บทความจตุคามรามเทพ / เรื่ององค์ท่านพ่อเล่าสู่กันฟัง

ใช้แล้วไม่สื่ออะไร

ใช้แล้วยังไม่สื่ออะไร หรือไม่มีสัญญาณอะไร…ให้ถอดวางได้เลย
บทความนี้เป็นครั้งแรกที่ผมได้เขียนขึ้นมา เกี่ยวกับสายผู้ที่ชื่นชอบทางด้านองค์พ่อ ผมอ่านเรื่องราวต่าง ๆของบทความในเว็บ ราชันดำแห่งนี้ ก่อนที่จะปรับปรุงเป็นเว็บปัจจุบันแห่งนี้ เริ่มต้นจากการอ่านบทความต่าง ๆบนเว็บราชันดำนี้ อ่านไป และพิมพ์ออกมาเพื่อเก็บรวบรวมไว้อ่านอีก ตอนอ่านบทความต่าง ๆนั้นจะมีข้อความที่ทำให้สะดุดและชอบ ประมาณว่า " ถ้าใช้แล้วยังไม่สื่ออะไร หรือไม่มีสัญญาณอะไร…ให้ถอดวางได้เลย " จากข้อความประเภทนี้ทำให้สงสัยว่ามันจะเป็นไปได้หรือ และจะมีอะไรแบบนี้หรือ ก่อนที่จะได้เจอบทความต่าง ๆนั้น ผมมีความสนใจทางด้านโหราศาสตร์อยู่แล้ว ยิ่งมาเจอบทความต่าง ๆนั้นจึงมีความสนใจที่ค้นหาอย่างยิ่งในตามหลักวิชาโหราศาสตร์
การเริ่มต้นนั้น ถ้าจำไม่ผิดก็ตั้งแต่ยังไม่มีกระแส จนเริ่มมีกระแส และเป็นที่รู้จักของคนทุกคนในสังคม ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่เป็นไปตามกระแส จนกระทั่งอ่าน "ความจริงและความลับ ที่ไม่เคยมีใครรู้" จึงทำให้สะดุดทางความคิดอีกครั้ง และครั้งนี้เองที่ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่และพยายามค้นหามากยิ่งขึ้นอีก จากที่ใช้พระเครื่องมาตลอด และมาเปลี่ยนเป็นองค์พ่อแทนนั้นมีความรู้สึกถึงความไม่มีมีตัวตน หรืออนัตตาตามหลักธรรมของศาสนา
จากการที่ใช้พระเครื่อง และเปลี่ยนมาเป็นองค์พ่อนั้น ผมคิดว่าคนเรามักจะมีความรู้สึกขัดแย้งกัน…(ผมเองก็เป็นครับ) ประมาณว่า “ มันจะดีขึ้นหรือเปล่า ใช้ได้ผลหรือไม่ ” แต่ทุกสิ่งทุกอย่างมันต้องไม่เกินกรรมของแต่ละคน และทุกสิ่งทุกอย่างนั้นก็ต้องเป็นไปตามดวงชะตาที่ได้ถูกกำหนดไว้ ซึ่งในทางโหราศาสตร์มักจะมีคำกล่าวที่ว่า “ ดวงชะตาฟ้าลิขิต ชะตาชีวิตเราลิขิตเอง “
ถามว่าดวงชะตาของคนเราเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่ และแก้ไขได้หรือเปล่า ตอบได้เลยว่าเปลี่ยนแปลงได้ครับขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยด้วยกัน องค์พ่อก็เป็นหนึ่งในหลายปัจจัยนี้เพราะอะไรหรือครับ ก็เพราะว่าฤกษ์ผานาทีที่ใช้ในการสร้างแต่ละครั้งครับ ถ้าศึกษา และค้นคว้าเกี่ยวกับฤกษ์ผานาทีให้ดีแล้วจะรู้สึกถึงความแปลกของวัตถุนั้นได้อย่างมหัศจรรย์ เพราะมีพลังงานหนึ่งที่ทุกคนสามารถสัมผัสได้ด้วยตัวเองถ้ามีการฝึกฝน “ เหมือนกับนักวิทยาศาสตร์พบว่าอนุภาคเล็กสุดของมวลสารคือ พลัง หรือนักจักรวาลวิทยาพบว่าต้นกำเนิดของจักรวาลเป็นการเริ่มต้นจาก พลังงาน และสุดท้ายในหลักธรรมของศาสนาพุทธได้ประกาศสั่งสอนว่า ทุกสรรพสิ่ง คือ อนัตตา (ความไม่มีตัวตน) เมื่อ 2500 ปีมาแล้ว “
ปัจจุบันนี้พยายามให้คนใกล้ชิดมาใช้องค์พ่อ โดยใช้ครั้งแรกนั้นเริ่มจากกระแสที่เป็นอยู่ จากนั้นก็เปลี่ยนเป็น “จันทรา รุ่น 2 “ กับการพกหินพระธาตุซึ่งใช้คู่กัน ใช้ไปได้ระยะหนึ่งเขาได้เล่าความฝันให้ฟังว่า “เขาไปไหนไม่รู้และเจอวิญญาณน่ากลัวมาก จะมาทำร้าย ตอนนั้นนึกได้ว่ามีองค์พ่ออยู่ ก็จับสร้อยที่แขวนไว้ และยื่นไปที่วิญญาณนั้น วิญญาณเห็นก็คว้าองค์พ่อ ก็ไม่ปรากฏว่าจะทำให้กลัวแต่อย่างใด แต่พอเห็นสิ่งที่แขวนคู่กับองค์พ่อคือหินพระธาตุ แล้ววิญญาณเหล่านั้นก็หายไป “
เมื่อเขาเล่าความฝันให้ผมฟังแล้ว ผมบอกให้เขาถอด “จันทรา รุ่น 2 “ วางไว้ไม่ต้องใช้อีก และได้เปลี่ยนเป็น “ผงพังพระกาฬนาคปรก 5 เศียร ” แทน

จากนั้นไม่นานก็ได้พระโพธิสัตว์พังพระกาฬนาคปรก 7 เศียร แบบลอยองค์ 1 คู่( ใหญ่ - เล็ก ) แล้วผมนำองค์เล็กไปใส่กรอบ ผมก็แขวนได้ไม่เกิน 7 วันก็ฝันเห็นองค์ที่แขวนอยู่ พอเขาเห็นผมแขวนองค์เล็ก เขาก็ขอดู และบอกว่าขอแขวนองค์นี้ได้หรือเปล่า ผมก็เปลี่ยนให้เขาแขวนแทน เขาแขวนได้ไม่เกิน 7 วันเขาก็ฝันแบบเดิมอีก แต่เหตุการณ์ได้เปลี่ยนไปคือ “จาก วิญญาณเห็นก็คว้าองค์พ่อ ก็ไม่ปรากฏว่าจะทำให้กลัวแต่อย่างใด กลับปรากฏว่าเมื่อคว้าไปแล้วกลับกลัว และส่งเสียงกรีดร้อง แล้ววิญญาณเหล่านั้นก็หายไป” ผมก็บอกว่าองค์นี้ถูกโฉลกแล้วละ เอาไว้แขวนประจำตัวแล้วกัน และนี้ก็เป็นข้อความที่ผมนำเสนอตั้งแต่แรกคือ ถ้าใช้แล้วยังไม่สื่ออะไร หรือไม่มีสัญญาณอะไร…ให้ถอดวางได้เลย
เรียบเรียงโดย นายอังคาร อร่ามศักดิ์
 

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

Top