บทความจตุคามรามเทพ / วัตถุมงคลจตุคามรามเทพสร้างใหม่

รุ่นมหาจักรพรรตราธิราช

การสร้างวัตถุมงคลองค์จตุคามรามเทพ
รุ่นมหาจักรพรรตราธิราช
วัตถุมงคลที่จัดสร้าง มี 2 แบบ คือ
1. พระบูชาองค์จตุคามรามเทพ
2. มีดหมอ
วัตถุประสงค์
1. นำเงินรายได้ หลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้ว ส่วนหนึ่งถวายให้กับวัดอัมพวัน อำเภอนาบอน จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อนำเงินไปสร้างวิหาร สำหรับประดิษฐานรูปหล่อบูชาขนาดใหญ่ขององค์ท่านพ่อจตุคามรามเทพ เงินที่เหลือจากการสร้างวิหาร นำไปซ่อมแซมหลังคาพระอุโบสถ
2. เงินรายได้อีกส่วนหนึ่ง ถวายให้กับวัดนพรัตนาราม เพื่อใช้ในการสร้างเสนาสนะ และถาวรวัตถุภายในวัด ที่ยังขาดแคลนอยู่อีกจำนวนมาก
หลักการและเหตุผล
สืบเนื่องมาจาก การไปเยี่ยมเยียน อาจารย์เปี๊ยก นายช่างผู้ออกแบบ และรับจัดสร้างวัตถุมงคลของนครศรีธรรมราช จำนวนหลายรุ่นในช่วงที่มีการสร้างหลักเมือง ได้รับจ้างสร้างองค์บูชาขนาดใหญ่ขององค์จตุคามรามเทพ ในช่วง 2 - 3 ปี ที่ผ่านมา โดยผู้ว่าจ้างไม่ยอมรับงานและไม่จ่ายเงิน อาจารย์เปี๊ยกได้ขอให้ผมช่วยซื้อ แต่ผมเห็นว่า ขนาดใหญ่มาก ไม่เหมาะที่จะตั้งบูชาในบ้าน จึงปฎิเสธ แต่คุณพิษณุ กัณฑสุวรรณ ( จุ๋ม ท่าโพธิ์ ) รับอาสาว่า จะนำไปตั้งไว้ ที่วัดแถวบ้าน เพื่อให้ประชาชนได้กราบไหว้บูชา ผมจึงตกลง
แต่ปรากฎว่า เมื่อคุณพิษณุ ฯ อัญเชิญองค์ท่านพ่อไปแล้ว ทางวัดไม่มีที่ตั้ง จึงให้นำไปตั้งฝากไว้ในวิหาร ที่ประดิษฐานรูปหล่อบูชาของพ่อท่านคล้ายแห่งวัดสวนขัน ซึ่งทางวัดได้จัดสร้างไว้โดย ทางวัดบอกกล่าวให้พื้นที่ เพื่อสร้างวิหารสำหรับประดิษฐานองค์ท่านพ่อจตุคามรามเทพ ได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะต้องหาเงินมาจัดสร้างจำนวนไม่น้อย ประกอบกับทางวัดกำลังจัดหาเงินซ่อมหลังคาโบสถ์ที่พ่อท่านคล้ายมาสร้างไว้ให้ตั้งแต่ พ.ศ.2505 เพื่อน ๆ สมาชิกของเว็บราชันดำ จึงเสนอให้จัดสร้างพระบูชาองค์ท่านพ่อจตุคามรามเทพ ขึ้น เพื่อหาเงินมาดำเนินการในเรื่องดังกล่าว ผมจึงตกลงใจจัดสร้างวัตถุมงคลรุ่นนี้ โดยสมาชิกผู้มีรายนามดังต่อไปนี้ รับปากให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ คือ

1. คุณรังสิต บุญประครอง
2. คุณฑัมพร แต้ศิริเวชช์
3. คุณประกิจ กิจติเวชกุล
4. คุณไกวัล ปฏิภาณประเสริฐ

จึงได้จัดตั้งเป็นคณะกรรมการจัดสร้างขึ้น รวมผมด้วย จำนวน 5 คนต่อมาคุณประกิจ ฯ ได้เสนอให้สร้างมีดหมอขึ้นมาอีกแบบหนึ่ง เพราะเห็นว่าเป็นวัตถุมงคลที่มีคนนิยม แต่ผมเห็นว่า การทำมีดหมอมีเคล็ดลับและพิธีกรรมเฉพาะ ซึ่งต้องหาผู้ที่สำเร็จวิชามีดหมอมาช่วยในการทำเป็นเบื้องต้น ให้เรียบร้อยก่อนที่จะบวงสรวงขอบารมีต่อองค์ท่านพ่อ ซึ่งบุคคลดังกล่าวมีอยู่น้อย ในยุคปัจจุบัน ผมจึงลังเลอยู่ ยังไม่ตัดสินใจ  จนกระทั่ง คุณพิษณุ ได้บอกกล่าวกับผมว่า มีพระอาจารย์ท่านหนึ่งสามารถทำได้ ผมจึงขอให้คุณพิษณุ ปรึกษาท่าน ปรากฎว่าท่านตกลงใจจะทำให้ ผมจึงเริ่มดำเนินการดังกล่าวข้างต้น คือ ความเป็นมาส่วนหนึ่ง ลำดับต่อไป คือรายละเอียดบางประการของวัตถุมงคล กรุณาติดตามครับ
IMG_0854-(1).JPG
วิหารพ่อท่านคล้าย ที่นำองค์ท่านพ่อไปฝากวางไว้
 
 
IMG_0877.JPG
บริเวณพื้นที่ก่อสร้างวิหารประดิษฐานองค์ท่านพ่อ
 
IMG_0868.JPG
พระอุโบสถ ซึ่งปัจจุบันหลังคาอยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรม ไม่สามารถกันฝนได้


 

พระบูชาองค์จตุคามรามเทพ

จำนวนการสร้าง

1. เนื้อเงินเฉพาะองค์ จำนวน 24 องค์
2. พระนำฤกษ์ จำนวน 12 องค์
3. เนื้อทองเหลืองผสมชนวน จำนวน 199 องค์
ความตั้งใจเดิมเกี่ยวกับเนื้อองค์พระ คือ พระที่เทนำฤกษ์ จะปิดทองทั้งบัลลังก์และองค์ท่านพ่อ และส่วนที่เป็นทองเหลือง จะรมสีเม็ดมะขาม ทั้งองค์ท่านพ่อ และ บัลลังก์ แต่เมื่อได้เทพระชุดนำฤกษ์แล้ว แนวคิดจึงได้เปลี่ยนไป เนื่องจากเนื้อพระที่ออกมามีความสวยงาม เพราะมีการใส่ชนวนลงไปจำนวนมาก ประกอบกับองค์พระมีความคมชัด คณะกรรมการจัดสร้างจึงมีความเห็นตรงกันว่า

1. ในส่วนของพระนำฤกษ์ ไม่ควรจะปิดทอง เนื่องจากทั้งองค์พระ และบัลลังก์ มีลวดลายมาก และละเอียด ถ้าลงรักปิดทอง จะทำให้ลวดลายตื้นไม่คมชัด ทำให้ความสวยงามลดลง และอันเนื่องมาจาก เนื้อหาขององค์พระมีความสวยงาม เห็นว่าไม่ควรรมสีอะไรเลย จึงตกลงใช้สีผิวโลหะเดิม

2. ในส่วนที่เป็นพระเนื้อทองเหลือง 199 องค์ จะรมสีเม็ดมะขาม เฉพาะบัลลังก์ ส่วนองค์ท่านพ่อ เนื้อหาจะเป็นแบบเดียวกับองค์นำฤกษ์ ทุกประการ ด้วยเหตุผลเดียวกัน จึงไม่รมสี
สรุป พระชุดนำฤกษ์ และ พระชุดธรรมดา จะมีรูปแบบที่เหมือนกัน จะใช้การตอกโค้ด ตอกเบอร์ เพื่อแยกประเภท

ขนาด

ความสูง                           42 ซ.ม.
ความกว้าง                        15 ซ.ม

ราคา เปิดให้สั่งจองในราคา

1. พระเนื้อเงิน                                      16,000 บาท
2. พระนำฤกษ์                                      10,000 บาท
3. พระเนื้อทองเหลืองผสมชนวน              8,000 บาท


รูปแบบองค์บูชา

เป็นแบบองค์ท่านพ่อนั่งในท่ามหาราชลีลา ประทับบนบัลลังก์ 3 ชั้น และมีแผงหลังเป็นซุ้มเรือนแก้ว 3 ชั้นเช่นเดียวกัน
IMG_1770.JPG


ที่มาของการออกแบบในลักษณะนี้ เป็นแบบที่มีอยู่ในใจของผมมานานแล้ว ที่อยากจะออกแบบพระบูชาองค์ท่านพ่อ ให้ยิ่งใหญ่อลังการ โดยใช้รูปแบบพระบูชาในศิลปะขอมเป็นต้นแบบ แล้วแก้ไขรวมทั้งเพิ่มเติมรายละเอียดบางสิ่งบางอย่างเข้าไป ที่จริงรูปแบบการนั่งบัลลังก์และมีซุ้มแผงหลัง ก็มีในศิลปะศรีวิชัย เช่นกัน โดยส่วนใหญ่ศิลปะศรีวิชัยมักจะมีฉัตรอยู่ด้านบน หรือเป็นฉัตรหลอก ๆ อยู่ในแผงหลัง
แต่ที่ผมเลือกของขอม เพราะขอมทำได้อลังการกว่า มีลวดลายระยิบระยับมากกว่าศิลปะแบบศรีวิชัย ที่ค่อนข้างเรียบ ซึ่งเหมาะกับการว่างพระพุทธรูปมากกว่า ส่วนของขอมจะเป็นรูปแบบของศิลปะในลัทธิ เทวราชา ซื่งเหมาะกับความเป็นบัลลังก์ของพระมหากษัตริย์

แรงบันดาลใจอีกส่วนหนึ่ง มาจากสถานการณ์ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เป็นเวลาที่มีการสร้างพระเครื่องและพระบูชา ขององค์จตุคามรามเทพกันอย่างมากมาย ต่อมาเมื่อกระแสสงบลง ผู้คนที่เข้ามาโดยหวังเพียงแค่ประโยชน์ที่จะได้รับจากการสร้างพระองค์จตุคามรามเทพ ก็พากันทอดทิ้งและปล่อยให้พระเครื่องและรูปเหมือนองค์ท่านพ่อมีอยู่เกลื่อนกลาด ระเกะระกะไปหมด ไม่อยู่ในสภาพที่เหมาะสมกับสถานะที่แท้จริงขององค์ท่านพ่อ จึงเป็นสิ่งผลักดันให้ผมออกแบบ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่แห่งองค์ท่าน ตามความนึกคิดของผมเท่าที่จะทำได้ รวมถึงการตั้งชื่อรุ่นให้เป็นไปในทำนองเดียวกันว่า รุ่นมหาจักรพรรตราธิราช

ในส่วนของรายละเอียดภายในรูปแบบองค์บูชาที่สร้างขึ้นนี้ ผมขออธิบายความหมายตามแนวความคิดของผม เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพิจารณา
ขอเริ่มต้นที่แผงหลังเหนือบัลลังก์ ซึ่งออกแบบเป็นซุ้ม 3 ชั้น

ชั้นที่ 1 เป็นซุ้มที่อยู่ชั้นล่างสุด ทำรูปแบบเป็นซุ้มประตู ซึ่งเปรียบเสมือนประตูของมหาวิหาร หรือพระบรมมหาราชวัง ฐานรองรับด้วยนาคข้างละ 1 คู่ คือนาคผู้ นาคเมีย เพื่อให้ครบเพศตามความสมบูรณ์ และสมดุลแห่งธรรมชาติ

ชั้นที่ 2 เป็นซุ้มชั้นกลาง มีกรอบเป็นลัษณะที่แผงมาจากขนดนาค ซึ่งสื่อความหมายคล้ายกับนาคปรก ที่ทำหน้าที่ปกป้องคุ้มครองมหาวิหารหรือพระบรมมหาราชวัง โดยยอดซุ้มประดับด้วยพระปิดตาพังพระกาฬ ซึ่งแสดงออกถึงสัญลักษณ์ของผู้อยู่เหนือกาลเวลา และการปกป้องคุ้มครองภัยอันตรายต่าง ๆ ที่ฐานซุ้มประดับด้วยนาคกำลังพ่นน้ำ ข้างละ 1 คู่ บอกความหมายถึงความอุดมสมบูรณ์ เพราะน้ำเป็นเครื่องหมายของการทำการเกษตร การเกษตรที่งอกงาม บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ การกินดีอยู่ดี เป็นการสื่อความหมายของบารมีแห่งองค์ท่านพ่อ

ชั้นที่ 3 เป็นซุ้มชั้นบนสุด เป็นลวดลายที่อาจารย์เปี๊ยกออกแบบไว้ ที่ฐานมีนาคข้างละ 1 คู่ ยอดซุ้มเป็นลวดลายจินตนาการของพระราหู ซึ่งสื่อความถึงท้องฟ้า และจักรวาลที่ห่อหุ้มโลกอยู่ แสดงออกถึงความรอบรู้จบฟ้า จบดิน แห่งองค์ท่านพ่อสำหรับนาคที่อยู่ฐานซุ้ม 3 ชั้น รวม 12 ตัว นั้น สื่อความหมายว่า นาค คือปีของท่านพ่อ จำนวน 12 ตัว หมายถึงท่านพ่อควบคุมและเป็นใหญ่อยู่เหนือทั้ง 12 นักษัตร

ส่วนของบัลลังก์ ออกแบบเป็นฐานรวม 3 ชั้น ลดหลั่นลงไป ประดับด้วยลวดลายอย่างละเอียด ที่ฐานชั้นล่างสุด ประดับด้วยรูปสัตว์ ตัวแทนของดาวนักษัตร และตัวแทนของเมืองที่พระมหากษัตริย์ แห่งอาณาจักรศรีวิชัยปกครองอยู่ เป็นการแสดงให้เห็นถึงอำนาจบารมีขององค์ท่านพ่อ ที่อยู่เหนืออาณาจักรเหล่านี้

สรุปภาพรวมของพระบูชาองค์จตุคามรามเทพ รุ่นมหาจักรพรรตราธิราช แสดงออกหรือเปล่งประกาย เพื่อสื่อความหมายถึงองค์ท่านพ่อ ผู้ยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรทะเลใต้ ปกครองดินแดน 12 นักษัตร ด้วยทศพิศราชธรรม สร้างความเจริญรุ่งเรือง อยู่เย็นเป็นสุข และความอุดมสมบูรณ์ให้กับประชาชนในอาณาจักรทั้งหลาย
เพราะฉะนั้น ผู้ที่บูชาพระองค์จตุคามรามเทพรุ่นนี้ ก็จะประสบกับความเจริญรุ่งเรือง อยู่เย็นเป็นสุข กินดีอยู่ดี และมีแต่ความอุดมสมบูรณ์ ดุจดังความหมายที่ได้วิสัชนามานี้
 
ชนวนที่ผสมลงในองค์พระบูชา
1. ชนวนพระปิดตา รุ่นคันฉ่องสองจักรพรรดิ
2. ชนวนพระบูชา 7 เศียร ปี 32
3. ชนวนพระบูชา 9 เศียร ปี 34
4. ชนวนพระปิดตาคันฉ่อง และ พระปิดตาเภตรา เนื้อเมฆสิทธิ์
5. ชนวนพระบูชาเภตรา
6. ชนวนยันต์นะ 108
7. ชนวนพระบูชาทองทิพย์
8. ชนวนพระสังกัจจายน์ หลวงพ่อไพบูลย์ วัดอนาลโย จ.พะเยา
9. พระปิดตาคันฉ่องสองจักรพรรดิ พิมพ์เล็ก 1 องค์

10. พระปิดตาเภตรา พิมพ์เล็กเนื้อทองแดง 1 องค์
11. เหรียญแสตมป์ ปี 32 1 เหรียญ
12. พระปรกใบมะขาม เกาะทะลุ ปี 43 2 องค์
13. เหรียญพระพุทธสิหิงค์ หลัง ป.พิบูลสงคราม 1 เหรียญ
14. พระหลวงปู่ทวด หลังเตารีด รุ่นสร้างโรงพยาบาล 3 องค์
15. เหรียญหลวงปู่ทวด รุ่น 2 1 เหรียญ
16. เหรียญหลวงปู่ทวด รุ่น 3 3 เหรียญ
17. เหรียญหลวงปู่ทวด พิมพ์หัวโต รุ่น 2 1 เหรียญ
18. พระกริ่งภัทริโย หลวงพ่อภัทร รุ่นแรก 1 องค์
19. พระปรกใบมะขาม หลวงพ่อภัทร รุ่นแรก 9 องค์
20. พระปรกใบมะขาม หลวงปู่ทองดำ วัดท่าทอง 2 องค์
21. เหรียญหลวงปู่ทองดำ วัดท่าทอง 1 เหรียญ
22. เหรียญอีแปะ สมัยซ้อง ปลุกเสกโดยหลวงพ่อหม่ำ 9 เหรียญ
23. แผ่นยันต์ เนื้อเงิน หลวงพ่อหม่ำ 1 แผ่น
24. เหรียญ 5 สตางค์ ปลุกเสกโดย หลวงพ่อเนื่อง วัดจุฬามณี
25. เหรียญบาท รัชกาลที่ 5 เนื้อเงิน 1 เหรียญ
26. เหรียญโสฬส รัชกาลที่ 5 เนื้อทองแดง 1 เหรียญ
27. เหรียญสตางค์ ประเทศต่าง ๆ ( ฮ่องกง สิงคโปร์ ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย )
28. เหรียญคณาจารย์ต่าง ๆ ที่คุณนิค มอบให้ จำนวนหลายเหรียญ
IMG_4791-20100908-13.jpg

IMG_4785-20100908-17.jpg

IMG_4804-20100908-30.jpg

IMG_4808-20100908-80.jpg


 
ชนวนที่ผสมลงไป ล้วนแล้วแต่เป็นชนวนที่ศักดิ์สิทธิ์ ลำพังชนวนพระปิดตาคันฉ่องสองจักรพรรดิ แค่ตัดออกมาชิ้นเล็ก ๆ นำมาแขวน ก็สามารถใช้แทนพระเครื่องขององค์ท่านพ่อได้อย่างสบาย เพราะเป็นชนวนที่มีส่วนผสมของ ชนวนศักดิ์สิทธิ์ ของคณาจารย์ทั่วประเทศ พระบูชา และ พระเครื่องอย่างมากมาย ที่สำคัญคือ ในการหลอมชนวน องค์ท่านพ่อจตุคามรามเทพ ประทับทรงโกผ่อง จนกระทั่งการหลอมเสร็จสิ้น

นอกจากการใส่ชนวนพระปิดตาคันฉ่องแล้ว ยังมีชนวนพระบูชายุคเก่า ของรุ่นแรก และรุ่น 2 ที่ได้รับมอบมาจากผู้มีจิตศรัทธา รวมทั้งชนวนสำคัญ ๆ วัตถุมงคลที่มีความศักดิ์สิทธิ์ และเหรียญคณาจารย์ต่าง ๆ อีก จำนวนไม่น้อย ดังรายการและภาพข้างต้นเป็นหลักการ หรือจะเรียกว่า เป็นประเพณีก็ได้ ในการสร้างพระบูชา หรือพระเครื่อง ผู้สร้างมักจะจัดหาชนวน และ มวลสารศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ผสมลงในการสร้างพระ แม้กระทั่งการสร้างวัตถุมงคลขององค์ท่านพ่อในยุคแรก ๆ ก็มีการใส่ชนวน มวลสาร จำนวนมาก เรื่องนี้ เป็นที่ทราบกันดีว่า ท่านขุนพันธรักษ์ราชเดช ร้บเป็นธุระจัดหา รวมทั้งมอบ ชนวนมวลสาร และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ต่าง ๆ ที่ท่านเก็บสะสมมาตลอดชีวิต ให้ใช้ผสมในการสร้างวัตถุมงคลรุ่นต่าง ๆ ซึ่ง ชนวนมวลสารเหล่านั้น ล้วนแล้วแต่สำเร็จด้วยพุทธาคมทั้งสิ้น

เพราะฉนั้น วัตถุมงคลที่สำเร็จขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นขององค์ท่านพ่อ และของเกจิอาจารย์ ต่างก็มาจากรากฐานเดียวกันทั้งสิ้น เว้นแต่ว่า การบรรจุ และ ปลุกเสก ที่แตกต่างกัน ความศักดิ์สิทธิ์ ก็จะแตกต่างกันออกไป ( ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นผู้ปลุกเสก ) เหตุที่ต้องผสมชนวนศักดิ์สิทธิ์ เข้าไปในวัตถุมงคล ที่ผู้จัดสร้างต่าง ๆ เสาะหา และผสมลงไป ก็เพื่อให้วัตถุตั้งต้น เช่นโลหะ หรือผง เป็นของดีมีคุณค่าเสียก่อน จึงจะนำมาทำเป็นองค์พระ เปรียบเสมือนเมื่อเราจะตีมีดขึ้นมาสักเล่มหนึ่ง การใช้เหล็กทั่วไปราคาถูก กับการใช้เหล็กกล้าชั้นดี เมื่อตีออกมาเป็นมีดแล้ว คุณภาพย่อมแตกต่างกัน  เนื่องจาก ผมเกรงว่า การผสมชนวนจะไม่ทั่วถึงในพระทุกองค์ ผมจึงให้ทำการหลอมโลหะที่จะใช้เทเป็นองค์พระเสียก่อน เพราะโดยส่วนใหญ่ เขาจะใส่ชนวนเวลาเทพระนำฤกษ์เท่านั้น หลังจากนั้น ก็จะนำโลหะที่เหลือ ไปผสมกับโลหะของใหม่ ที่ใช้เทครั้งต่อไป และทำเช่นนี้ต่อไปเรื่อย ๆ พระที่เทหลังสุด ชนวนก็จะเจือจางจนแทบจะไม่เหลือ ที่ร้ายไปกว่านั้น โรงงานบางแห่ง เทแค่นำฤกษ์แล้วก็ไม่นำไปผสมต่ออีก ผู้สร้างก็ไม่สามารถควบคุมได้ ดังนั้น การหลอมโลหะเพื่อใช้เท จะทำให้พระที่ออกมา มีส่วนผสมของชนวนเท่ากันทุกองค์


การหลอมชนวน และ โลหะ ดำเนินการในวันที่ 8 สิงหาคม 2553
IMG_4854-20100908-51.jpg

IMG_4862-20100908-2.jpg

IMG_4869-20100908-43.jpg

โลหะที่ผสมชนวนเรียบร้อยแล้ว ทั้งหมดจำนวน 3 ถัง จะใช้เนื้อนี้ทั้งหมดไปหลอมองค์พระ

 
การเทพระนำฤกษ์

ดำเนินการในวันที่ 19 สิงหาคม 2553 เวลา 07.19 น.
ในการเทพระนำฤกษ์ คณะผู้จัดสร้างตกลงใช้วิธีเหวี่ยง ถึงแม้ต้นทุนจะสูงขึ้นอีกองค์ละ 100 บาท เพราะเห็นว่าจะได้พระที่สวยงาม คมชัดมากกว่าวิธีการเท ดังนั้น การหลอมชนวน และ โลหะ จึงสะดวกต่อการเหวี่ยง และเป็นวิธีการที่ควบคุมเรื่องส่วนผสมของโลหะ ได้ง่ายกว่าการเท
 
IMG_1249-20100908-1.jpg

IMG_1259-20100908-1-(1).jpg

IMG_1277-20100908-79.jpg

IMG_1279-20100908-69.jpg

IMG_1327-20100908-58.jpg

IMG_1320-20100908-27.jpg
 
การทำพิธีบวงสรวง ( เทวาภิเษก ) และการปลุกเสก
จะดำเนินการในวันที่ 19 ตุลาคม 2553
ช่วงเช้า : จัดพิธีบวงสรวงที่ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช
ช่วงค่ำ : พิธีปลุกเสกที่วัดอัมพวัน อำเภอนาบอน


กำหนดรับพระ
หลังออกพรรษา
 
มีดหมอ
รุ่น มหาจักรพรรตราธิราช

จำนวนการสร้าง

1. ขนาดใหญ่พิเศษ                                   1 เล่ม ( ไม่ได้จำหน่าย )
2. ขนาดใหญ่                                          12 เล่ม ๆ ละ 7,500 บาท
3. ขนาดเล็ก                                          141 เล่ม ๆ ละ 2,000 บาท
 
                       เมื่อได้รับความเมตตาจากหลวงพ่อหม่ำ ที่จะช่วยดำเนินการเกี่ยวกับพิธีกรรมของมีดหมอแล้ว ผมจึงได้เริ่มดำเนินการโดยติดต่อโกเนี้ยวให้ตีมีด โดยที่โกเนี้ยวมีชนวนเก่าอยู่แล้ว จึงทำให้ง่ายเข้า เมื่อตีเสร็จแล้วปรากฎว่าได้มีดตามจำนวนดังกล่าวข้างต้น อาจจะมีคนสงสัยว่า ทำไมเราต้องประกอบพิธีโดยบุคคลที่สำเร็จวิชาเครื่องรางของขลังนั้น ๆ โดยส่วนตัวผมเห็นว่า เคล็ดลับในการสร้างวัตถุมงคลและเครื่องรางของขลัง เป็นหลักการเดียวกันทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสร้างเครื่องรางของขลัง จะมีพิธีกรรมที่ค่อนข้างจะซับซ้อน นั่นคือ ต้องใช้วัสดุ ที่มีอาถรรพ์ ความศักดิ์สิทธิ์ มีกรรมวิธีและเคล็ดลับตามตำรา ซึ่งอาจจะแตกต่างกันไปในเรื่องปลีกย่อย การสร้างวัตถุมงคลและเครื่องรางของขลัง ของหลักเมืองนครศรีธรรมราช ก็เช่นเดียวกัน องค์ท่านพ่อ ต้องใช้คนที่มีความรู้ ความสามารถในเรื่องนั้น ๆ ไปทำทุกอย่างให้เรียบร้อยเสียก่อน จึงค่อยนำมาให้ท่านปลุกเสก เช่น พระเนื้อผง ก็ต้องมีผงว่านวิเศษต่าง ๆ ซึ่งท่านขุนพันธรักษ์ราชเดช จัดหามา นำมาผสมกันแล้วให้ท่านพ่อปลุกเสกเสียครั้งหนึ่งก่อน จากนั้นจึงได้นำส่วนนี้ไปเป็นหัวเชื้อในการผสมมวลสารก่อนที่จะกดพิมพ์พระหรืออย่างการทำเหรียญพังพระกาฬ เพื่อให้มีส่วนผสมของเนื้อนวโลหะแท้ ๆ องค์ท่านพ่อ ก็ให้ท่านขุน ฯ ซึ่งมีความรู้ความสามารถในเรื่องนี้ ทำการผสมให้เรื่องมีดหมอก็เช่นเดียวกัน เขามีวิธีเฉพาะตามหลักการอยู่แล้ว
                      เรื่องการทำตามเคล็ดลับ และพิธีกรรมเฉพาะของเครื่องรางของขลังต่าง ๆ จึงเป็นสิ่งจำเป็น เปรียบเสมือนเราสร้างรถยนต์ขึ้นมาคันหนึ่ง ทำให้เสร็จเรียบร้อยครบถ้วนตามสเปค จากนั้นนำไปให้ท่านพ่อเติมน้ำมัน ( บรรจุพลัง ) แล้วสตาร์ท ( ปลุกเสกขึ้นมา ) รถนั้น เครื่องก็จะติดแล้ววิ่งได้ แต่ถ้าเราใส่เครื่องหรืออุปกรณ์ไม่ครบ เช่น ไม่มีลูกสูบ ไม่มีหัวเทียน หรือแม้กระทั่งขาดเฟืองที่สำคัญตัวเล็ก ๆ ไปตัวหนึ่ง เมื่อนำไปให้องค์ท่านพ่อเติมน้ำมัน และติดเครื่อง เครื่องก็คงไม่ติด ดูภายนอกก็เป็นรถเหมือนกัน แต่ใช้ไม่ได้
                    รูปแบบตัวมีด
                              ใช้รูปแบบของมีดหมอ ที่นิยมทำกันในท้องถิ่นภาคใต้ เป็นแบบที่เรียกกันว่า มีดเดือยไก่ ไม่ได้เลียนแบบของคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นแบบของสาธารณะที่ใช้กันแพร่หลาย รวมไปถึงประเทศใกล้เคียง เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เพียงแต่ว่าจะดัดแปลงในรายละเอียด ให้แตกต่างออกไปบ้างแล้วแต่ความชอบ แต่หลักใหญ่ยังเหมือนเดิมคือ ส่วนที่ยื่นออกมาคล้ายเดือยไก่
                               ในปี พ.ศ.2543 ผมได้เดินทางไปหาดใหญ่ แล้วแวะไปเที่ยวที่พิพิธภัณฑ์ ทักษิณคดีศึกษา บนเกาะยอ ในส่วนที่แสดงมีดแบบต่างๆ ของพื้นบ้าน มีอยู่เล่มหนึ่ง เป็นมีดแบบเดือยไก่ ขึ้นสนิมเขรอะ เขาเขียนไว้ว่า มีดหมอ มีรูปร่างเหมือนกันกับมีดรุ่นมหาจักรพรรตราธิราชมาก
ในภาคกลาง และภาคอื่น ๆ ไม่ค่อยได้ใช้รูปแบบนี้ ส่วนใหญ่จะทำรูปแบบคล้ายคลึงกับมีดหมอของหลวงพ่อเดิม ซึ่งจริง ๆ แล้วก็มีเค้าอยู่บ้าง เพียงแต่ไม่มีส่วนของเดือยไก่
อันว่ามีดเดือยไก่นี้ มีต้นแบบจริง ๆ ของมีดแบบนี้ เกิดขึ้นในประเทศอินเดีย วัตถุประสงค์คือ ทำขึ้นมาเพื่อใช้งานในเรื่องของการโกนผม โกนหนวด โกนเครา โดยด้านหลังเดือยไก่ ส่วนที่ติดไปทางด้าม จะเว้าและไม่มีคม สำหรับสอดนิ้วโป้ง เดือยไก่ทำหน้าที่กันไม่ให้นิ้วโป้งลื่นมาถูกคม และใช้นิ้วชี้ นิ้งกลางกดอยู่ที่สันด้ามด้านบน โดยมีนิ้วนางควบคุม ( CONTROL ) การเคลื่อนไหว
ในภายหลัง แม้แต่มีดโกนที่ทำออกมาใช้ เมื่อกางออกก็จะมีเดือยที่ควบคุมการจับเหมือนกัน
มีดเดือยไก่ ส่วนใหญ่จะแพร่หลายอยู่ในกลุ่มประเทศมุสลิม โดยเริ่มจากประเทศเนปาล ซึ่งอยู่ใกล้ชิดอินเดีย และ แพร่ออกไปโดยชาวมุสลิม รวมทั้งเข้ามามีอิทธิพลในภาคใต้ของประเทศไทย อันเนื่องมาจากลักษณะของมีด มองแล้วมีความดุ คนไทยภาคใต้ จึงนิยมนำมาเป็นต้นแบบทำมีดหมอ ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์ที่แตกต่างจากวัตถุประสงค์เดิม

                               ลักษณะมีดหมอแบบเดือยไก่นี้ ยังถูกนำไปบรรยายลักษณะมีดหมอ ในพจนานุกรม เช่น พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 หน้า 864 อธิบายคำว่า มีดหมอ ว่า " มีดขนาดกลาง ใบมีดรูปร่างคล้ายมีดเหน็บ แต่โคนมีดมีชายแหลมโค้งออกจากคมเล็กน้อย ใช้สำหรับประกอบในพิธีทางไสยศาสตร์
DSCN1262-20100707-18-1-20100916-9.jpg

 
1. ชนวนพระปิดตาคันฉ่องสองจักรพรรดิ
2. ชนวนเนื้อเมฆสิทธิพระปิดตาคันฉ่องและเภตรา
3. ชนวนพระบูชา 2548

คอมีด


                     ใช้คอมีดที่ออกแบบและเทขึ้นมาเอง โดยทำเป็นรูปราหู และใช้ชนวนพระบูชาของหลักเมืองนครศรีธรรมราชหลายรุ่น รวมทั้งชนวนศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ เป็นเนื้อชนวนทั้งหมด ไม่ได้ผสมโลหะใหม่เข้าไป ดังนั้น คอมีด จึงเป็นโลหะที่มีความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์ในตัว
วันที่หล่อคอมีด คือ 8 สิงหาคม 2553

 
DSCN1333-20100916-100.jpg
คอมีดของมีดขนาดใหญ่






DSCN1339-20100916-82.jpg
คอมีดของมีดขนาดเล็ก

DSCN1342-20100916-2.jpg

ชนวนพระบูชาเจ็ดเศียรรุ่นแรก และ พระบูชาเก้าเศียรรุ่น 2 ( อยู่ในแท่งเดียวกัน )

 
ชนวนยันต์นะ 108


ผงบรรจุที่ด้าม


1. ผงไม้ตะเคียน ปี 2530
2. ผงพระพุทธสิหิงค์ ปี 2530
3. ผงโลหะยอดพระธาตุ
4. ผงโภคทรัพย์ ประกอบด้วย
        - ผงปถมัง
        - ผงอิทธิเจ
        - ผงตรีนิสิงเห
        - ผงมหาราช
        - ผงรัตนมาลา
       - ผงว่าน 108
        - ผงปรอทสำเร็จ
        - ผงโคตรเหล็กไหล รังเหล็กไหล
        - ผงทื่เขาสามร้อยยอด
        - แร่ดินจังหวัดเพชรบูรณ์
        - ผงไข่มุก
 
* ผงปถมัง ผงอิทธิเจ ผงตรีนิสิงเห ผงมหาราช ผงรัตนมาลา เป็นผงที่หลวงพ่อหม่ำท่านลบเอง และท่านลบสำเร็จตามแบบโบราณ
* ผงที่เขาสามร้อยยอด เป็นผงที่มีพระมาบอกหลวงพ่อหม่ำ ให้ไปเอามาอยู่ในเหวลึกในหมู่เขาสามร้อยยอด ท่านจึงจ้างชาวบ้านให้โรยตัวลงไปนำใส่เป้ สะพายขึ้นมาเที่ยวละ 500 บาท เป็นผงที่ผู้บำเพ็ญเพียร และสำเร็จธรรมขั้นสูง รวมทั้งฤาษีต่าง ๆ ได้มาทำไว้ ปั้นเป็นก้อนกลม ๆ ขนาดโตกว่าหัวแม่มือเล็กน้อย วางเรียงไว้เป็นจำนวนมาก
* แร่ดินจังหวัดเพชรบูรณ์ อยู่ในป่าลึกมาก เป็นดินที่อยู่ในพื้นที่บริเวณที่มีฟ้าผ่าตลอดทั้งปี
* ผงไข่มุก เป็นผงจากไข่มุกแท้ ๆ ที่ลูกศิษย์หลวงพ่อนำมาถวาย เมื่อปลุกเสกแล้วจะมีพุทธคุณทางด้านโภคทรัพย์

สำหรับมีดเล่มใหญ่ จะบรรจุกระดาษสาลงยันต์เข้าไปด้วย
เมื่อบรรจุทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว จะอุดด้วยชันนะโรง ที่ปลุกเสกโดยหลวงพ่อหม่ำ จากนั้นจะนำมีดไปให้หลวงพ่อทำการจาร และเข้าพิธีกรรมตามวิธีของการทำมีดหมอ ก่อนจะนำไปบวงสรวงขอบารมีองค์ท่านพ่อ

ผงศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ที่ใช้บรรจุลงในด้ามมีด ที่เพิ่มขึ้นมาจากที่แจ้งไว้คือ ไม้ค้ำฟ้าที่นำมาทำตาหลักเมือง ส่วนชิ้นโลหะเล็ก ๆ สีเหลืองในภาพ คือ โลหะยอดพระธาตุของวัดพระธาตุ นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานรูปเหมือนของ องค์จตุคามรามเทพมาแต่เดิม
 



gb.png

hg.png

bn.png

DSCN1401-20101009-29.jpg

DSCN1402-20101009-43.jpg



 
ภาพพิธีเทวาภิเษก ณ ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช
 
vc.png

ku.png

bg.png

cd.png

ax-(1).png

mj.png


 
ภาพพิธีพุทธาภิเษก ณ วัดอัมพวัน
cf.png

et-(1).png

xd.png


 





 

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

Top