บทความจตุคามรามเทพ / สุดยอดอภินิหาร ฯ แห่งอาณาจักรทะเลใต้

สุดยอดอภินิหารของวัตถุมงคลแห่งอาณาจักรทะเลใต้ ตอนที่ 4

สุดยอดอภินิหารของวัตถุมงคลแห่งอาณาจักรทะเลใต้
 
ตอนที่ 4 : ลงพิมพ์ในนิตยสาร PRESTIGE ฉบับที่ 2 เดือนพฤศจิกายน 2543


มีผู้อ่านหลายท่านต่อว่าผู้เขียนว่าทำไมถึงเขียนเรื่องเกี่ยวกับวัตถุมงคลของหลักเมืองนครศรีธรรมราชน้อยจัง ทั้งทางด้านประสบการณ์ รายละเอียดเกี่ยวกับการสร้างวัตถุมงคล เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับหลักเมืองนครศรีธรรมราช ประวัติของท่านพ่อจตุคามรามเทพ รวมไปถึงการจำแนกพิมพ์ การแบ่งแยกสีของพระผงสุริยัน-จันทรา และการนำเสนอวัตถุมงคลชนิดต่าง ๆ ผู้เขียนต้องยอมรับว่าที่ผ่านมา 3 ตอนอาจจะเสนอรายละเอียดน้อยไปบ้าง แต่ก็ได้พยายามผสมผสานเรื่องราวในทุกด้านลงไปในทุก ๆ ตอน โดยเฉพาะเรื่องประสบการณ์ จะมีในทุกฉบับ แต่ผู้อ่านบางท่านก็ยังท้วงว่าควรจะมีมากกว่านี้ ได้ครับ…!! ตอนนี้ผู้เขียนจะนำเสนอให้จุใจเพื่อตอบสนองข้อเรียกร้องของท่านผู้อ่านก่อนจะเสนอเรื่องราวของประสบการณ์ ผู้เขียนต้องขอความเห็นใจ และขออธิบายสักนิดว่า ที่เขียนเล่าให้ท่านผู้อ่านทราบมาใน 3 ตอนที่แล้ว โดยส่วนใหญ่จะเป็นการเกริ่นหรือ อารัมภบทนั้น เป็นเพราะว่าวัตถุมงคลของหลักเมืองนครศรีธรรมราชยังไม่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในวงการพระเครื่อง รู้จักกันอยู่แต่ในหมู่ลูกศิษย์และกลุ่มคนที่เคารพศรัทธาไม่มาก และส่วนใหญ่ก็เป็นคนนอกวงการ แล้วอยู่ ๆ ผู้เขียนก็นำมาแนะนำต่อท่านผู้อ่านในวงการพระเครื่อง จึงจำเป็นต้องกล่าวอ้าง และอ้างอิงไปถึงบุคคลต่าง ๆ มากมาย ซึ่งผู้เขียนก็ขอยืนยันว่าทุกอย่างที่เขียนเป็นเรื่องจริง ก็เป็นธรรมดาย่อมมีคนเชื่อและไม่เชื่อ อย่างไรก็ตามความนิยมในวัตถุมงคลชุดนี้ได้พุ่งขึ้นในเวลาอันรวดเร็ว จากวันที่หนังสือกรุงสยามได้ลงเรื่องตอนที่ 1ในเดือนเมษายน 2543 จนถึงปัจจุบันเดือนพฤศจิกายน 2543 นับเป็นเวลาประมาณ 7 เดือน พระผงสุริยัน – จันทรา พิมพ์ดวงตราพญาราหู ได้เขยิบราคาขึ้นไปโดยเฉลี่ยแล้วถึง 10 เท่าตัว ในกระแสความนิยมที่เกิดขึ้นมาอย่างรวดเร็วนี้ ได้เกิดมีการโจมตีว่าเป็นการปั่นราคาควบคู่มาด้วย เป็นธรรมดาครับ ผู้เขียนไม่ได้หวั่นไหวอะไร เพราะเชื่อมั่นว่าของเราดีจริงอีกเหตุผลหนึ่ง ซึ่งเป็นความคิดเห็นของผู้เขียนเกี่ยวกับการนำเสนอต่อท่านผู้อ่านก็คือ

ผู้เขียนได้บอกกล่าวไว้ว่า วัตถุมงคลของหลักเมืองนครศรีธรรมราช สำเร็จขึ้นด้วยศาสตร์ไม่เหมือนกับวัตถุมงคลอื่น
ผู้เขียนจึงได้พยายามชี้แจงถึงหลักเกณฑ์คร่าว ๆ ถึงที่มาแห่งความศักดิ์สิทธิ์ที่มีในวัตถุมงคลชุดนี้ ซึ่งค่อนข้างจะยากอยู่มาก ทั้งหลายทั้งปวงก็คงจะต้องเรียนต่อท่านผู้อ่านว่า ถ้าสนใจก็พยายามติดตามกันต่อไปเรื่อย ๆ ก็แล้วกันนะครับทีนี้มาเข้าเรื่องตามที่ผู้เขียนรับปากเอาไว้ คือเรื่องของประสบการณ์ โดยขอเท้าความไปยังตอนที่แล้วในช่วงที่เล่าให้ท่านผู้อ่านฟังว่า เพื่อนของผู้เขียนได้ผ้ายันต์นักษัตรปีของตัวเขากับของภรรยา และผ้ายันต์สีน้ำเงินเป็นผ้ายันต์จันทราไปจากผู้เขียนแล้วไม่ได้ผล เมื่อผู้เขียนไปหาจึงได้ทราบว่าเขาไม่ได้นำผ้ายันต์ไปติดที่ร้านค้า ผู้เขียนจึงขอคืน เขาขอเวลาหาก่อน ต่อมาผู้เขียนจึงไปทวงคืน เพื่อนของผู้เขียนกลับบอกว่าให้ผมเถอะ ผมจะลองไปติดที่ร้านดู ผู้เขียนนั่งอยู่ที่ทำงานมีผู้หญิงคนหนึ่งมาขอพบ ผู้เขียนจำได้ว่าคือคุณน้อง เป็นน้องสาวของเพื่อนผู้เขียนจึงถามว่ามีธุระอะไร เขาตอบว่าจะมาขอผ้ายันต์เอาไปใช้บ้าง ผู้เขียนจึงถามว่าเกิดอะไรขึ้น คุณน้องจึงเล่าให้ฟังว่าแต่ก่อนไปที่ร้านพี่ชายก็เห็นเงียบ ๆ ไม่มีคนเข้าร้านเลย มาระยะหลัง ๆ รู้สึกผิดสังเกตุ มีลูกค้าเข้าร้านตลอดเวลาจึงถามพี่สะใภ้ว่าทำไมเดี๋ยวนี้ขายดี พี่เขาบอกว่าตั้งแต่เอาผ้ายันต์ที่พี่สุวัฒน์ให้มาบูชาติดไว้ในร้านทำให้ขายของดีขึ้นเยอะมาก รู้สึกได้ทันทีเลย เรื่องนี้ทำให้ผู้เขียนต้องรีบโทรศัพท์ไปสอบถามภรรยาของเพื่อน ชื่อคุณศิวิมล จิ๋วประดิษฐ์กุล ซึ่งขายอาหารสัตว์อยู่ในตลาด อ.ต.ก. ถึงเรื่องผ้ายันต์ คุณศิวิมล จึงเล่าว่า ตอนแรก ๆ สามี (คุณธนจักร ) ไม่เชื่อ พอพี่ไปทวงคืนถึงได้นำไปใส่กรอบมาติดที่ร้าน หลังจากติดได้ 2 วันก็รู้สึกได้ทันทีว่ามีคนเข้าร้านมาซื้อของมากขึ้นเรื่อย ๆ จากเดิมที่แทบจะไม่มีคนเข้าร้านเลยเดี๋ยวนี้วันไหนที่ขายไม่ค่อยได้ ก็ยังได้ 3 – 4 พันบาท แต่ถ้าขายดีก็เป็นหมื่น แถวนี้ร้านหนูขายได้อยู่ร้านเดียว สำหรับเรื่องที่ผู้เขียนเล่ามานี้ถ้าสงสัยก็โทรศัพท์ไปสอบถามได้นะครับ คุณศิวิมล เบอร์ 014422988
2C7D8~1.JPG  2D051~1.JPG

24086~1.JPG   2E291~1.JPG

เรื่องต่อมาเป็นเรื่องของคุณวิสุทธิ์ พึ่งรัศมี
( แป๊ะ ยะลา ) เจ้าของร้านทองไท้เซ่งลัง จังหวัดยะลา ผู้เขียนรู้จักและคุ้นเคยกับพี่แป๊ะมาหลายปีแล้ว เนื่องจากพี่แป๊ะเป็นรุ่นพี่สถาบันเดียวกัน แต่ในระยะหลังไม่ได้ดิตต่อกันเลย จนกระทั่งผู้เขียนทราบว่า พี่แป๊ะหันมาสนใจพระผงสุริยัน – จันทรา ไปสอบถามเพราะได้ยินข่าวคราวว่าเป็นผู้หนึ่งที่เสาะแสวงหาและเช่าพระชุดนี้อย่างต่อเนื่อง ผู้เขียนจึงโทรศัพท์ไปสอบถามถึงสาเหตุที่ทำให้ มาสนใจพระผงสุริยัน – จันทรา พี่แป๊ะเล่าว่าได้อ่านพบบทความเกี่ยวกับกาสร้างพระหลักเมืองนครศรีธรรมราชในนิตยสารพระเครื่องฉบับหนึ่งในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ประกอบกับตอนนั้นมีปัญหาติดขัดเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจ จึงมีความสนใจและติดต่อของเช่าพระผงสุริยัน – จันทรา พิมพ์ดวงตราพญาราหูจากร้านเชษฐโฟโต้ไปหนึ่งองค์ เมื่อได้มาก็อธิษฐานขอท่านทันที พี่ขอให้ท่านช่วยให้ขายทาวน์เฮาส์ที่สร้างไว้ 10 กว่าห้องเป็นเวลาเกือบ 2 ปีแล้วยังขายไม่ได้เลย ทำให้เงินไปจมอยู่ในส่วนนี้ไม่น้อย จากวันที่อธิษฐานขอท่านครั้งแรกจนถึงวันที่พี่แป๊ะเล่าให้ผู้เขียนฟังมี่ระยะเวลาประมาณ 6 – 7 เดือน ( เล่าในช่วงเดือนสิงหาคม 2543 ) พี่แป๊ะบอกผู้เขียนว่า ทาวน์เฮาส์พี่เหลืออยู่ห้องเดียว เดี๋ยวนี่พี่เคารพศรัทธาท่านมาก พี่จะสวดมนต์ของคุณท่านทุกคืน และไม่เพียงแต่เรื่องทาวน์เฮาส์เท่านั้น ยังมีเรื่องอื่น ๆ อีกมากมายหลายเรื่อง ที่ท่านช่วยพี่รวมทั้งญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงที่พี่แนะนำให้บูชาต่างพากันบอกว่าได้ผลทุกคน หลายท่านอาจจะบอกว่าบังเอิญมั้ง ผู้เขียนคงต้องถามว่า แล้วอะไรทำให้บังเอิญขนาดนั้น ท่านผู้อ่านคงจะทราบดีอยู่แล้วว่า ในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ ยิ่งเป็นธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ด้วยแล้วยิ่งลำบากกันไปใหญ่ โดยเฉพาะในต่างจังหวัด ผู้อ่านท่านใดอยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติมโทรศัพท์สอบถามพี่แป๊ะได้ที่เบอร์ 01 8978829
 
1-9388~1.JPG  2-2007~4.JPG  3-F4E3~1.JPG
 
 
2F37A~1.JPG
 
ผงสุริยัน
281FF~1.JPG
ผงจันทรา
 
ประสบการณ์ต่อมาเป็นเรื่องของคุณศุภวัฒน์ และคุณวรรรัตน์ ประชาสุข สองสามีภรรยา ได้อ่านเรื่องพระผงสุริยัน-จันทรา จึงได้ติดต่อมาที่ผู้เขียน เล่าให้ผู้เขียนฟังว่า ตัวภรรยาคือคุณวรรรัตน์ ปัจจุบันลาออกจากงานมาขายก๋วยเตี๋ยว อยู่ที่ท่าน้ำนนทบุรี ฝั่งบางศรีเมือง อ่านเรื่องแล้วมีความสนใจอยากได้วัตถุมงคลของหลักเมืองนครศรีธรรมราชมาบูชาเพื่อช่วยให้ดวงชะตาและการค้าดีขึ้น จึงขอให้ผู้เขียนช่วยหาพระพิมพ์ดวงตราพญาราหูให้ เรื่องนี้ทำให้ผู้เขียนค่อนข้างหนักใจ เพราะคุณศุภวัฒน์ บอกว่าเอาชนิดราคาไม่แพง เนื่องจากมีเงินไม่มาก ต่อมาไม่นานผู้เขียนก็ได้มาองค์หนึ่ง เป็นพระผงสุริยัน- จันทรา พิมพ์ดวงตราพญาราหูพิมพ์ใหญ่ราคาประมาณ 6 พันบาท ซึ่งไม่ถูกและไม่แพงมากจนเกินไป โดยคุณศุภวัฒน์ บอกว่ายอมตัดใจเช่าเอาไว้เพราะเกรงว่าต่อไปจะหาไม่ได้และราคาอาจจะขึ้นไปมากกว่านี้ ขณะนั้นประมาณเดือนพฤษภาคม 2543 คุณศุภวัฒน์และภรรยาก็เงียบหายไป ทำให้ผู้เขียนไม่ค่อยสบายใจนัก เพราะไม่ทราบว่าใช้ได้ผลหรือไม่อย่างไร ประการสำคัญคือต้องจ่ายเงินไปไม่ใช่น้อย จนกระ ทั่งประมาณเดือนสิงหาคม 2543 คุณวรรณรัตน์ได้โทรศัพท์ติดต่อมาที่ผู้เขียน เพื่อให้ช่วยหา พระผงสุริยัน – จันทรา พิมพ์ดวงตราพญาราหู พิมพ์เล็กและผ้ายันต์สีน้ำเงินอีก 1 ผืน และเช่นเคย อย่าให้ราคาแพงนัก เท่าที่พูดคุยกัน ราคาประมาณการที่คุณวรรณรัตน์บอกมาไม่สามารถหาได้ง่ายนัก ผู้เขียนสอบถามใครก็ไม่มี เพราะขณะนั้นราคาขึ้นไปถึงหมื่นหมดแล้ว หลังจากนั้นคุณวรรณรัตน์โทรศัพท์หาผู้เขียนเกือบทุกวัน จนกระทั่งผู้เขียนต้องตัดใจนำของตัวเองออกมาแบ่งให้ในราคาที่ไม่สามารถเช่ากลับคืนได้ โดยเฉพาะผ้ายันต์ เป็นผืนสุดท้ายจริง ๆ ถึงวันนัดคุณศุภวัฒน์ได้มารับวัตถุมงคลที่บ้านผู้เขียน ได้มีโอกาสนั่งคุยกันคร่าว ๆ เพราะพอดีผู้เขียนก็ติดธุระที่จะต้องออกไปข้างนอก คุณศุภวัฒน์เพิ่งจะเล่าให้ผู้เขียนฟังว่าตัวเขากับภรรยามีประสบการณ์อย่างไรบ้างกับพระผงสุริยัน- จันทรา ที่ได้ไป ซึ่งทำให้ผู้เขียนคลายความกังวลที่เกรงว่าทั้งสองท่านเสียเงินนำวัตถุมงคลไปใช้แล้วไม่ได้ผล ความจริงผู้เขียนรู้สึกคลายกังวลไปบ้างแล้ว จากการที่คุณวรรณรัตน์ติดต่อมาในครั้งที่ 2 ผู้เขียนคิดว่าถ้าไม่ได้ผล เขาคงไม่อยากได้อีกแน่ ๆ แต่ก็ไม่ได้ถามว่ามีประสบการณ์อะไรบ้าง คุณศุภวัฒน์เล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่ได้พระผงสุริยัน – จันทรา พิมพ์ดวงตราพญาราหูพิมพ์ใหญ่ไปแล้วได้อธิษฐานขอท่านในเรื่องค้าขาย โดยส่วนใหญ่คุณวรรณรัตน์เป็นผู้ขอและก็ได้ผลทุกครั้ง คุณศุภวัฒน์ยกตัวอย่างว่า มีอยู่วันหนึ่งตั้งใจอธิษฐานขอท่านว่า วันนี้ขอให้ขายได้ 6,500 บาท พอเวลาถึงบ่ายโมงครึ่งลองนับเงินดู เพิ่งจะขายได้เพียง 1,500 บาท เท่านั้น ซึ่งโดยปกติก๋วยเตี๋ยวจะขายดีในตอนกลางวันมากกว่าตอนเย็น คุณศุภวัฒน์ยังได้พูดกับภรรยาว่า วันนี้คงไม่ได้ผล ท่านคงไม่ช่วยแน่ ๆ จนกระทั่งถึงเวลาประมาณ 5 โมงเย็นถึงหนึ่งทุ่ม ไม่รู้ว่าคนมาจากไหนรุมซื้อก๋วยเตี๋ยวจนทำแทบไม่ทัน พอปิดร้านแล้วนับเงินได้ 6,500 บาทพอดิบพอดี คุณศุภวัฒน์บอกกับผู้เขียนว่า แต่ก่อนผมแขวนพระติดคอเป็นประจำอยู่ 9 องค์ เดี๋ยวนี้ผมถอดออกหมด แขวนแค่พระผงสุริยัน- จันทราพิมพ์ใหญ่องค์เดียวเท่านั้น หลังจากคุณศุภวัฒน์กลับไปแล้ว ในวันรุ่งขึ้นตอนสาย ๆ ก็ได้โทรศัพท์กลับมาหาผู้เขียนบอกว่า เมื่อวานกลับไปถึงบ้านตั้งใจจะโทรหาคุณสุวัฒน์ เพื่อต่อว่า ทำไมถึงให้พระที่ไม่ค่อยสวย ผู้ขียนจึงบอกว่า ถ้าอย่างนั้นเอามาคืน ผมให้กำไร 500 บาท จะได้สบายใจด้วยกันทั้ง 2 ฝ่ายคุณศุภวัฒน์รีบบอกกับผู้เขียนว่า " เปล่าครับ ๆ ที่ผมโทรมานี่เพื่อจะบอกว่า พอผมเห็นพระไม่ค่อยสวย อยากนำไปเปลี่ยน แต่ภรรยาผมกลับบอกว่า ไม่ต้อง ๆ เพราะองค์นี้เหมือนกับที่ตัวเองฝันไว้เลย " ตัวเขาจึงบอกว่าถ้าอย่างนั้นอธิษฐานขอท่านเลยดีไหม ทั้งคู่จึงพากัน ไปบอกกล่าวขอกับพระที่ได้ไปว่า ขอให้ขายก๋วยเตี๋ยวจนน้ำหมดหม้อ คุณศุภวัฒน์เล่าต่อว่าขณะที่รับพระจากผู้เขียน แล้วกลับถึงบ้านนั้นเป็นเวลาใกล้ค่ำแล้ว หลังจากอธิษฐานเสร็จ เวลาผ่านไปไม่นานก็มีคนมารุมซื้อก๋วยเตี๋ยวจนน้ำหมดหม้อ ตามที่ขอท่านไว้ นอกจากนั้นคุณศุภวัฒน์ยังเล่าให้ผู้เขียนฟังอีกว่า ไม่เพียงแต่ประสบการณ์ด้านการค้าขายเท่านั้น ในเรื่องเสี่ยงโชค ตัว

เขาและภรรยาถูกหวยมาหลายครั้ง แต่ขอท่านครั้งละไม่มาก สำหรับเรื่องคุณศุภวัฒน์และภรรยา ถ้าสงสัยก็สอบถามไปได้ที่เบอร์ 8815607 ขอสายคุณแป้น ( คุณวรรณรัตน์ ) แต่ต้องเรียนไว้ก่อนสักนิดว่า อย่าไปรบกวนเวลานานนักและบางครั้งก็ไม่สามารถรับสายได้ เนื่องจากติดภาระในการปรุงก๋วยเตี๋ยว เมื่อพูดถึงเรื่องประสบการณ์ เรื่องการเสี่ยงโชค พูดตรง ๆ ก็คือ การแทงหวย หรือซื้อลอตเตอรี่นั้น ผู้เขียนไม่อยากแนะนำ อยากให้ขอในเรื่องค้าขาย เรื่องการงานมากกว่า ที่พูดนี่ไม่ได้มีเจตนาไปจำกัดสิทธินะครับ เพียงแต่ว่าไม่อยากให้ไปลุ่มหลงมาก ถ้าจะเล่นก็เอาพอหอมปากหอมคอ อย่าให้เดือดร้อน จะว่าไปแล้วประสบการณ์เรื่องนี้ ผู้เขียนได้ยินได้ฟังว่าเกิดขึ้นกับหลายคนที่เดียว ถึงแม้ว่าผู้เขียนจะไม่สนับสนุน แต่เมื่อเป็นเรื่องที่เกิดจากการอธิษฐานขอ จึงอยากจะเล่าให้ฟังสักเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องที่คุณทวีสุข ปัญญาอรรถ เล่าให้ผู้เขียนฟังว่า ได้แนะนำพระผงสุริยัน – จันทรา ไปให้คนรู้จักใช้องค์หนึ่ง โดยคุยกับเขาว่าศักดิ์สิทธ์มาก คนที่ได้ไปไม่รู้จะพิสูจน์อย่างไร นึกขึ้นได้ว่าตั้งแต่เกิดมาซื้อลอตเตอรี่เป็นประจำ ไม่เคยถูกเลยแม้สักครั้งเดียว ไม่ว่าจะเป็นเลขท้ายหรือรางวัลใด ๆ จึงได้อธิษฐานขอตรง ๆ ต่อพระผงสุริยัน – จันทรา ว่าถ้าท่านศักดิ์สิทธิ์จริง งวดนี้ขอให้ลูกถูกลอตเตอรี่ ปรากฏว่างวดนั้นเขาถูกเลขท้าย 3 ตัว ได้เงินมา 8,000 บาท ทำให้ได้พระฟรี นอกจากเรื่องดังกล่าวแล้ว พี่ทวีสุขยังเล่าต่อมาว่ามีพรรคพวกอีกคนหนึ่งได้รับการแนะนำจากพี่เขาไปเหมือนกัน โดยเช่าพระผงสุริยัน-จันทรา พิมพ์ใหญ่ไปแขวน แล้วขอให้การเงินราบรื่น คล่องตัว ปรากฏว่าแขวนไปได้ 2 วัน เพื่อนที่ยืมเงินไปหกหมื่นบาท แล้วหายไปประมาณ 2 ปี จนเขาตัดใจคิดว่าเป็นหนี้สูญไปแล้ว กลับนำเงินมาใช้คืนให้ ทำให้เขาเชื่อมั่นว่าเป็นอานุภาพแห่งพระผงสุริยัน-จันทรา สำหรับตัวพี่ทวีสุขเองก็มีประสบการณ์ชนิดเข้มข้นเกิดขึ้นกับตัวหลายเรื่อง แต่ขอร้องผู้เขียนไว้ไม่ให้เล่า ท่านผู้อ่านสงสัยหรืออยากทราบรายละเอียดโทรสอบถามไปได้ที่เบอร์ 01 8114954 ต่อไปเป็นเรื่องที่คุณวิรัตน์ กังวานวณิชย์กุล เล่าให้ผู้เขียนฟัง คุณวิรัตน์เปิดศูนย์บริการพระเครื่องอยู่บนมณเฑียรพลาซ่า มีลูกค้าขาประจำหลายราย มีอยู่รายหนึ่งเช่าพระจากคุณวิรัตน์อยู่เสมอ โดยที่คุณแม่ของลูกค้ารายนี้ก็รู้จักสนิทสนมกับคุณวิรัตน์เป็นอย่างดี ได้มาบ่นกับคุณวิรัตน์ว่า ตัวเองทำงานอยู่ในตำแหน่งเดิมมาเกือบ 20 ปีแล้วยังไม่ได้เลื่อนเสียที ยิ่งขณะนี้เจอเจ้านายที่ไม่ค่อยถูกโฉลกเสียด้วย เลยยิ่งไปกันใหญ่ อย่างตอนนี้มีตำแหน่งว่าง ก็ทำใจแล้วว่าตนเองก็คงจะไม่ได้อีก เพราะเจ้านายมีทีท่าว่าสนับสนุนคนอื่นอยู่ การจะได้เลื่อนขึ้นในตำแหน่งที่ว่างอยู่นี้ ตัดสินที่ใครได้รับเลือกให้ไปดูงานต่างประเทศ คนนั้นจะได้ตำแหน่ง คุณวิรัตน์ได้ฟังดังนั้นก็นึกถึงพระผงสุริยัน – จันทรา ทั้ง ๆ ที่ตัวเองไม่รู้จักมากนัก เพียงแต่ได้ยินข่าวคราวว่าดี สามารถช่วยเหลือทางด้านส่งเสริมดวงชะตา หน้าที่การงาน การค้าขายได้ จึงได้ติดต่อขอเช่าจากร้านเชษฐโฟโตไป 1 องค์เป็นพิมพ์ใหญ่และมอบให้ลูกค้าไปแขวนได้ไม่กี่วัน เธอได้รับเลือกให้ไปดูงานต่างประเทศ สร้างความประหลาดใจให้กับเธอเป็นอย่างมาก เพราะเจ้านายสนับสนุนเจ้าหน้าที่อีกคนหนึ่งมาตลอด นึกไม่ถึงว่าพระผงสุริยัน-จันทรา จะศักดิ์สิทธิ์ถึงเพียงนี้ เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้เธอเชื่อมั่นศรัทธาต่อวัตถุมงคลของหลักเมืองนครศรีธรรมราชมาก ถึงกับลงทุนเช่าเหรียญสี่เหลี่ยมหลักเมืองจำนวน 100 เหรียญ ไปแจกญาติพี่น้องเพื่อนฝูง แม้แต่คุณวิรัตน์เองยังพกเหรียญนี้ติดตัวอยู่ตลอดเวลา สำหรับประสบการณ์เรื่องนี้ผู้เขียนขออนุญาตไม่บอกเบอร์โทรศัพท์ของคุณวิรัตน์ นะครับ เพราะคุณวิรัตน์มีงานประจำทำอยู่ อาจจะไม่สะดวกในการพูดคุย ถ้าผู้อ่านท่านใดต้องการยืนยัน ขอความกรุณาขึ้นไปสอบถามบนมณเฑียรก็แล้วกัน คุณวิรัตน์จะไปประจำอยู่ที่นั่นช่วงเวลาเย็น ท่านผู้อ่านที่เคารพ ประสบการณ์ต่าง ๆ ที่ผู้เขียนเล่ามาทั้งหมด เป็นเรื่องที่สามารถสอบถามและยืนยันได้ หลายท่านอาจจะวิจารณ์ว่าเป็นเรื่องบังเอิญหรือเปล่า ผู้เขียนจะไม่โต้แย้งและไม่ยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญ จะคิดแบบนั้นก็ได้ แต่ผู้เขียนมีเหตุผลที่จะใช้วินิจฉัยครับ ผู้เขียนคิดง่าย ๆ ว่า ถ้าคนที่ไม่รู้สึกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองเป็นอภินิหารที่เกิดจากวัตถุมงคลของหลักเมืองนครศรีธรรมราชแล้ว เขาคงไม่มาเล่าให้ผู้เขียนและคนอื่น ๆ ฟังพร้อมกับสรุปว่าตัวเขาเองมีความเชื่อมั่นว่าใช่ ซึ่งก็เหมือนกับที่ตัวผู้เขียนเชื่อมั่น เพระมีประสบการณ์ และสัมผัสได้ด้วยความรู้สึก ทำให้เกิดความมั่นใจ เมื่อแนะนำญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงคนรู้จัก นำไปใช้บูชา ทุกคนจะประจักษ์ถึงความศักดิ์สิทธิ์และมาบอกเล่าให้ผู้เขียนฟังทุกคน ซึ่งจะมีความแตกต่างกันออกไป เป็นเรื่องเล็กบ้างใหญ่บ้าง ซึ่งยังมีเรื่องที่ยังไม่ได้เล่าอีกหลายเรื่อง คงต้องเอาไว้ในโอกาสหน้าบ้าง โดยขอสลับมาคุยถึงเรื่องอื่น ๆ ตามที่เรียนต่อท่านผู้อ่านไว้ตั้งแต่ตอนต้นว่าจะผสมผสานกันไป สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนอยากจะให้ผู้อ่านทราบก็คือหลักการอันเป็นที่มาของวัตถุมงคลว่า เหตุใดวัตถุมงคลของหลักเมืองนครศรีธรรมราชจึงศักดิ์สิทธิ์ และมีอานุภาพยิ่งนัก ผู้เขียนอยากจะพูดถึงคำตอบ 2 ประการด้วยกันคือ

1.   เป็นวัตถุมงคลเกิดจากแนวทางไสยศาสตร์ของแท้ ไม่ได้มาในแนวทางของศาสนา เพราะศาสนากับไสยศาสตร์เป็นคนละแนวความคิด แต่เนื่องจากทั้งสองเรื่องเป็นสิ่งที่มีพื้นฐานมาจากการอาศัยอำนาจพลังจิต จึงทำให้ถูกจับมาผสม ปนเปกันไปจนเกิดความสับสน ทั้ง ๆ ที่ในศาสนาพุทธลัทธิหินยาน ประณามว่า ไสยศาสตร์เป็นเดียรัจฉานวิชา แต่พระก็สร้างและปลุกเสกพระ ศึกษาร่ำเรียนการทำเครื่องรางของขลังให้ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งสิ่งนี้เป็นความขัดแย้งในตัวเองที่ในยุคสมัยปัจจุบันพากันมองข้ามไป และกลายเป็นความเชื่อว่า วัตถุมงคลศักดิ์สิทธ์ต้องสร้างโดยพระ ปลุกเสกโดยพระ ซึ่งผู้เขียนก็เคยมีความเชื่อเช่นนั้นมาก่อน แต่เดี๋ยวนี้ความคิดความเชื่อดังกล่าวได้เปลี่ยนไปค่อนข้างมาก เมื่อได้มาศึกษาวัตถุมงคลของหลักเมืองนครศรีธรรมราช ถ้าพิจารณาเปรียบเทียบระหว่างศาสนาและไสยศาสตร์ เราจะพบว่าเรื่องของไสยศาสตร์นั้นเกิดมีมาก่อนศาสนา อาถรรพ์ ความขลังจึงไม่จำเป็นต้องทำโดยพระ ผู้เขียนอยากจะยกตัวอย่าง อิทธิฤทธิ์ของไสยศาสตร์โบราณที่สามารถแสดงอานุภาพได้ ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านมานับพันปี เช่นสุสานตุตันคาเมนในอียิปต์ ซึ่งมีอายุมากว่า 3 พันกว่าปี เมื่อเปิดออกจะพบคำสาปและต่อมาไม่นานผู้ที่เกี่ยวข้องกับการขุดก็มีอันเป็นไปต่าง ๆ นา ๆ นอกจากนี้ถ้าเราพิจารณาเข้าไปถึงกฎเกณฑ์ของลัทธิหินยาน เขาได้ห้ามไว้อย่างชัดเจน ไม่ให้พระอวดอ้างความวิเศษ จะเป็นการอวดอุตริมนุษยธรรม มีโทษถึงขั้นปาราชิก ในความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนเชื่อว่าในสมัยโบราณ พระเครื่องและพระบูชาต่าง ๆ ไม่ได้ถูกสร้างโดยพระสงฆ์ แต่น่าจะสร้างขึ้นโดยกษัตริย์หรือเจ้าเมืองโดยเชิญฤาษีหรือพราหมณ์มาสร้างและอัญเชิญเทวดามาปลุกเสกให้ เมื่อเสร็จแล้วจึงทำการสมโภช นิมนต์พระสงฆ์มาสวดไชยมงคลคาถา ดังที่ได้มีการค้นพบจารึกแผ่นลานทองบอกเล่าการสร้างไว้ เช่นพระตระกูลผงสุพรรณ ของกรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ พระชุดซุ้มกอ พระของอาณาจักรหริภุญชัย เป็นต้น พระที่ผู้เขียนยกตัวอย่างมา จะถูกระบุไว้อย่างชัดเจนว่าสร้างโดยฤาษี ตามความประสงค์ของกษัตริย์ที่มีอำนาจปกครองอยู่ในสมัยนั้น ๆ ซึ่งตัวฤาษีเองไม่ได้ถือศีลแบบพระจึงไม่ใช่พระ แต่ก็ทำวัตถุมงคลศักดิสิทธิ์ได้ การที่ในสมัยโบราณ พระสงฆ์ไม่ได้เป็นผู้สร้างพระหรืออาจจะมีบ้างที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการสร้างพระตามวัดวาอารามต่าง ๆ ก็เป็นไปตามคติความเชื่อในเรื่องการสืบทอดพระพุทธศาสนา แต่ไม่ได้มีการปลุกเสกพระ ที่เป็นเช่นนี้ผู้เขียนเชื่อว่า เพราะทุกฝ่ายทราบเป็นอย่างดีว่าพระสงฆ์ทำสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ได้ ส่วนที่มีการทำกันอยู่ในสมัยนี้ ผู้เขียนเข้าใจว่าน่าจะเริ่มต้นมาจากสมัยอยุธยา อันนี้เป็นการวิเคราะห์ของผู้เขียนเอง คิดว่าเป็นความเห็นของคน ๆ หนึ่ง อ่านเล่น ๆ เพื่อความเพลิดเพลิน หรือใครจะติดตามก็ไมผิดกติกาแต่อย่างใด

ในสมัยอยุธยาเป็นยุคแห่งการทำสงคราม ประชาชนพลเมืองและเหล่าทหารหาญต่างต้องการกำลังใจ ในยามที่บ้านเมืองไม่สงบสุข ระส่ำระสาย โดยเฉพาะทหารที่จะต้องออกไปรบ และคนที่จะให้กำลังใจได้ดีที่สุดในยุคนั้นก็น่าจะเป็นพระ เพราะพระสงฆ์มีพื้นฐานในเรื่องของสมาธิ บางองค์อาจจะมีอำนาจจิตสูง สามารถแสดงอิทธิฤทธิ์ได้จึงทำให้ถูกดึงเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องของบ้านเมือง ทำไปทำมาเลยกลายเป็นประเพณี เช่นการจะออกศึกสงคราม จะต้องมีการทำพิธีลงเครื่องพิชัยสงคราม ในสมัยนั้นก็ไปทำในวัด ได้แก่วัดตูมอยุธยา ผู้เขียนไม่ทราบชื่อเต็ม ๆ ของวัด เมื่อผู้คนไปดึงให้พระเข้ามาเกี่ยวข้อง พระสงฆ์จึงต้องเปลี่ยนบทบาทตนเองเสียใหม่ เข้าไปศึกษาหาความรู้เรื่องวิชาอาคมเวทย์มนต์คาถา มีการรวบรวมและแต่งตำราเกี่ยวกับการสร้างวัตถุมงคลและเครื่องรางของขลังทุกชนิด บันทึกไว้ที่วัดประดู่โรงธรรมจำนวนมาก และ ณ จุดนี้เองที่เป็นต้นตำรับในการเผยแพร่วิชาไสยศาสตร์ไปทั่วประเทศ ทั้ง ๆ ที่วิชาการเหล่านี้ไม่มีในคำสอนของศาสนา แต่เป็นเพราะเราอะลุ้มอล่วยกันมาตั้งแต่สมัยก่อนตามที่ได้เรียนต่อท่านผู้อ่าน จึงทำให้เรื่องนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของพระสงฆ์ไป อย่างไรก็ตามที่กล่าวมาเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนที่ขอถือโอกาสแสดงให้ผู้อ่านทราบ เพราะถือว่าเราอยู่ในยุคของประชาธิปไตย ส่วนใครจะคิดเห็นอย่างไร จะเชื่อถืออย่างไร เป็นสิทธิส่วนบุคคล ผู้เขียนมิได้เจตนาไปคัดค้านใคร แต่ที่เรียนต่อผู้อ่านทราบเพื่อจะชี้ให้เห็นความแตกต่างตามที่ผู้เขียนบอกกล่าวไว้ตั้งแต่ตอนต้นว่า วัตถุมงคลของหลักเมืองนครศรีธรรมราชเป็นแนวทางของวิชาการทางไสยศาสตร์ของแท้ที่ไม่เหมือนใคร ในเรื่องของไสยศาสตร์มีแนวทางที่แตกต่างและแตกแขนงออกไปมากมาย เคล็ดลับ วิธีการ ปัจจัยที่มาเกี่ยวข้องย่อมไม่เหมือนกัน ทำให้อานุภาพ และอิทธิฤทธิ์มากน้อยไม่เท่ากันด้วย สำหรับของหลักเมืองนครศรีธรรมราชเป็นการสร้างขึ้นตามหลักการของวิชาจตุคามศาสตร์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับวิชาโหราศาสตร์ระบบของดวงดาว เรื่องบรรยากาศธาตุและความเข้าใจเกี่ยวกับระบบของธรรมชาติ สำหรับการศึกษาวิทยาการทางธรรมชาติก็คือวิชาโลกศาสตร์ ต่อมาเปลี่ยนแปลงเป็นศิวศาสตร์และกลายเป็นไสยศาสตร์ในปัจจุบัน ไสยศาสตร์จึงเป็นส่วนหนึ่งของจตุคามศาสตร์ การทำให้วัตถุมงคลทั้งหลายศักดิ์สิทธิ์ ก็คือการใช้ความรู้ที่กล่าวมาทั้งหมดผสมกับญาณศาสตร์ ส่วนจะทำอย่างไรนั้น คงจะอธิบายไม่ได้ เพราะผู้เขียนเองก็ไม่ทราบ บางท่านอ่านแล้วบอกว่า " ผมไม่สนใจหรอกว่าจะทำอย่างไร ขอให้บูชาแล้วศักดิ์สิทธิ์ ช่วยเหลือผมได้ก็พอ " ผู้เขียนเองก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน คือถ้าใช้แล้วได้ผลน่าจะเป็นข้อพิสูจน์ความศักดิ์สิทธิ์ได้ดีที่สุด โดยส่วนตัวของผู้เขียนเองไม่อยากอธิบายมากนัก แต่มีผู้อ่านหลายท่านอยากได้รายละเอียดมาก ๆ ผู้เขียนจึงจะขอเสนอข้อมูลเพิ่มเติมต่อจากฉบับที่แล้วอีกสักเล็กน้อย และต่อไปคงจะไม่พูดถึงเรื่องเหล่านี้อีก ผู้เขียนได้กล่าวไว้ว่า ดวงดาวมีอิทธิพลต่อความเป็นไปบนโลก แต่ถ้าดวงดาวทั้งหมดรวมทั้งโลกอยู่เฉย ๆ ก็คงไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งสิ่งมีชีวิตและธรรมชาติ ดังนั้นความเป็นไปในโลกจึงเกิดมาจากการหมุนรอบตัวและหมุนรอบดวงดาวอื่น อันเป็นที่มาของทฤษฎีการหมุนรอบจุดศูนย์ซึ่งทำให้เกิดพลัง ในสมัยเป็นนักเรียน ผู้อ่านหลายท่านคงจำได้ว่า อาจารย์ผู้สอนวิชาวิทยาศาสตร์จะให้พวกเราทดลองใช้ลวดทองแดงพันรอบแท่งเหล็กแล้วต่อกับแบตเตอรี่ แท่งเหล็กนั้นจะกลายเป็นแม่เหล็ก ด้วยหลักการนี้ทำให้ ไมเคิล ฟาราเดย์ สามารถสร้างเครื่องกำเนิดไฟฟ้าได้ โดยวิธีการกลับกันซึ่งก่อให้เกิดสิ่งอื่น ๆ ตามมาอีกมากมาย ทำให้โลกเจริญรุ่งเรืองอย่างที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันนี้ พลังทั้งหลายจากการหมุนของดวงดาวนี้เราไม่สามารถมองเห็น ไม่มีเครื่องมือวัดได้ แต่มีผู้สามารถนำสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มาใช้ประโยชน์ได้ นี่คือคำตอบอันหนึ่งว่า ทำไมวัตถุมงคลของหลักเมืองนครศรีธรรมราชจึงศักดิ์สิทธืไม่เหมือนใคร

2  .เป็นวัตถุมงคลที่ถือกำเนิดขึ้น ณ ดินแดนที่เคยเป็นจุดศูนย์กลางของอาณาจักรศรีวิชัย ดินแดนที่เคยยิ่งใหญ่มีอาณาเขตกว้างขวางมากมายเป็นเขตการค้าที่สำคัญของโลก อุดมไปด้วยผลประโยชน์ กษัตริย์ที่ปกครองตรงนี้จะต้องเก่งกล้าสามารถ และมีกองทัพที่เข้มแข็ง หลายท่านอาจจะถามว่าแล้วเกี่ยวอะไรด้วย ผู้เขียนขอตอบว่าต้องเกี่ยวอย่างแน่นอน ดังจะอธิบายต่อไป เมื่อเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ อุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยผลประโยชน์ ย่อมเป็นที่หมายปองของบ้านเมืองอื่น และก็เป็นเรื่อง ของวัฎจักร หรือกฎเกณฑ์แห่งธรรมชาติ ที่มีขึ้นก็ต้องมีลง ยามใดที่ผู้ปกครองอ่อนแอก็จะถูกแย่งชิง ยามใดที่มีผู้เข้มแข็งก็จะสามารถกอบกู้ขึ้นมาใหม่ได้ แต่เมื่อถึงราว พ.ศ.1800 เศษ ๆ กรุงศรีธรรมาโศก หรือนครศรีธรรมราชก็ต้องประสบเคราะห์กรรมอย่างใหญ่หลวง เมื่อถูกครอบครองโดยกรุงอโยธยา ได้สั่งคนที่มีความรู้ในเรื่องของโหราศาสตร์และไสยศาสตร์เข้ามาดูแล ประกอบพิธีกรรมกำหนดดวงเมืองเสียใหม่ เพื่อให้เป็นเมืองขึ้นตลอดไป ถ้าพูดกันตามประสาชาวบ้านก็เรียกว่า ทำพิธีสาปไม่ให้ได้ผุดได้เกิด บ้านเมืองเดือดร้อนวุ่นวาย ผู้คนแตกแยกไม่สามารถรวบรวมให้กลับคืนมาเข้มแข็งได้ดังเดิม เพื่อจะได้เก็บผลประโยชน์และปกครองได้ตลอดไป นับเป็นการปฏิบัติกับเมืองขึ้นที่ค่อนข้างจะหนักหนาสาหัสมากทีเดียว นับแต่นั้นเป็นต้นมาบ้านเมืองก็เดือดร้อนยุ่งเหยิง วุ่นวาย จนกระทั่งเวลาผ่านไปร่วมพันปี จึงได้เกิดคนดีมีฝีมือมาร่วมมือกับเทวดาผู้สร้างอาณาจักรแห่งนี้ ซึ่งรอเวลาและฤกษ์ยามที่เหมาะสมมานานหลายร้อยปี เทวดาและมนุษย์จึงได้ร่วมมือกันทำพิธีล้างอาถรรพ์คำสาป ผูกดวงชะตาเมืองและสร้างหลักเมืองขึ้นมาใหม่พร้อม ๆ กันก็ให้กำเนิดวัตถุมงคลและเครื่องรางของขลัง เพื่อเป็นสิ่งช่วยเหลือผู้คน พลเมืองในอาณาจักรแห่งนี้ ท่านผู้อ่านที่เคารพครับ วัตถุมงคลชุดหลักเมืองนครศรีธรรมราชถูกสร้างขึ้นมาในโอกาสการทำพิธีล้างอาถรรพ์คำสาป และสนับสนุนการสร้างหลักเมืองรวมทั้งการผูกดวงชะตาเมืองที่ดีขึ้นมาใหม่ ด้วยเคล็ดลับอันนี้จึงไมน่าแปลกใจที่วัตถุมงคลชุดนี้จะมีคุณวิเศษในการช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ เคราะห์ร้ายดวงไม่ดีให้พ่ายเคราะห์ อาถรรพ์ต่าง ๆ ช่วยเหลือเกื้อหนุนดวงชะตาจากร้ายให้กลายเป็นดี สำหรับผู้ที่มีดวงชะตาดีอยู่แล้วก็จะช่วยส่งเสริมให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป นอกจากนี้เมื่อหลักเมืองใหม่ได้ถูกประดิษฐานแล้วประชาชนพลเมืองจะต้องกลับคืนสู่ความมั่งคั่ง อุดมสมบูรณ์ เหมือนความรุ่งเรืองในอดีต วัตถุมงคลชุดนี้จึงมีอานุภาพในการช่วยให้ค้าขายดีอีกประการหนึ่ง ทั้งสองข้อที่ผู้เขียนกล่าวมาข้างต้น เพื่อเป็นเหตุผลสนับสนุนคำตอบคำถามที่ว่า ทำไมวัตถุมงคลของหลักเมืองนครศรีธรรมราชจึงศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก ทั้งนี้ที่เรียนต่อท่านผู้อ่านมาเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นและเป็นความคิดของผู้เขียนที่วิเคราะห์ให้ผู้อ่านฟัง แต่ในรายละเอียดของการสร้างและการดำเนินการต่าง ๆ ตลอดจนความหมายของรูปแบบวัตถุมงคลซึ่งสำคัญยิ่งได้ถูกจัดทำอย่างรอบคอบลึกซึ้ง ซึ่งคงต้องคุยในโอกาสต่อไป






 

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

Top