บทความจตุคามรามเทพ / สุดยอดอภินิหาร ฯ แห่งอาณาจักรทะเลใต้

สุดยอดอภินิหารของวัตถุมงคลแห่งอาณาจักรทะเลใต้ ตอนที่ 3

สุดยอดอภินิหารของวัตถุมงคลแห่งอาณาจักรทะเลใต้ ตอนที่ 3

บทความ  :  ลงพิมพ์ในนิตยสาร prestige ฉบับที่ 1 เดือนสิงหาคม 2543

( ต่อเนื่องจากนิตยสารพระเครื่องกรุงสยาม ฉบับที่ 41 )
 

          ผ่านไป 2 ตอนในเรื่องวัตถุมงคลของหลักเมืองนครศรีธรรมราช  ทำให้เกิดความโกลาหลขึ้นกับบุคคลกลุ่มหนึ่งในวงการพอสมควร ทั้ง ๆ ที่เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น  พระเอกของเรื่องยังไม่ได้ออกมาเลย ที่ว่าโกลาหลก็คือ มีผู้อ่านจำนวนมากมีความต้องการวัตถุมงคลที่ผู้เขียนนำเสนอ  แต่ไม่รู้จะไป หาบูชาที่ไหน ปัญหาคือที่ผ่านมา   ในกรุงเทพ ฯ มีคนรู้จักน้อย ศูนย์พระเครื่องส่วนใหญ่ไม่มีใครรู้จักพระนี้มาก่อน   จึงไม่ทราบว่าจะไปหามาจากไหน ที่สำคัญคือ หลายคนยังคิดและโจมตีว่า เป็นการปั่นราคา   และห้ามปรามคนอื่นว่าอย่าไปยุ่ง เรื่องนี้ผู้เขียนไม่สนใจ เพราะอยู่วงการนี้มานานเข้าใจดีว่า มันก็เป็นอย่างนี้แหละ   และอยากจะเรียนต่อท่านผู้อ่านว่า เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ ความจริงผ่านมาแค่ 3 เดือน ก็พอจะพิสูจน์ได้แล้วว่า  ถ้าเป็นการปั่นป่านนี้ของออกมาเกลื่อนแล้ว แต่นี่ของหายไปหมด เพราะคนที่ได้ไปเขาหวงกันมาก ชั่วโมงนี้ใครสามารถปั่นราคาวัตถุมงคลที่ไม่ศักดิ์สิทธิ์จริงให้ราคาขึ้นมาได้   คงต้องยกให้เป็นซุปเปอร์แมน แต่ตัวผู้เขียนไม่ใช่ซุปเปอร์แมนคงไม่สามารถไปปั่นราคาได้    ที่เขียนเผยแพร่เพราะของเขาดีจริงครับ  

              ปัญหาสำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือ ขณะนี้มีของฝีมือ ระบาดออกมามาก ชั่วระยะเวลา 2 – 3 เดือน ที่ผ่านมาได้ออกมาแล้วหลายฝีมือ ทั้งพระผงสุริยัน-จันทรา เหรียญพังพระกาฬ และผ้ายันต์ ได้ข่าวว่ามีฝีมือระดับชาติ กระโดดลงมาเล่นด้วย อย่างไรก็ตามขณะนี้สามารถแยกออกได้ไม่ยากนัก   ผู้เขียนเชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่า วัตถุมงคลที่มีอิทธิฤทธิ์มาก ๆ อย่างพระผงสุริยัน-จันทรา  ถ้าจะมีใครปลอมก็จะบันดาลให้มีข้อบกพร่อง มีสิ่งพิรุธ ให้สังเกตุเห็นได้ ที่สำคัญคือผู้ปลอมแปลงจะมีอันเป็นไป ด้วยผลแห่งการไปหลอกลวงคนอื่น   โดยใช้พระผงสุริยัน-จันทราเป็นเครื่องมือ นักปลอมพระผงสุริยัน-จันทรา ยุคแรก ๆ   ก่อนที่ผู้เขียนจะเขียนเรื่องลงหนังสือ บัดนี้เป็นอัมพาตไปแล้ว ไม่เพียงแต่เท่านั้นผู้คนในครอบครัวยังป่วยไปทั่งบ้าน    ผู้เขียนทราบดีว่าพวกนักปลอมแปลง หรือที่เรียกว่ามือผีทั้งหลายไม่สะทกสะท้านสะดุ้งสะเทือนกับบาปบุญคุณโทษและไม่เคยคิดถึงความทุกข์ยากของคนอื่น    แต่ผู้เขียนก็อยากให้พวกเราคอยติดตามดูกันว่า อะไรจะเกิดขึ้นกับพวกนี้ 
1-80BD~1-(1).JPG   2-B042~1-(1).JPG  3-A839~1-(1).JPG

4-F6A9~1-(1).JPG  5-2007~2-(1).JPG  6-2007~1-(1).JPG


 

นอกจากปัญหาดังกล่าวข้างต้นแล้ว อีกเรื่องหนึ่งที่ผู้เขียนอยากจะเรียนให้ทราบคือ มีผู้อ่านจำนวนมากโทร ฯ มาหาผู้เขียน รวมทั้งโทร ฯ ถึงบุคคลต่าง ๆ ที่ผู้เขียนกล่าวนามถึง ต่างได้รับโทรศัพท์และจดหมายสอบถามเกี่ยวกับวัตถุมงคลบ้าง ขอแบ่งเช่าบ้าง บางรายขอเลยก็มี เพราะไม่มีเงินมากพอ เรื่องนี้ผู้เขียนรู้สึกเห็นใจสำหรับผู้ที่เดือนร้อนจริง ๆ อยากได้วัตถุมงคลแต่ไม่มีปัจจัยเพียงพอที่จะเช่าหามาบูชาได้ ถ้าไม่มีเงินพอเช่าดวงตราพญาราหู ขอแนะนำให้บูชาพระผงพิมพ์พระพุทธสิหิงค์ หรือไม่ก็เป็นเหรียญหลักเมืองสี่เหลี่ยมไปบูชาแทน ในเรื่องการค้าขายให้นำเหรียญนี้แช่น้ำทำน้ำมนต์ประพรมสินค้า หรือนำมาห้อยคออธิษฐานขอต่อองค์จตุคามรามเทพ
 
 
การแนะนำให้ใช้วัตถุมงคลที่มีราคาย่อมเยาลงมานั้น หลายท่านอาจจะไม่มั่นใจหรืออาจจะถามว่าแล้วจะศักดิ์สิทธิ์เหมือนกันหรือไม่ ผู้เขียนขอบอกว่าศักดิ์สิทธิ์เหมือนกัน โดยเฉพาะในเรื่องการทำมาค้าขาย หรือคุ้มครองภัยอันตรายต่างๆ เมื่อค้าขายได้ดีแล้วค่อยหาดวงตราพญาราหู เนื่องจากสิ่งนี้เป็นตราประจำองค์ราชันดำจตุคามรามเทพ ซึ่งเป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรศรีวิชัย จึงทำให้ดวงตราพญาราหูมีความยิ่งใหญ่อลังการไปด้วย ประกอบกับการสร้างที่ทำได้อย่างประณีตงดงาม เนื้อหามีความหลากหลาย ส่วนผสมมวลสารต่าง ๆ มีความหมายลึกซึ้งและศักดิ์สิทธิ์ เมื่อประกอบเป็นองค์ดวงตราขึ้นมา เป็นศิลปะสวยงามมีเสน่ห์ชวนมองทำให้อยากได้ และเมื่อได้ครอบครองก็จะเกิดความผูกพันเมื่อได้รับรู้ถึงความศักดิ์สิทธิ์ ทำให้เกิดความรักและหวงแหน

7-2007~1.JPG  7-2007~2.JPG

 

1-80BD~1-(2).JPG  8-2007~1.JPG

พูดถึงเรื่องของประสบการณ์ ผู้เขียนอยากจะขยายความต่อว่า ในช่วงที่ผู้เขียนไปสืบหาข้อมูลต่าง ๆ ในช่วงแรก ๆ ที่ยังไม่ได้เสนอเรื่องราวลงหนังสือ ได้จดบันทึกประสบการณ์อภินิหารในวัตถุมงคลของหลักเมือง นครศรีธรรมราชไว้จำนวนมากมายเป็นสิบ ๆ เรื่อง แต่ยังไม่ได้เล่าให้ผู้อ่านทราบ ที่เล่าไปมีแต่ประสบการณ์ที่ผู้คนนำไปใช้ในระยะหลัง ๆ เป็นจำนวนมาก และคงจะมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะมีผู้เล่าเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากการพูดคุยกับพรรคพวกหลายคน เล่าให้ผู้เขียนฟังว่า พวกเขาสังเกตุพบว่า จากการนำวัตถุมงคลของหลักเมืองนครศรีธรรมราช ไปให้เพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง รวมทั้งแบ่งไปให้คนที่สนใจเช่าไปบูชานั้น ในจำนวน 10 คน จะต้องกลับมาเล่าถึงอภินิหารที่เกิดขึ้นกับตัวเองถึง 8 คน ส่วนอีก 2 คนที่เหลือสันนิษฐานกันว่าอาจจะไม่ได้นำไปใช้บูชา เช่าไปเก็บไว้เฉย ๆ

 
 

เกี่ยวกับเรื่องประสบการณ์นี้ ผู้เขียนได้กราบเรียนกับท่านผู้บัญชาการสรรเพชญ ฯ ว่า ในจำนวน 10 คน ของผู้นำวัตถุมงคลของหลักเมืองนครศรีธรรมราชไปใช้บูชา ถ้าเห็นผลสัก 5 รายก็น่าจะถือว่าสุดยอดแล้ว เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมา ผู้เขียนไม่ค่อยจะได้ยินได้ฟังประสบการณ์จากวัตถุมงคลที่ฮือฮา เช่ากันไปจำนวนนับพันนับหมื่น จะมีบ้างก็ 2 – 3 ราย และได้เป็นประสบการณ์ธรรมดา หลายรุ่นหลายอาจารย์ก็หายเข้ากลีบเมฆไปเลย และนับวันก็จะถูกลืมเลือนมากขึ้นเรื่อย ๆ ท่านผู้บัญชาการสรรเพชญ ฯ ตอบผู้เขียนว่าอย่างไรทราบไหมครับ ? ท่านบอกว่าแค่ 5 รายไม่ถูกต้องหรอก ถ้านำไปบูชาทั้ง 10 คน ต้องได้ผลทั้ง 10 คน เพียงแต่ว่าจะได้ผลช้าหรือเร็ว และมากหรือน้อย ย่อมขึ้นอยู่กับดวงชะตาและเคราะห์ของแต่ละคน เท่านั้น ทำให้ผู้เขียนนึกถึงข้อสันนิษฐานข้างต้นที่ว่า คนไม่กลับมาเล่าให้ฟังถึงผล อาจจะยังไม่ถึงเวลา และบางคนอาจจะไม่ได้ใช้บูชา ไม่ได้อธิษฐานติดต่อสื่อสารกับวัตถุมงคล เช่ามาเก็บไว้ตามกระแสที่เขาว่าดี ก็ไปหามาไว้บ้างเท่านั้น เรื่องได้แล้วไม่ได้นำไปบูชา ผู้เขียนมีตัวอย่างคือ พรรคพวกของผู้เขียนคนหนึ่งประสบปัญหาเรื่องการค้าขายไม่ค่อยดี ทำให้การเงินติด ๆ ขัด ๆ ผู้เขียนจึงให้ผ้ายันต์สีน้ำเงิน จันทรา ไป 1 ผืน ผ้ายันต์นักษัตร 2 ผืน คือปีของสามีและปีของภรรยา บอกให้นำไปติดที่ร้านค้าและบูชาอธิษฐานขอจากท่าน จากนั้นผู้เขียนก็เฝ้ารอว่าเขาจะมาเล่าอะไรให้ฟังบ้าง แต่รอแล้วก็เงียบ ปกติคนอื่น ๆ ที่ผู้เขียนให้ไปไม่เกิน 1 เดือนจะต้องโทรฯ มาเล่าประสบการณ์ให้ฟังจนเป็นเรื่องปกติ มีแต่รายนี้รายเดียวเท่านั้นที่ไม่ได้โทร ฯ มาเล่าให้ฟังเสียที ผู้เขียนจึงเป็นฝ่ายโทร ฯ ไปหาเขา แต่ไม่ได้ถามถึงเรื่องผ้ายันต์ ถามถึงแต่เรื่องธุรกิจ เขาก็บอกว่า แย่…! ทุกครั้ง จนผู้เขียนได้นำมาเล่าให้พรรคพวกฟัง รวมทั้งได้กราบเรียนต่อท่านผู้บัญชาการสรรเพชญ ฯ ว่า มีอยู่รายหนึ่งได้ผ้ายันต์ไปนานแล้วก็ไม่เห็นว่าการค้าจะดีขึ้นเหมือนรายอื่น ๆ จนเวลาผ่านไปประมาณ 2 เดือนกว่า ๆ ผู้เขียนผ่านบ้านเขาจึงแวะเข้าไปหาและถามถึงเรื่องผ้ายันต์ เขาบอกว่าไม่รู้ว่าไปวางไว้ที่ไหน หาไม่เจอ …! เดี๋ยวต้องถามเมียผมดูก่อน ผู้เขียนจึงบอกเขาอย่างสุภาพว่าไม่ได้ใช้ก็ดีแล้วช่วยหาให้หน่อย พอดีผมจะนำไปแลกผ้ายันต์แบบอื่นจากเพื่อน เขาก็รับปากว่าอีก 2 – 3 วันพี่มาเอาไปก็แล้วกัน
 
 
ครับ….!! บอกกล่าวเล่าเรื่องมาพอสมควรแล้ว ผู้เขียน อยากจะกลับมาพูดถึงเรื่องที่เคยเกริ่นไว้ว่าข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับวัตถุมงคล ของหลักเมืองนครศรีธรรมราช รวมทั้งเรื่องโหราศาสตร์ ไสยศาสตร์ และแนวคิดต่าง ๆ ผู้เขียนได้รับการถ่ายทอดมาจาก ท่านพลตำรวจโทสรรเพชญ ธรรมาธิกุล ในการเสนอต่อท่านผู้อ่านนั้นขอเรียนว่าจะไม่ทำในลักษณะถามตอบ แต่จะทำในลักษณะนำเสนอไปตามเหตุการณ์ หรือเนื้อเรื่อง บางครั้งต้องยกคำพูดของท่าน บางครั้งผู้เขียนจะทำความเข้าใจและสรุปเสนอตามความเห็นของผู้เขียนบ้าง และบางตอนก็จะลงเรื่องที่ท่านทำบันทึกให้กับผู้เขียนโดยไม่ตัดทอน เพื่อให้ท่านผู้อ่านเห็นภาพได้ชัดเจน มีความเข้าใจมากยิ่งขึ้น และไม่ทำให้เสียอรรถรสของเรื่อง
 
ก่อนจะเดินหน้าต่อไป ผู้เขียนขอถือโอกาสกล่าวถึง ท่านผู้บัญชาการสรรเพชญ ฯ สักเล็กน้อยก่อนนะครับ ผู้ขียนเชื่อว่าโดยส่วนใหญ่ท่านผู้อ่านคงจะได้ยินชื่อเสียงและเรื่องราวของท่านมาบ้าง แต่อาจจะมีบางท่านยังไม่ทราบ
 
 
ท่านพลตำรวจโทสรรเพชญ ธรรมาธิกุล คือนายตำรวจมือปราบตงฉิน เป็นมือปราบจริง ๆ และตงฉินจริง ๆ ทั้งเบื้องหน้าและลับหลัง ไม่มีการสร้างภาพเหมือนหลาย ๆ คนที่ทำอยู่ ท่านอุทิศเวลา เสียสละ ความสุขส่วนตัวให้กับการทำหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่ประชาชน เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างแท้จริง ท่านกำจัดเสี้ยนหนามของแผ่นดิน โจรร้าย ผู้มีอิทธิพล ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านด้วยจิตใจที่เด็ดเดี่ยว กล้าหาญ ไม่กลัวอะไรทั้งนั้น ถ้าสิ่งนั้นคือความไม่ถูกต้องท่านบอกว่า คนถ้าเป็นสัตว์ร้าย อันตรายยิ่งกว่าเดียรัจฉาน ชีวิตการทำงานของท่านผ่านการปราบปรามมาอย่างโชกโชน ชนิดที่ไม่มีใครเทียบ ผู้เขียนเองเมื่อได้ทราบประวัติของท่าน ก็รู้สึกนึกไม่ถึงว่าจะมีตำรวจอย่างท่านในประเทศไทย ขณะเดียวกันก็รู้สึกภาคภูมิใจที่เมืองไทยยังมีคนดี ๆ อย่างท่านอยู่ เรื่องราวของท่านนั้นถ้าสร้างเป็นภาพยนตร์ก็ไม่ต้องแต่งเติมเสริมอะไรเลย เพราะเข้มข้นชนิดที่นิยายต้องชิดซ้าย เพราะนิยายเป็นเรื่องโกหก แต่ของท่านเป็นเรื่องจริง และเรื่องจริงของท่านถ้าเป็นหนังสือ ผู้เขียนเชื่อว่าน่าจะติดตามไม่แพ้ประวัติบุคคลสำคัญต่าง ๆ เป็นประวัติชีวิตที่น่าศึกษาและเป็นตัวอย่างให้แก่อนุชนรุ่นหลัง ๆ ได้เป็นอย่างดี เสียดายที่ผู้เขียนเป็นเพียงมือสมัครเล่น ไม่มีความสามารถพอที่จะเรียบเรียงให้ครบถ้วนและชวนอ่าน จึงทำได้แต่เพียงคิดเท่านั้น
 

1-FDB2~1.JPG

ผงสุริยัน จันทรา

กลับมาถึงเรื่องพระผงสุริยัน-จันทรา และวัตถุมงคลของหลักเมืองนครศรีธรรมราช ที่ผู้เขียนเคยกล่าวไว้ว่าศักดิ์สิทธิ์ เพราะการสร้างและบรรจุพลังโดยไสยศาสตร์ชั้นสูง ซึ่งเกี่ยวข้องกับโหราศาสตร์ อันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับระบบสุริยะคติ จันทรคติ เรื่องพระราหู และดาว 12 นักษัตร สรุปสั้น ๆ ก็คือ เป็นเรื่องของพลังจักรวาลที่ได้รับการโน้มนำและปรับเข้ามาสู่วัตถุมงคลตามพิธีกรรมของจตุคามศาสตร์ ซึ่งไม่ใช่วิชาไสยศาสตร์ทั่วไป แต่เป็นวิชาที่ทำให้เกิดความศักดิสิทธิ์ขึ้นด้วยการควบคุมบังคับบรรยากาศธาตุ และพลังที่มีอิทธิพลต่อชะตาชีวิตของคนบนโลกนี้ ดังนั้นวัตถุมงคลจึงต้องมีสัญลักษณ์ของดวงดาวซึ่งมีอิทธิพลต่อชีวิตมนุษย์ ถ้าสังเกตุให้ดีเราจะพบว่าวัตถุมงคลเกือบจะทุกชนิดของหลักเมืองนครศรีธรรมราชจะต้องมี ตราพระราหูอมพระอาทิตย์ อมพระจันทร์ ซึ่งรูปของพระราหูได้ถูกกำหนดให้เป็นยักษ์นั้น ต้องบอกเสียก่อนว่า มิได้หมายความว่ามียักษ์ตัวมโหฬารที่ถูกสร้างขึ้นโดยพระอิศวรล่องลอยอยู่ในอากาศ คอยจับพระอาทิตย์กับพระจันทร์อมเล่นแก้แค้นตามนิยายที่เรารับรู้กันมา แต่อันนี้เป็นสัญลักษณ์ที่ซ่อนความหมายและวิชาการลึกล้ำ ใครมีความสามารถถอดรหัสได้ก็จะได้ประโยชน์อย่างมหาศาล ใครโง่ก็จะถูกพวกฉวยโอกาสนำเอาความเชื่อนั้นมาหลอกลวงต้มตุ๋น ซึ่งปัจจุบันก็ยังมีคนถูกหลอกอยู่เรื่อย ๆ พวกนี้ก็จะนึกไปว่าพระราหูมีตัวตนเป็นยักษ์อยู่จริง เช่นเดียวกับสัญลักษณ์อื่น ๆ ที่คนโบราณได้ซ่อนวิทยาการเอาไว้ เช่นพญานาค พญาครุฑ ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าคนในยุคปัจจุบันไปเชื่อได้อย่างไรว่ามีตัวตนจริง ทำให้ถูกหลอกลวงต้มตุ๋นเช่นเดียวกัน เพราะแท้จริงแล้ว พญานาคนั้นคนโบราณเขาใช้แทนน้ำ พญาครุฑเขาใช้แทนลม แต่เราก็ไปเชื่อนิยายที่เขาผูกขึ้นมาเป็นกลลวงไว้

 

 ในการรับรู้เรื่องหลักเกณฑ์พื้นฐานเบื้องต้น เราต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า ดวงดาวต่าง ๆ ที่อยู่ในระบบสุริยะจักรวาลและดาวกลุ่มอื่น ๆ มีอิทธิพลต่อสิ่งมีชีวิตบนโลกที่เราอยู่อาศัย ซึ่งเรื่องนี้พวกนักดาราศาสตร์เขาไม่เชื่อกัน เพราะเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น แต่ผู้เขียนคิดว่าอธิบายได้ อีกกลุ่มหนึ่งที่มีความเกี่ยวข้องกับดวงดาวโดยตรงคือ พวกนักโหราศาสตร์ ซึ่งบางคนไม่สนใจว่าพื้นฐานจริง ๆ แล้วดวงดาวมีอิทธิพลต่อชีวิตมนุษย์อย่างไร แต่เชื่อสถิติที่จดบันทึกถึงความเป็นไปของดวงดาวว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าดวงดาวนั้นไปเจอดวงนี้มาเกี่ยวข้องกับดวงของคนอย่างไร พวกนี้ใช้พญากรณ์โดยสถิติ ไม่ศึกษาถึงรากเหง้าที่มาที่ไป เราจึงพบว่าโหรชื่อดังทั้งหลายที่ออกมาฟันธงทำนายเหตุการณ์ต่าง ๆ ของบ้านเมือง ทั้งทางหน้าหนังสือพิมพ์และทางโทรทัศน์ ไม่มีใครทำนายถูกต้องเลยสักคนเดียว เมื่อเป็นอย่างนี้ก็คงมีคนถามว่า ถ้าอย่างนั้นโหรต้องเรียนรู้อะไร ถึงจะเข้าใจและทำนายได้ถูกต้องแม่นยำ คำตอบอันนี้ค่อนข้างจะยากมากสำหรับผู้เขียนเพราะไม่ได้เรียนมาทางนี้ ในความเข้าใจของผู้เขียนจากการอ่านตำรับตำราและบันทึกของท่านผู้บัญชาการสรรเพชญ ฯ ผู้เขียนคงตอบได้อย่างสั้น ๆ ว่า ต้องรู้เรื่องโลกธาตุ และระบบธาตุจากดวงดาวต่าง ๆ ที่มีอิทธิพลต่อการทำให้เกิดธรรมชาติขึ้นในโลก อันเป็นบทสรุปว่า วิชาโหราศาสตร์ไม่ใช่วิชาสถิติ แต่เป็นวิทยาการทางธรรมชาติ คำตอบจากผู้เขียนคงได้แค่นี้ เพราะถ้าพูดมาก ๆ ก็จะทำให้ตัวเองงง และพลอยทำให้ผู้อ่านงงไปด้วย ทีนี้อาจจะมีโหรบางคนบอกว่า ผมก็เรียนเรื่องโลกธาตุ ก็คงต้องตอบตัวเองให้ได้ว่ารู้จริงแค่ไหน เพราะผู้เขียนเชื่อว่า การเรียนมีทั้งจบประถมและดอกเตอร์ ซึ่งต้องพิจารณาด้วยว่าถูกทางหรือเปล่า

 

1-2007~1.JPG        2-2007~4.JPG  

3-2007~2.JPG     4-AA95~1-(1).JPG 

6-2007~1-(2).JPG     5-2007~3.JPG 




 

ทีนี้กลับมาตรงที่ผู้เขียนบอกว่า ดวงดาวมีอิทธิพลต่อสิ่งมีชีวิตในโลก เรื่องนี้บางคนอาจจะไม่เชื่อ ผู้เขียนจึงอยากตั้งคำถาม ซึ่งถามหลายคนที่มาคุยเรื่องนี้กับผู้เขียนว่า พระอาทิตย์ กับพระจันทร์ เป็นดาวหรือเปล่า ทุกคนจะตอบตรงกันเหมือนกับผู้อ่านที่คงจะตอบว่า " เป็น " และยังตอบต่อไปว่า พระอาทิตย์เป็นดาวฤกษ์ พระจันทร์เป็นดาวเคราะห์ เมื่อได้คำตอบตรงนี้แล้ว ผู้เขียนจะถามต่อไปว่า พวกเราคิดว่าพระอาทิตย์กับพระจันทร์มีอิทธิพลต่อสิ่งมีชีวิตบนโลกนี้หรือไม่ คำตอบก็คงเหมือนกันหมดคือ มีแน่นอน ถ้าขาดพระอาทิตย์ พระจันทร์ พวกเราจะอยู่ได้หรือไม่ ทุกคนก็คงตอบโดยไม่ต้องคิดว่า ไม่ได้ อย่าเพิ่งเบื่อนะครับ เพราะว่าจะมีคำถามต่อไปอีกว่า ถ้ามีแค่โลก พระอาทิตย์ พระจันทร์ สิ่งมีชีวิตบนโลกนี้อยู่ได้หรือไม่ ตรงนี่หลายคนอาจจะนิ่งคิด แต่ในที่สุดแล้วคำตอบที่จะต้องออกมาก็คือ อยู่ไม่ได้ เมื่อพระอาทิตย์ พระจันทร์ ซึ่งเป็นดาว มีอิทธิพลต่อโลก ดวงดาวอื่นก็ต้องมีเช่นกัน เพียงแต่ว่าอยู่ไกลทำให้เห็นไม่ชัด เหมือน พระอาทิตย์ พระจันทร์ ซึ่งทั้งหมดในระบบสุริยะจักรวาล และนอกระบบอย่างเช่นดาว 12 นักษัตร จะส่งอานุภาคแสงดาว รังสี และธาตุต่าง ๆ มายังโลก เมื่อคลุกเคล้าผสมกับธาตุบนโลก ทำให้เกิดสิ่งมีชีวิตและธรรมชาติ ทุกอย่างต้องประกอบกันไปหมดทั้งดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดวงดาวต่าง ๆ ซึ่งผู้เขียนคิดว่าดาวต่าง ๆ ที่อยู่ไกลออกไปจะมีธาตุและรังสี ที่ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ ไม่มี

 

 ผู้เขียนขอเรียนว่า วัตถุมงคลของหลักเมืองนครศรีธรรมราช ใครได้ไปแล้วต้องนำไปใช้บูชารับรองว่าต้องได้ผลแน่นอน นอกเสียจากว่าจะได้ของเก๊ ซึ่งก็อยากจะเตือนทุกท่านให้ระมัดระวังอย่างหนัก เพราะพรรคพวกผู้เขียนหลายคนโดนไปคนละหลายองค์แล้ว ทางที่ดีต้องมีสัญญารับคืนถ้าเก๊….!!

การที่ผู้เขียนแนะนำให้หันมาบูชา พระพุทธสิหิงค์ แทนในกรณีที่ไม่สามารถหาดวงตราพญาราหูได้ โดยส่วนตัวของผู้เขียนเชื่อว่า ใช้ทดแทนกันได้ เพราะพระพิมพ์ พระพุทธสิหิงค์ ก็มีประสบการณ์ มากมายหลายเรื่องด้วยกัน ขอยกตัวอย่างเล่าให้ฟังสักเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ผู้ที่มีประสบการณ์เป็นเพื่อนของคุณนิลนารถ วัฒนธรรม นักพระเครื่องชื่อดังมีอาชีพรับเหมาก่อสร้าง ไม่มีงานเข้ามาเลยเป็นเวลา
2 ปีแล้ว ได้แต่กินของเก่าไปเรื่อย ๆ ทำให้เกิดความกลุ้มอกกลุ้มใจเพราะมีแต่รายจ่าย ไม่มีรายรับ คุณนิลนารถ ฯ จึงให้พระผงสุริยัน-จันทรา พิมพ์พระพุทธสิหิงค์ สีขาวไปแขวน 1 องค์ เมื่อเริ่มแขวนก็อธิษฐานของานทุกวัน เวลาผ่านไปประมาณ 2 สัปดาห์ อยู่ ๆ ก็มีคนที่เคยติดต่อโทร ฯ มาหาให้ไปรับงานสร้างบ้าน 2 หลัง เป็นเงิน 30 ล้านบาท เรื่องที่เกิดขึ้นใครจะคิดว่าบังเอิญก็คิดได้ แต่ตัวผู้มีประสบการณ์บอกว่าผมเชื่อว่าเป็นอภินิหารของพระผงสุริยัน-จันทรา แน่นอน เพราะผมได้อธิษฐานขอจากท่านเป็นไปไม่ได้ที่จะมาบังเอิญเอาตอนนี้


 

 

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

Top