บทความจตุคามรามเทพ / สุดยอดอภินิหาร ฯ แห่งอาณาจักรทะเลใต้

สุดยอดอภินิหารของวัตถุมงคลแห่งอาณาจักรทะเลใต้ ตอนที่ 5

สุดยอดอภินิหารของวัตถุมงคลแห่งอาณาจักรทะเลใต้
 
ตอนที่ 5

 
ประสบการณ์ในวัตถุแห่งอาณาจักรทะเลใต้ เรื่องแรก คือเรืองของคุณจิตรา วิริยะภรณ์ชัย ได้ร่วมกับน้องสาวคือคุณกอบสุข วิริยะภรณ์ชัย เปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวอยู่ตรงข้ามกระทรวงพาณิชย์ สำนักงานแห่งใหม่ที่สนามบินน้ำ เปิดขายอยู่หลายเดือน ขายไม่ค่อยดี วันหนึ่งคุณจิตรา ได้โทร. คุยกับผู้เขียนซึ่งเคยทำงานด้วยกัน จึงถามไปว่ากิจการเป็นอย่างไรบ้าง ก็ได้รับคำตอบว่าแย่ ผู้เขียนจึงบอกไปว่า ถ้าว่างแวะไปที่บ้านจะให้ของดีไปไว้ที่ร้าน ได้ฟังดังนั้นคุณจิตราจึงรีบมาหาทันที ผู้เขียนได้ให้ผ้ายันต์สี่น้ำเงินพิมพ์จันทรา ไป 1 ผืน ผ้ายันต์นักษัตร ปีม้า ซึ่งเป็นปีเกิดของคุณจิตรา และน้องสาว เกิดปีเดียวกันแต่คนละรอบ ไปอีก 1 ผืน หลังจากนั้นผู้เขียนได้พูดคุยกับคุณจิตราอีกหลายครั้ง แต่คุณจิตราก็ไม่พูดถึงเรื่องผ้ายันต์ ทำให้ผู้เขียนคิดว่าคงไม่ได้ผล จนเวลาผ่านไปประมาณเกือบ 2 เดือน คุณจิตราจึงได้พูดถึงเรื่องนี้โดยบอกผู้เขียนว่าลืมไปว่าจะเล่าให้ฟังตั้งหลายวันแล้ว ตั้งแต่นำผ้ายันต์ไปติดไว้ที่ร้านก็เริ่มขายดีขึ้นเรื่อย ๆ จนปัจจุบันขายดีมาก แต่ก่อนนี้ลูกชิ้น 1 ถุงต้องขาย 2 วันจึงหมด เดี๋ยวนี้ต้องใช้ 2 ถุงต่อวัน จนผู้คนแถวนั้นแปลกใจว่า อยู่ ๆ ทำไมร้านนี้ขายดี และมีคนมาแวะเวียนดูผ้ายันต์อยู่เรื่อย ๆ บางคนมาอ้อนวอนขอแบ่งผ้ายันต์ จนเดี๋ยวนี้ต้องระมัดระวังกลัวคนมาขโมย ด้วยความเชื่อมั่นศรัทธา คุณจิตราได้มาขอเช่าผ้ายันต์ 12 นักษัตรไปอีก 10 ผืน เพื่อไปให้ญาติพี่น้องที่ทำมาค้าขายกันอยู่ เช่าไปไม่กี่วันก็กลับมาเล่าให้ฟังอีกครั้งตอนปีใหม่ว่า ได้นำผ้ายันต์ไปให้หลานสาวซึ่งเปิดขายขนมบนห้างใหญ่แห่งหนึ่งในเมืองโคราช กิจการทำท่าจะไปไม่รอดเพราะขายไม่ดี แต่หลังจากนำผ้ายันต์ไปบูชาได้ 2 สัปดาห์ ก็มีบริษัทรถทัวร์ชื่อดังในโคราช ติดต่อให้ทำขนมไปให้ชิม 5 อย่างพอชิมแล้วก็เรียกไปเซ็นสัญญา ให้ส่งขนมวันละ 500 ชิ้น สำหรับผู้โดยสารบนรถ เหตุการณ์ทั้งสองนี้เล่าโดยคุณจิตรา

เรื่องต่อไปคงต้องถือเป็นเรื่องที่ 3 นะครับ เป็นเรื่องของคุณศิริวรรณ พัดชา เข้าหุ้นกับเพื่อนเปิดร้านให้นักศึกษาเช่าเครื่องคอมพิวเตอร์ เล่น อินเตอร์เน็ต เนื่องจากคุณศิริวรรณ ทำงานที่เดียวกับผู้เขียน ได้มาบ่นให้ฟังว่าไม่ค่อยมีลูกค้าเข้าร้านทำให้รายได้ไม่พอค่าเช่า ถ้าสถานการณ์ยังคงเป็นเช่นนี้คงอยู่ไม่ได้ ผู้เขียนจึงให้พระพุทธศรีวิชัยอันนำโชคไปหนึ่งองค์ คุณศิริวรรณนำไปเลี่ยมทองและไปวางไว้บนหิ้งพระในร้าน ปรากฏว่ามีลูกค้าเข้าร้านมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ก็มีปัญหาตามมาคือกลัวพระหาย จึงมาบอกผู้เขียนว่าอยากได้ผ้ายันต์ไปเปลี่ยนพระออกมาผู้เขียนจึงให้รอไปก่อนขณะนั้นกิจการก็อยู่ในสภาพดีแล้ว ต่อมาระยะหนึ่ง เพื่อนของผู้เขียนคือคุณประภัสร์ ธีระพันธ์ขึ้นมาจากหาดใหญ่ และนำผ้ายันต์สีเชียวตรงกลางเป็นพระอุ้มบาตร สร้างโดยลูกศิษย์พ่อจตุคามรามเทพ ซึงเกิดวันพุธมาฝากผู้เขียน ๆ จึงหยิบให้คุณศิริวรรณไปหนึ่งผืน เมือได้แล้วก็นำไปใส่กรอบไปติดที่ร้าน ปรากฏว่าหุ้นส่วนจะไม่ยอมให้นำพระพุทธศรีวิชัยอันนำโชคกลับแต่คุณศิริวรรณก็ไม่ยอมเหมือนกันจนนำกลับมาได้ เพราะคุณศิริวรรณ เชื่อตามที่ผู้เขียนบอกว่าถ้าเป็นของท่านพ่อจตุคามรามเทพแล้วใช้ได้ทุกอย่าง โดยเฉพาะเรื่องค้าขาย หลังจากนั้นประมาณ 1 เดือนคุณศิริวรรณก็มาบอกกับผู้เขียนว่า พี่ ตอนนี้ร้านหนูคนต้องมาเข้าคิดรอ หนูกับเพื่อนจึงต้องตัดสินใจเพิ่มเครื่องคอมพิวเตอร์อีก 2 เครื่อง เรื่องนี้สอบถามรายละเอียดได้ที่คุณศิริวรรณ โทร.01 6194714
 
เรื่องที่ 4 เป็นเรื่องของคุณนพวรรณ ไชยเอื้อ เปิดร้านขายอาหารญี่ปุ่นชื่อ " ฮานาโนเล็น " อยู่ที่ถนนสุริวงศ์ ไม่ค่อยมีลูกค้าเข้าร้าน พอทราบข่าวว่าคุณศิริวรรณได้ผ้ายันต์ไปแล้วกิจการดีมากจึงมาหาผู้เขียน บอกอยากได้ผ้ายันต์ไปติดที่ร้านบ้าง ขณะนั้นผู้เขียนไม่มีจึงแนะนำให้ไปเช่าจากเพื่อนเป็นผ้ายันต์ 12 นักษัตรทั้งชุด พอไปติดได้เพียง 1 สัปดาห์ คุณนพวรรณก็กลับมาเล่าให้ผู้เขียนฟังว่า ตั้งแต่ติดผ้ายันต์ไว้ที่ร้านแล้วยอดขายเพิ่มขึ้น 2 – 3 เท่า จนถึงปัจจุบันเวลาผ่านไปประมาณ 3 เดือน คนก็ยังแน่นตลอด เจอหน้ากันทีไรคุณนพวรรณก็จะขอบคุณผู้เขียนทุกครั้ง เรื่องประสบการณ์ผู้เขียนคิดว่าคงจะพอแค่นี้ก่อนนะครับ ย้อนกลับมาถึงเรื่องที่ผู้เขียนได้พูดถึงเรื่องของการแก้อาถรรพ์คำสาป และทฤษฎีการหมุนรอบจุดศูนย์กลางที่ทำให้เกิดพลัง และสิ่งมีชีวิต ประกอบกับเรื่องของการสร้างวัตถุมงคลและการทำให้ศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมา โดยเน้นแนวทางของไสยศาสตร์อันมิใช่หลักการของศาสนาพุทธ ซึ่งผู้เขียนอยากจะให้ท่านผู้อ่านได้อ่านจดหมายที่ท่าน พล.ต.ท.สรรเพชญ ธรรมาธิกุล มีมาถึงผู้เขียน เพราะเนื้อความในนั้นได้บอกรายละเอียดและความหมายในเรื่องต่าง ๆ ที่ผู้เขียนได้เรียนต่อท่านผู้อ่านไปบ้างแล้ว เพื่อความกระจ่างและความเข้าใจมากยิ่งขึ้น
 
 
ซ. อมรพันธ์ 9 เสนานิคม 1 แขวงลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร 10230
 
9 มิถุนายน 2543
 
 
 
 
เรียน คุณสุวัฒน์ ที่นับถือ สิ่งที่ผมเป็นห่วงก็คือเมื่อเขียนหนังสือออกไป ก็จะต้องมีผู้สงสัยสอบถามกัน เพราะว่าแค่เรื่องพระราหูอมจันทร์ อมพระอาทิตย์ กลับกลายเป็นว่าเป็นทฤษฎีการก่อกำเนิดสรรพสิ่งทั้งหลายขึ้นมาในโลก ไม่ใช่ปรากฏการณ์จันทรคราสหรือสุริยคราส ดังที่เข้าใจกันมา พระราหูคือเงามืดของโลก หรืออีกนัยหนึ่งว่าเป็นโลก สับสนอลเวงแก่วงการไม่น้อยแล้ว ยังบอกว่าการทำพิธีปลุกเสกของสงฆ์เป็นการอวดอุตริมนุษยธรรมขัดต่อพุทธบัญญัติของพระพุทธเจ้า มีโทษหนักถึงขั้นปาราชิก จึงทำไม่ได้ ดังนั้นพิธีกรรมที่วัดวาอารามทั้งหลายทำกันอยู่มิเป็นการหลอกลวงประชาชน หรือผิดธรรมวินัย วัตถุมงคลเหล่านั้นมิกลายเป็นสิ่งลวงโลกไปหรือ แล้วทำไมมหาเถรสมาคมจึงไม่ห้ามปราม ลงโทษพระสงฆ์ที่ฝ่าฝืน ปล่อยให้ทำกันอยู่ได้อย่างไร ผมคงไม่อธิบายหาคำตอบในเรื่องนี้ เพราะว่าเป็นความเชื่อจนเคยชิน จะทำอย่างไรก็ทำกันไป ในที่สุดความจริงจะปรากฏขึ้นมาเอง แต่ในส่วนที่ผมเคยบอกเล่าให้คุณสุวัฒน์ทราบถึงความเป็นมานั้นมีหลักใหญ่ใจความอยู่ที่วิชาโหราศาสตร์หรือที่สมัยก่อนเรียกว่า วิชาศิวศาสตร์ แปลว่า โลกศาสตร์ นั่นเอง แต่ภายหลังเพี้ยนไปเป็นวิชาไสยศาสตร์ ถูกดูหมิ่นดูแคลนว่าเป็นเรื่องที่งมงายไร้เหตุผล ขัดต่อหลักวิทยาศาสตร์ ซึ่งผมบอกว่าวิชานี้ไม่ใช่เป็นเรื่องของความเชื่อ แต่เป็นวิทยาการทางธรรมชาติที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเร้นลับ ถูกศึกษารวบรวมมาจนกลายเป็นศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ เป็นรากฐานให้คนเราสร้างอารยธรรมรุ่งเรืองจนถึงปัจจุบัน ไม่ใช่นั่งหลับหูหลับตาท่องคาถาไปโดยไม่รู้ว่าคาถานั้นแปลว่าอย่างไร ผมจึงหยิบยกเรื่องราวในคัมภีร์จันทรสุริยทีป นี้ขึ้นมา เพื่อบอกเล่าให้ทราบว่าแม้ในสมัยที่พระพุทธเจ้ายังมีชีวิตอยู่ เมื่อพวกโจรฆ่าฟันทำอันตรายต่อสาวก ก็ช่วยอะไรไม่ได้ กลับมีพุทธฎีกาให้เรียนนักขัตฤกษ์เพื่อป้องกันภัยจากโจร ดังนั้นถ้าพระองค์เสด็จดับขันธ์ปรินิพพานเสียแล้ว ทั้งยังอยู่ห่างไกลถึงประเทศอินเดียมิ ไปกันใหญ่หรอกหรือ หลักการเหล่านี้ผมเชื่อว่าอาจเป็นเครื่องกำกับความคิดมิให้หลงออกนอกทาง ไม่ว่าใครจะสร้างกระแสกดดันอย่างไร ยังคงยึดมั่นอยู่ในกฎเกณฑ์ทฤษฏีการหมุนเวียนไปรอบจุดศูนย์กลางของจักรวาลเสมอ ทฤษฏีการหมุนเวียนไปรอบจุดศูนย์กลาง อันเป็นหลักการสร้างพลังอำนาจลึกลับของธรรมชาติอันเกิดจากแรงเหวี่ยง คานงัด คานดีด ว่าด้วยแรงผกผัน ซึ่งนักวิทยาศาสตร์นำมาประดิษฐ์เครื่องยนต์กลไกในปัจจุบันอันแสนมหัศจรรย์ แต่ยังไม่เคยมีใครพูดถึงทฤษฎีผกผันของพลังจิตวิญญาณเหมือนอย่างที่ผมเคยอธิบายให้ฟัง ข้อมูลใหม่เหล่านี้อาจยุ่งยากสับสนในเบื้องต้น หากทำความเข้าใจไปทีละเล็กละน้อย ก็จะรู้ว่าแท้จริงแล้วมีที่มาจากเรื่องดาราศาสตร์และโหราศาสตร์นั่นเอง วิชาการอันเร้นลับนี้ถูกปกปิดไว้อย่างมิดชิดมาช้านาน จนกระทั่งไม่มีใครรู้ว่าการสร้างสิ่งศักดิ์สิทธิ์และพลังอำนาจอันน่าพิศวงขึ้นได้นั้น ก็โดยวิธีการลอกเลียนแบบมาจากระบบสุริยจักรวาลดังที่อธิบายให้ฟังแล้ว และผสมผสานกับความรู้อย่างแตกฉานจนเกิดความเชื่อมั่นสูงสุดว่า พลังอำนาจของจิตวิญญาณเป็นกระแสธาตุที่มีอำนาจยิ่งกว่าธาตุทั้งหลาย สามารถนำมาใช้ได้อย่างไม่น่าเชื่อ ดังจะเห็นได้จากพวกปุโรหิตหรือราชครูประจำราชสำนักต่าง ๆ ที่มีชื่อเสียงเลื่องลือในประวัติศาสตร์ ผู้อยู่เบื้องหลังผลักดันให้กษัตริย์แผ่ขยายอำนาจจนกลายเป็นจักรพรรดิ ล้วนแต่นำวิชาโหราศาสตร์ไม่ว่าระบบจันทรคติหรือสุริยคติเข้ามาเกี่ยวข้องทั้งสิ้น สันนิษฐานว่าในบั้นปลายชีวิตของปุโรหิตหรือราชครูเหล่านั้นอาจออกบวชหรือออกจำศีลภาวนาอยู่ในป่า หรือตั้งสำนักสั่งสอนศิษย์ให้สืบทอดวิทยาการต่อไป ไม่ปรากฏว่าเคยมีพระสงฆ์ในศาสนาพุทธทำหน้าที่เช่นนี้มาก่อน จึงไม่ทราบว่าหลังจากดินแดนแห่งนี้หันมานับถือศาสนาพุทธนิกายหินยานเมื่อราวต้นพุทธศตวรรษที่ 18 กลายเป็นว่าพระสงฆ์องคเจ้าสามารถปลุกเสกรูปพระพุทธเจ้าให้ศักดิ์สิทธิ์ได้ทั้ง ๆ ที่ดูถูกดูแคลนวิชาโลกศาสตร์ว่าเป็นเดียรัจฉานวิชา ผมพยายามศึกษาค้นคว้าแยกแยะเรื่องราวในอดีตจนถึงปัจจุบันไปตามหลักแห่งเหตุผล และกบฏต่อความคิดทางศาสนา ในที่สุดจึงรู้ความจริงว่าอะไรเป็นอะไร นอกจากผมไม่เชื่อแล้วก็ยังท้าทายดูหมิ่นนักหลอกลวงต้มตุ๋นทั้งหลาย แต่สืบหาความจริงเรื่อยมาจนกระทั่งพบกับองค์จตุคามรามเทพ ทดสอบกันแล้วทดสอบกันอีกจนมั่นใจว่าไม่หลงทางแน่นอนจึงกล้าพูดอธิบายให้ผู้ที่สนใจใฝ่รู้ได้เข้าใจอาจช่วยกันนำไปขยายให้กว้างขวางออกไป เป็นห่วงอยู่แต่ว่าเรื่องราวอันล้ำลึกนี้จะถ่ายทอดอย่างไรให้สิ่งที่ยากเย็นแสนเข็ญกลายเป็นเรื่องง่าย อาจรวบรัดตัดความพอเป็นแนวทางได้ ดังนั้นผมจึงค้นหาหลักเกณฑ์เบื้องต้นจากรูปกายของคนเราซึ่งเป็นจักรวาลขนาดเล็ก ติดต่อสัมพันธ์กับระบบธาตุของโลกได้อย่างไร นี่แหละครับที่ผมบอกคุณสุวัฒน์ว่า มันเป็นช่องสัญญาณเหมือนกับช่องสัญญาณของสถานีโทรทัศน์ หรือช่องสัญญาณคลื่นพลังทั้งหลายต้องมีสถานีส่งสถานีรับจึงติดต่อถึงกันได้ และควบคุมให้เกิดผลตามที่ต้องการ ไม่ใช่นั่งหลับหูหลับตาอย่างที่ทำกัน
21677~1.JPG
เกาะทะลุ สถานที่ปลุกเสกพระโพธิสัตว์พังพระกาฬนาคปรกใบมะขาม

1-2007~3.JPG
2-6521~1.JPG
ท่านพ่อประทับทรงปลุกเสกพระโพธิสัตว์นาคปรกใบมะขาม

 

247B8~1.JPG  28143~1.JPG  217F3~1.JPG      

23C18~1.JPG  29A32~1.JPG  2BEA8~1.JPG    
 
ปรกใบมะขาม เนื้อทองแดง เนื้อนาค และ เนื้อตะกั่ว
 
ดังนั้นผมจึงเขียนอธิบายเรื่องดาวสิบสองนักษัตรแต่พอสังเขป เพื่อให้คุณสุวัฒน์ทราบว่าเหตุใดวัตถุมงคลของหลักเมืองนครศรีธรรมราชจึงต้องมีรูปดาวสิบสองนักษัตร พระราหู และอะไรต่ออะไรที่คนอื่นไม่เข้าใจเต็มไปหมด จำเป็นต้องทำอย่างนี้ ไม่เช่นนั้นเราจะประจุวิญญาณธาตุเข้าไปในรูปวัตถุนั้นให้เกิดพลังได้อย่างไร ดวงจิตอันทรงพลังของเรานี่แหละที่จะช่วยกันบรรจุอย่างมีประสิทธิภาพดังที่ได้เห็นกันเมื่อทำพิธีบนเกาะทะลุ เราจะได้เห็นกั้นต่อไปว่าทำกันอย่างนั้นจะศักดิ์สิทธิ หรือไม่ หลังจากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชทำพิธีเปิดศาลหลักเมืองไปแล้ว พระโพธิสัตว์พังพระกาฬ ก็จะเริ่มแสดงให้เห็นว่ามีอภินิหารหรือไม่ ดินฟ้าอากาศคลื่นลมในทะเลวันนั้นเป็นอย่างไร ทุกอย่างราบรื่นเรียบร้อยไปด้วยดี หากเปรียบเทียบกันในวันรุ่งขึ้น นายกชวนเดินทางไปทำพิธีที่จังหวัดจันทบุรี เป็นอย่างไรบ้างขอให้ดูรูปการ์ตูนไทยรัฐฉบับวันที่ 4 มิถุนายน มันน่า อับอายขายหน้าเพราะว่าเสื่อมสิ้นบุญบารมีแล้ว ฟ้าฝนก็ยังซ้ำเติม ผมจึงขอให้คุณสุวัฒน์พยายามติดตาม และตั้งข้อสังเกตุจะพบเห็นความจริงมากขึ้น ผมจึงส่งภาพจำลองตามหลักวิชาโหราศาสตร์มาเพื่อเป็นแนวทางในการเรียนรู้อย่างมีหลักเกณฑ์ เพราะถ้าไม่มีรูปอาจงุนงงสงสัย แต่ถ้าพอจับทางได้แล้วก็พอรู้ว่า อากาศธาตุนี่แหละคือสื่อสัมพันธ์อันยิ่งใหญ่ที่เชื่อมโยงสิ่งทั้งหลายให้ติดต่อถึงกัน
 
 
ขอแสดงความนับถือ พล.ต.ท.สรรเพชญ ธรรมาธิกุล
 
 
ผู้เขียนหวังว่าเมือทุกท่านได้อ่านคำอธิบายของท่าน พล.ต.ท.สรรเพชญ ธรรมาธิกุล แล้วก็คงจะเห็นภาพตะคุ่ม ๆ ขึ้นมาบ้าง หรือถ้าเห็นภาพตะคุ่ม ๆ อยู่แล้วภาพนั้นก็คงชัดเจนแจ่มใสขึ้น เพราะสิ่งที่ท่านอธิบายมีหลักเกณฑ์ เป็นเหตุเป็นผลซึ่งกันและกัน มีความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กันโดยตลอด สิ่งที่ท่านเน้นคือ ทฤษฎีการหมุนรอบจุดศูนย์กลางของจักรวาล ตามที่ผมได้เรียนต่อท่านผู้อ่านมาแล้วนอกจากนี้ท่านยัง ค้นหาหลักเกณฑ์ในการอธิบายเรื่องของรูปถ่าย คนที่เปรียบเทียบเป็นระบบจักรวาลขนาดเล็ก มีความสัมพันธ์กับระบบธาตุของโลกอย่างไร ซึ่งผู้เขียนจะได้นำมาลงให้ทุกท่านได้อ่านในโอกาสต่อไป ในทางวิทยาศาสตร์ เรื่องของการหมุนรอบจุดศูนย์กลางนั้นเป็นสิ่งที่เริ่มต้นตั้งแต่จุดที่เล็กที่สุดอย่างอะตอม ซึ่งเออร์เนสต์ รัทเทอร์ฟอร์ด นักวิทยาศาสตร์ชาวนิวซีแลนด์ ค้นพบว่าภายในอะตอมประกอบด้วยนิวเคลียส โดยมีอีเล็กตรอนวิ่งวนรอบนิวเคลียสอีกทีหนึ่ง ลักษณะโครงสร้างของอะตอมเช่นนี้ เออร์เนสต์เปรียบเทียบว่าเหมือนกับระบบสุริยจักรวาล
 
ที่กล่าวมาทั้งหมด ท่านผู้อ่านจะพบว่าจะเน้นไปที่ระบบสุริยจักรวาลเพราะเป็นต้นแบบของการสร้างสิ่งศีกดิ์สิทธิ์ตามหลักการขององค์จตุคามรามเทพ แห่งไคเลนทรวงศ์ มิใช่หลักของพุทธศาสนา
 

 
 
 

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

Top