอบด้วยดวงตราพญาราหู จำนวน 50 องค์ และพระพิมพ์พระพุทธสิหิงค์ จำนวนประมาณ 200 องค์ขึ้นไปถวายท่าน เพื่อออกให้ประขาชน และลูกศิษย์ลูกหาที่เคารพนับถือศรัทธาในตัวท่านบูชา นำเงินเข้าสมทบทุนสร้างวิหาร เมื่อครูบาสร้อยเห็นวัตถุมงคลชุดนี้ก็ออกปากว่า อันนี้เป็นของวิเศษ ศักดิ์สิทธิ์มาก ใครมีต้องเก็บรักษาให้ดี ท่านมีความประทับใจถึงกับนำตราพญาราหูมาเป็นแบบในเหรียญราหูอมจันทร์ของท่าน

     ทีนี้ลองมาฟังฆาราวาสพูดบ้าง…….!!! มิสเตอร์ลิ้ม ชาวสิงคโปร์ เป็นนักสะสมพระเครื่องชื่อดังคนหนึ่งขึ้นๆ ล่องๆ ระหว่างหาดใหญ่ และสิงคโปร์เป็นประจำ หลังจากได้แขวนพระเครื่องของศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช แล้วบอกว่าต่อไปนี้จะไม่แขวนพระอย่างอื่น พระอื่นๆ ที่มีอยู่จะขายออกให้หมด……!!  

 

     คุณเกี้ย หาดใหญ่ และเพื่อนมีความศรัทธาในดวงตราพญาราหูมาก ถึงกับทำตลับทองฝังเพชร แขวนติดตัวตลอดเวลา ผู้เขียนคิดว่าคงเป็นตลับทองฝังเพชรที่ใหญ่ที่สุดในโลก แน่ ๆ  

     คุณณรงค์ศักดิ์ พันธ์โสตถี (เอก ยะลา) และภรรยา สนใจและเก็บพระเครื่องมาเป็นเวลาหลายปี มีพระเครื่องหลักๆอยู่จำนวนไม่น้อย แต่หลังจากได้พระผงสุริยัน-จันทรา ทั้งสองแบบไปบูชา และติดตัวแล้ว ทั้งสองท่านบอกว่า พระอย่างอื่นไม่สนใจแล้ว จะปล่อยออกไปให้หมด ขอใช้พระผงสุริยัน-จันทราเพียงอย่างเดียว  

     คุณสุธรรม ว่องวีระ กระซิบบอกผู้เขียนว่า ผมจะขายพระอื่นๆ ที่มีอยู่ทั้งหมด เอาเงินมาเช่าดวงตราพญาราหูเก็บไว้เพราะตั้งแต่ผมเก็บสะสมและใช้พระเครื่องมายี่สิบกว่าปี ยังไม่เคยเจอประสบการณ์เลย แต่พอมาใช้ดวงตราพญาราหูผมมีประสบการณ์กับท่านเป็น 10 ครั้ง คุณสุวัฒน์ก็รู้ว่าผมไม่ค่อยเชื่ออะไรง่าย ๆ ถ้าไม่เจ๋งจริงผมไม่เลี่ยมทองหรอก พูดจบก็หยิบสร้อยที่มีดวงตราพญาราหูองค์ใหญ่เลี่ยมทองออกให้ผู้เขียนดู  

    คุณประเสริฐ  ลดาชาติ  ( อ้า หาดใหญ่)   เจ้าของศูนย์พระเครื่องชื่อดังในหาดใหญ่ บอกว่า ตั้งแต่นำพระเครื่องของหลักเมืองนครศรีธรรมราชมาให้คนบูชา เดี๋ยวนี้ไม่มีใครสนใจพระอื่นเลย ใครไปใครมาก็จะเช่าแต่พระผงสุริยัน-จันทรา พระปิดตาและผ้ายันต์ เพราะแต่ละคนเอาไปใช้แล้วมีประสบการณ์ทุกคน เรื่องนี้ถ้าท่านผู้อ่านไม่เชื่อ ลองโทรไปสอบถามเฮียอ้าดูได้ โทร.ไปแล้วอย่าลืมอุดหนุนแกบ้างก็แล้วกัน ( อันนี้ไม่ได้ค่าโฆษณานะครับ )  


ท่านผู้อ่านคงจะไม่ทราบว่าของวิเศษสิ่งนี้ ครั้งหนึ่งเคยวางให้ประชาชนบูชาเพียงองค์ละ 24 บาทสำหรับดวงตราพญาราหู และองค์ละ 12 บาท สำหรับพระพิมพ์พระพุทธสิหิงค์ ผู้ใดไม่มีเงินจะหยิบไปเฉย ๆ ก็ได้ไม่มีใครว่า เพราะคณะผู้สร้างต้องการเผยแพร่และช่วยเหลือผู้คนที่ตกทุกข์ได้ยาก แต่เดี๋ยวนี้ถ้าท่านจะหาต้องจ่ายกันองค์ละหลายพันบาทสำหรับดวงตราพญาราหู และองค์ละหลายร้อยถึงหนึ่งพันสำหรับพระพุทธสิหิงค์ที่มีดวงตราราหูประทับอยู่ด้านหลัง ทำไมราคาถึงเป็นเช่นนี้ ง่ายนิดเดียวสำหรับคำตอบ…. ประสบการณ์ระดับสุดยอดยังไงละครับ ไม่ใช่การเชียร์แม้แต่น้อย แต่เป็นการบอกต่อของคนที่ประสบ ให้พี่น้องเพี่อนฝูงได้รับทราบทั้ง คุณวิเศษในการหนุนส่งดวงชะตาช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาชีวิต ดวงไม่ดี มีเคราะห์ร้าย ให้รอดพ้นจากหายนะช่วยผู้ประสบปัญหาธุรกิจล้มเหลวให้กลับฟื้นหรือผ่านพันวิกฤตไปได้ ช่วยเหลือผู้ไม่ได้รับความเป็นธรรมไม่ให้ถูกกลั่นแกล้ง และช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนต่าง ๆ ให้ทุกข์ร้อนนั้นบรรเทาเบาบางลงหรือหายไป เรื่องทำมาค้าขายนั้นเยี่ยมจริง ๆ ทั้งหลายทั้งปวงนั้นมีข้อแม้ว่า บุคคลนั้นต้องเป็นผู้ซื่อสัตย์ สุจริต เป็นคนดี ผู้เขียนเคยเฝ้ามองบุคคลที่มีชื่อเสียงบางท่าน รวมถึงคนที่ผู้เขียนรู้จักบางคน สังเกตุบุคคลเหล่านั้นว่าเขามีดีอะไรนะถึงได้มีความเจริญก้าวหน้า บางคนผู้เขียนทราบว่าเขามีปัญหาเรื่องธุรกิจและเรื่องเงินทองมาก่อน แต่ในภาวะที่เศรษฐกิจแย่กลับเห็นว่าเขาผ่านพ้นภาวะวิกฤตไปได้ ไปได้อย่างดีเสียด้วย ในฐานะของคนที่สะสมพระเครื่องและเชื่อถือเรื่องความศักดิ์สิทธิ์อย่างผู้เขียน จึงคิดและอยากรู้อยู่ตลอดเวลาว่าเขาใช้วัตถุมงคลอะไรกัน จนกระทั่งเดือนกว่า ๆ ที่ผ่านมานี้เองถึงได้ทราบว่าบุคคลเหล่านั้นเขวน " ดวงตราพญาราหู "

สรยน1-20070309-38.jpg สรยน1หลง-20070309-99.jpg สรยน2-20070309-95.jpg สรยน2หลง-20070309-57.jpg


 

ความจริงผู้เขียนเคยเห็นและรู้จัก พระผงสุริยัน-จันทรา พิมพ์ดวงตราพญาราหู  มาก่อนเมื่อประมาณ 4 – 5 ปีที่ผ่านมา คงต้องขอท้าวความบอกเล่าต่อท่านผู้อ่านสักเล็กน้อยเมื่อประมาณต้นเดือนตุลาคม 2538 ผู้เขียนได้กราบเรียนเชิญ ท่านอาจารย์ทรงวิทย์ แก้วศรี ราชบัณฑิตไปร่วมรับประทานอาหารเย็นที่ร้านอาหารสระแก้ว อยู่แถว ๆ คลองประปา สามเสน ทางคุณวัชรพงศ์ ระดมเพ็ง ทราบจึงไปด้วย ขณะนั้นเฮียบุญส่ง ธาดาประดิษฐ์ และคุณสุธรรม ว่องวีระ เดินทางขึ้นมากรุงเทพ ฯ พอดี ผู้เขียนจึงได้ชวนมาทั้งหมด ในการสนทนาช่วงหนึ่ง ได้พูดถึงการเกินสุริยคราสแบบเต็มดวง ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 18 ตุลาคม 2538 ( ถ้าผู้เขียนจำไม่ผิด ) และพูดคุยกันถึงการเซ่นไหว้ต่าง ๆ เฮียบุญส่ง จึงได้เดินไปหยิบวัตถุมงคลถุงหนึ่งมาจากในรถ เป็นวัตถุมงคลที่มีลักษณะงดงาม อลังการมาก คือมีลักษณะกลมใหญ่ และมีราหูอยู่หลายองค์ล้อมรอบ ผู้เขียนไม่เคยเห็นมาก่อน แต่มีความรู้สึกว่าวัตถุมงคลเป็นราหู น่าจะมีลักษณะเช่นนี้ ดูแล้วมีความเข้มขลัง เฮียบุญส่งบอกว่าในถุงจะมีอยู่ประมาณ 50 อัน เอาไปแจกกัน ของดีนะ อันนี้ไม่ใช่ราหูธรรมดาใช้แล้วไม่ต้องไปเซ่นไหว้ คุณวัชรพงศ์ ฯ จึงขอแบ่งไปประมาณ 10 กว่าอัน และแจกคนอื่น ๆ ประมาณ 6 – 7 อัน ที่เหลือผู้เขียนจึงนำกลับบ้านและได้ทยอยแจกไปจนเหลืออยู่ประมาณ 7 –8 อัน จึงได้เก็บไว้จนลืม จนกระทั่งเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม 2542 ที่เพิ่งผ่านมานี้เอง คุณสุธรรม ว่องวีระ ได้ติดต่อสอบถามมายังผู้เขียนว่า ดวงตราพญาราหู ยังมีอยู่หรือเปล่า ขอแบ่งบ้าง ผู้เขียนจึงแบ่งให้ไปเรื่อย ๆ จนเหลือเพียง 1 อันเท่านั้น ถึงตอนนี้แหละครับที่ผู้เขียนรู้สึกเอะใจว่า ทำไมคุณสุธรรมถึงได้มาเอาไปบ่อย ๆ ประกอบกับช่วงนั้นมีผู้อ่านท่านหนึ่งอยู่ปัตตานี   ชื่อคุณพงศ์พล นาคพันธ์ชีวัน โทรศัพท์มาสอบถามเรื่อง ดวงตราพญาราหูกับผู้เขียนอยู่หลายครั้ง    แล้วถามผู้เขียนว่า คุณสุวัฒน์เชื่อไหมว่า คนนั้น คนนี้ แขวน ดวงตราพญาราหู บุคคลที่คุณพงศ์พลกล่าวถึงนั้นผู้เขียนได้ยินแล้วถึงกับตกใจ เพราะเป็นบุคคลระดับสูง เป็นคนใหญ่คนโตในบ้านเมืองทั้งนั้น ( ต้องขออภัยต่อท่านผู้อ่านด้วยนะครับ ผู้เขียนเอ่ยนามท่านเหล่านั้นไม่ได้จริง ๆ ) ผู้เขียนจึงได้ตอบไปโดยไม่ลังเลว่า " ไม่เชื่อ "แต่คำถามและชื่อบุคคลเหล่านั้น  ยังติดอยู่ในใจของผู้เขียนตลอดเวลา เพราะไม่น่าเป็นไปได้ ถ้าบอกว่าบุคคลเหล่านั้นแขวนสมเด็จวัดระฆัง สมเด็จบางขุนพรหม หรือพระเบญจภาคี ผู้เขียนจะเชื่อทันที แต่บอกว่าบุคคลซึ่งไม่ธรรมดาเหล่านี้แขวนดวงตราพญาราหู ใครจะเชื่อ เพราะเป็นพระใหม่ซึ่งสร้างไม่กี่ปีนี้เอง แถมตอนออกใหม่ ๆ องค์ละไม่กี่บาท บางครั้งยังแจกฟรีด้วยซ้ำไป แต่ถึงแม้จะไม่เชื่อ คำพูดของคุณพงศ์พล ก็สร้างปมปัญหาขึ้นในใจของผู้เขียน เป็นปริศนาที่ทำให้ผู้เขียนอยู่นิ่งเฉยและไม่สนใจ ไม่ได้ เรื่องนี้ต้องมีคำตอบ  

 

     ผู้เขียนพร้อมด้วยคุณพงศ์พล และคุณประภัสร์ เพื่อนของคุณพงศ์พล จึงเริ่มตะลอนออกค้นหาความจริงจากบุคคลต่าง ๆ ทั้งจากคนที่ถูกกล่าวอ้าง และคนอื่น ๆ จนพบว่า…..เป็นความจริง…!! จึงเป็นที่มาของเรื่องที่ท่านถืออยู่ในมือนี่แหละครับ…

จนทรา5-20070309-95.jpg จนทรา6-20070309-63.jpg จนทรา7-20070309-90.jpg


 

ตั้งแต่ผู้เขียนสนใจเก็บสะสมพระเครื่องมาเกือบ 20 ปี ไม่เคยได้ยินใครพูดถึงความศักดิ์สิทธิ์ของวัตถุมงคลชนิดใดเซ็งแซ่ขนาดนี้ มีแต่พูดและเล่าต่อ ๆ กันมาแค่เรื่องสองเรื่อง แต่กับวัตถุมงคลของหลักเมืองนครศรีธรรมราช เกือบทุกคนที่นำไปใช้บูชา จะพบกับความศักดิ์สิทธิ์และมีประสบการณ์มากมาย และเป็นประสบการณ์ที่เกี่ยวกับความศักดิสิทธิ์ทางด้านคุ้มครองดวงชะตา แก้ไขปัญหาและอุปสรรค การค้าขาย ซึงไม่ค่อยพบในวัตถุมงคลอื่น ที่สำคัญก็คือมีพลังแรง ตั้งจิตให้มั่นอธิษฐานขอ เห็นผลทันที แต่เนื่องจากเป็นวัตถุมงคลที่สร้างขึ้นมาเพียงแค่ 10 ปีเศษ ๆ และผู้นำไปใช้ก็เพิ่งเริ่มขึ้นเมื่อ 4 – 5 ปีนี้เอง คนในประเทศส่วนใหญ่จึงยังไม่รู้จักดี ที่จริงโดยลึก ๆ แล้วก็มีคนกลุ่มหนึ่งซึงไม่ได้อยู่ในวงการพระ มีความเชื่อถือศรัทธานำไปใช้มาก่อนแล้ว แต่ที่ผู้เขียนกล่าวว่าเพิ่งเริ่มนำมาใช้กัน 4 – 5 ปีที่ผ่านมานั้นเป็นการแพร่หลายเข้ามาในวงการพระเครื่อง        โดยเริ่มต้นจากเฮียบุญส่ง ธาดาประดิษฐ์ ทำบุญกับหลักเมือง และได้พระผงสุริยัน-จันทรา มาจำนวนมากจึงได้นำมาแจกจ่ายเพื่อนฝูงในลักษณะยัดเยียดให้ คนได้ก็รู้สึกเฉย ๆ เพราะเป็นพระใหม่ไม่รู้จัก ส่วนคนที่มีปัญหาต่าง ๆ ไม่ทราบจะพึ่งอะไรก็นำไปใช้ ปรากกฎว่าเห็นผลดีจึงบอกต่อกันไปเรื่อย ๆ ผู้คนจึงพากันแสวงหามากขึ้นที่สำคัญคือไปขอจากเฮียบุญส่งกันมากมายจนแกบอกว่าแจกไม่ไหวแล้ว จวนจะหมดอยู่แล้ว จึงเก็บพระที่เหลือใส่ตู้เซฟไว้แกบอกกับผมว่า ผมหยุดแล้วครับพี่ ใครอยากได้ก็ตัวใครตัวมันก็แล้วกันนะครับ…  

 

     ท่านผู้อ่านที่เคารพครับผู้เขียนได้เกริ่นถึงเรื่องราววัตถุมงคลที่มีอภินิหารอันน่าทึ่งมีประสบการณ์อันน่าตื่นตะลึงให้ท่านผู้อ่านทราบมาพอสมควรแล้ว ในตอนต่อ ๆ ไปจะนำเรื่องราวอันมหัศจรรย์ และรายละเอียดแห่งการสร้างรวมทั้งประสบการณ์ต่าง ๆ มาเสนอต่อท่าน ก่อนจะจบในตอนนี้เพื่อจะดำเนินเรื่องต่อไปฉบับหน้า ผู้เขียนขอถือโอกาส กราบขอบพระคุณบุคคลสำคัญท่านหนึ่ง คือ ท่านพลตำรวจโท สรรเพชญ ธรรมาธิกุล ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญการสืบสวน ผู้ซึ่งเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการสร้างหลักเมืองนครศรีธรรมราช และเป็นผู้สร้างพระผงสุริยัน – จันทรา รวมทั้งวัตถุมงคลทุกแบบ ท่านได้กรุณาให้รายละเอียดทั้งหมดแก่ผู้เขียนและเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจยิ่ง ซึ่งผู้เขียนจะทยอยถ่ายทอดให้ท่าน ผู้อ่านได้ทราบต่อไป ท่านที่ชอบของดี ของขลัง ที่ขลังจริง ๆ พลาดไม่ได้เด็ดขาด

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

Top