บทความจตุคามรามเทพ / เรื่ององค์ท่านพ่อเล่าสู่กันฟัง

ปรากฏการณ์คือคำตอบ

ปรากฎการณ์จตุคามฟีเวอร์ ที่เกิดขึ้นในปี 2550 เป็นเหตุการณืที่ไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย มีการสร้างวัตถุมงคลในนามขององค์จตุคามรามเทพ กันอย่างมากมายก่ายกอง ผู้สร้าง มีตั้งแต่ คนขายก๋วยเตี๋ยว ยันคนขายเพชร ขายทอง เรื่อยไปจนถึงหน่วยงานของรัฐ บริษัท ห้างร้าน ไม่เว้นแม้แต่ธนาคาร ที่กระโดดลงมาร่วมวงไพบูลย์กับเขาด้วย

ในอดีตที่ผ่านมา วัตถุมงคลของสำนักต่าง ๆ ถึงแม้จะเกิดกระแสนิยมขึ้นอย่างมากมาย ก็มักจะจำกัดอยู่แต่ในวงการพระเครื่อง และ อยู่ตามวัดวาอารามต่าง ๆ จะมีเกินเลยออกมายังหน่วยงานหรือประชาชนทั่วไปบ้าง ก็เป็นบางโอกาส หรือบางเทศกาล แต่กับวัตถุมงคลองค์จตุคามรามเทพ มีลักษณาการณ์ดุจดังไฟลามทุ่ง จนกระทั่งทุกจังหวัด มีจตุคามเป็นของตัวเอง

จากปรากฎการณ์ดังกล่าว สะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตของสังคมไทยได้อย่างหลากหลายมุมมอง

สังคมไทย ขาดที่พึ่ง ขาดหลักประกัน

สังคมไทย ขาดวิจารณญาณ ขาดการไตร่ตรอง

สังคมไทย มือใครยาวสาวได้สาวเอา

ด้วยจุดอ่อนเหล่านี้ กระแสจึงจุดติดได้ง่าย โดยกลุ่มผู้คนที่มองหาช่องทางหาเงิน มีอยู่ไม่มากที่ทำเพื่อการกุศล ส่วนใหญ่แล้วทำเพื่อเงินทั้งนั้น

สังคมใด ถ้าเอาเงินเป็นตัวตั้ง สังคมนั้นก็สับสนวุ่นวาย บุคคลใด ถ้าเอาเงินเป็นตัวตั้ง ก็จะมีแต่ความทุกข์ เพราะคนประเภทนี้ จะไม่มีคำว่าพอ

คำว่า รวย ของแต่ละคนไม่เท่ากัน

บางคน 1 ล้าน ก็บอกว่ารวยแล้ว

บางคน 5 ล้าน ก็ถือว่ารวย

บางคน 10 ล้าน ถึงบอกว่ารวย

แต่บางคน ตั้งเป้าว่าจะต้องเป็นเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศบ้าง ของโลกบ้าง หามาได้ หมื่นล้าน ก็ไม่พอ ต้องลำบากตรากตรำหาเพิ่มอีกมาก ๆ ทั้ง ๆ ที่ หมื่นล้านนั้น ก็กิน ใช้ ไม่หมดไปอีกหลายชั่วโคตร แทนที่จะเอาเวลาที่เหลือหาความสุขให้กับตัวเอง กลับใช้เวลาทั้งชีวิตไปอยู่กับความเหนี่อยและความเครียด

มีคำกล่าวของเศรษฐีชาวจีนคนหนึ่ง ผมไม่แน่ใจเรื่องชื่อ จึงขอไม่ระบุ เขากล่าวว่า
 

" ไม่ว่าคุณจะมีเงิน เป็นหมื่นเป็นแสนล้าน แต่ถ้าคุณคิดว่ายังไม่พอ ต้องดิ้นรนหามาเพิ่มอีก คุณคือผู้ยากจนที่แท้จริง "

ที่พูดมานี้ ผมไม่ได้ดัดจริตพูด เพื่อให้ตัวเองดูดี เพราะเงิน ใคร ๆ ก็อยากได้ แต่อยากจะเรียนว่า ชีวิตคนเรา มีหลายสิ่งหลายอย่าง ไม่ใช่เงินอย่างเดียว

ในช่วงกลางปี 2550 เป็นช่วงทีพระผงสุริยัน จันทรา ปี 30 มีราคาพุ่งขึ้นสูงสุด มีหลายคนมาขอเช่าบูชาพระผงสุริยัน จันทรา เพียงแค่ผมยอมปล่อยออกไปครึ่งหนึ่งก็จะได้เงินก้อนใหญ่พอสมควร เป็นเงินก้อนใหญ่ที่ผมไม่เคยมีมาก่อนในชีวิต อาจจะน้อยสำหรับคนอื่น แต่สำหรับผมแล้วคิดว่ามาก ความรู้สึกในขณะนั้นคือ เงินก็อยากได้ แต่ถ้าปล่อยวัตถุมงคลดังกล่าวออกไปจะรู้สึกใจหาย ทั้ง ๆ ที่ผมคิดแล้วว่าราคาในขณะนั้นขึ้นมาสูงสุดแล้ว และมีแนวโน้มจะอ่อนตัวลงในอีกไม่ช้าไม่นาน เพราะวัตถุมงคลของท่านพ่อจะมีลักษณะเช่นนี้มาโดยตลอด แต่ผมตัดสินใจไม่ขาย เพราะคิดว่าขายไปแล้วก็หาวัตถุมงคลสภาพนี้ไม่ได้ ที่ผ่านมาก็ใช้เวลาหลายปีกว่าจะเก็บได้ นอกจากไม่ขายแล้ว ยังควักกระเป๋าอีกก้อนใหญ่ซื้อเพิ่มเข้ามาอีก

แต่สิ่งที่นอกเหนือกว่านั้น คือ ความผูกพันครับ

ตั้งแต่ พ.ศ.2543 จนถึงบัดนี้ และตั้งแต่บัดนี้ จนถึงลมหายใจสุดท้ายของชีวิต ชีวิตผมไม่สามารถแยกห่างจากวัตถุมงคลของท่านพ่อจตุคามรามเทพได้

ด้วยพลังศรัทธาอันสูงสุด ได้หลอมรวมเอาจิตวิญญาณของผมให้กลายเป็นคลื่นที่สามารถเชื่อมต่อ กลมกลืนกับพลังความศักดิ์สิทธิ์ ของวัตถุมงคลของท่านพ่อ เพียงแค่นึก เพียงแค่คิด ท่านพ่อก็บันดาลให้ตามที่ปรารถนา นับเรื่องไม่หมด นับครั้งไม่ถ้วน

แล้วผมจะไปใช้วัตถุมงคลอื่นใดได้

ไม่ใช่ผมไม่รู้จักวัตถุมงคลอย่างอื่น ผมเริ่มสนใจวัตถุมงคล หรือพระเครื่องตั้งแต่ปี พ.ศ.2524 ศึกษาทั้งพระกรุ พระเก่า พระเกจิอาจารย์ แทบจะเรียกได้ว่ารู้จักพระเครื่องเกือบทุกชนิด และตัวเองก็ใช้พระมาอย่างมากมายหลายชนิด เช่นเดียวกัน

แต่ยังไม่เห็นว่ามีพระชนิดใด เหมือนวัตถุมงคลของท่านพ่อ ที่ไหว้แล้วขอได้ หรือว่าท่านผู้ใดทราบ ช่วยจัดอันดับพระเครื่องที่ไหว้แล้วขอได้ ให้ผมดูสักหน่อย

หนึ่ง ………….

สอง……………

สาม……………
 

ไม่เพียงแต่คนที่มีพลังศรัทธาเท่านั้น ที่ท่านพ่อแผ่บารมีช่วยเหลือ คนที่ไม่เคยแขวนพระมาก่อนเลย อย่างเฮียฮง หรือ คุณธารา แซ่เบ๊ เจ้าของร้าน HONG ANTIQUES ผู้ค้าโบราณวัตถุระดับประเทศ และระดับสากล ที่มีทุกข์ร้อนท่านก็ช่วย เมื่อขอท่าน

เรื่องมีอยู่ว่า เฮียฮง เคยขอแบ่งพระผงสุริยัน 30 สีขาวปัดทองสภาพสวยไปจากผม 1 องค์ เมื่อปี 2546 ในราคา 20,000 บาท เมื่อใส่ตลับทองเสร็จก็นำมาเก็บไว้ในตู้ที่ร้านเฉย ๆ ผมเห็นเข้าก็เลยขอซื้อกลับคืน เพราะคิดว่าแกไม่สนใจ แต่เฮียฮงไม่ยอมขาย และได้เก็บกลับบ้านไป เวลาผ่านไปประมาณ 3 ปี คือในปี 2549 ผมไปพบเฮียฮง กำลังนั่งหน้าตาบิดเบี้ยว บ่นว่าปวดขามากจนไม่อยากมีชีวิตอยู่ เนื่องจากขาใส่เหล็กไว้เพราะเกิดอุบัติเหตุมา 30 กว่าปีแล้ว และจะเกิดอาการปวดเป็นระยะ ๆ เวลาปวดจะไปซื้อยาจีนแถวเยาวราชมากิน อาการปวดจะหายไป แต่ครั้งนี้กินยาแล้วก็ไม่หาย ผมก็ได้แต่รับฟังที่เฮียฮงบ่น

หลังจากนั้น ประมาณ 2 - 3 สัปดาห์ ผมได้ไปหาเฮียฮงที่ร้านอีกครั้งหนึ่ง เห็นหน้าตาสดใส แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะลืมเรื่องที่แกบ่นไปแล้ว จนกระทั่งคุยไปพักหนึ่ง เฮียฮงจึงดึงสร้อยออกมานอกเสื้อ พร้อมบอกว่า ผมเอาองค์นี้มาแขวนแล้ว ผมจึงถามไปว่า นึกยังไงถึงได้เอามาแขวน เฮียฮงตอบว่า คุณสุวัฒน์จำได้ไหมที่ผมบ่นปวดขามาก จนแทบทนไม่ไหวไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร พอดีไปเห็นพระองค์นี้เลยนึกขึ้นได้ คุณสุวัฒน์เคยบอกว่ามีปัญหาทุกข์ร้อนอะไรก็ขอให้ท่านช่วยได้ ผมจึงนำมาแขวนแล้วบอกกล่าวขอให้หายปวดขา แค่วันเดียวเท่านั้นก็หายเป็นปลิดทิ้ง

ตั้งแต่วันนั้นจนกระทั่งบัดนี้ ผมยังไม่ได้ยินเฮียฮงบ่นว่าปวดขาอีกเลย

นอกเรื่องออกไปไกล กลับมาเรื่องที่ผมได้จั่วหัวไว้เสียที เริ่มต้น ก็คงต้องท้าวความกันหน่อย

ในปี 2543 ตอนที่ผมเข้ามาศึกษาเรื่องราวขององค์พ่อจตุคามรามเทพ มีโอกาสได้อยู่ในพิธีประทับทรงหลายครั้ง และครั้งหนึ่งท่านพ่อกล่าวกับลูกศิษย์ว่า อีก 5 ปี น้ำตาลแว่นของกูจะมีราคาเป็นแสน อีก 10 ปี จะมีราคาเป็นล้าน ถึงหลายล้าน เหมือนพระชื่อดังที่ทุกคนรู้จักกันดี

ประมาณเดือนเมษายน 2545 ผมได้บูชาพระผงสุริยัน สีดำ สภาพสวยมากในราคา 110,000 บาท เป็นราคาที่สูงมากในขณะนั้น ทำให้คิดว่า นี่ยังไม่ถึง 5 ปีเลย ราคาก็เป็นแสนแล้ว แต่พอปลายปี 2548 ราคาพระผงจันทราสีขาวซึ่งเป็นราคาต่ำสุดของพระผงสุริยัน จันทรา สภาพทั่ว ๆ ไปราคาได้ขยับขึ้นถึง 1 แสนบาท บวก ลบ จึงได้ทราบความหมายของท่านพ่อว่า 5 ปีนั้น หมายถึงวัตถุมงคลราคาต่ำสุดของท่าน ขึ้นหลักแสน

 

พอถึงปี 2549 มีการซื้อพระผงสุริยันในราคาหลักล้าน เพิ่งผ่านไปแค่ 6 ปีเท่านั้นเอง ราคาก็ถึงหลักล้านแล้ว แต่พระที่ราคาต่ำสุด จันทราขาวเล็ก สภาพทั่วไปราคายังอยู่ที่ 1 แสนกว่า ๆ

ผมได้คิดและพิจารณาถึงคำพูดของท่านพ่อ มาเป็นระยะ ๆ ว่า จะเป็นไปได้อย่างไร เพราะเวลา 10 ปี สั้นมาก สำหรับพระหลักพันต้น ๆ คือ 2 - 3 พันบาท ราคาจะทะยานขึ้นหลักล้านและจะมีชื่อเสียงเทียบเท่าพระอันดับ 1 ภายใน 10 ปี ท่านพ่อจะบันดาลให้เกิดขึ้นได้อย่างไร

ขณะนี้ ผมถึงบางอ้อ แล้วครับ

ปรากฎการณ์จตุคามฟีเวอร์ ….. คือคำตอบครับ ในขณะที่เกิดกระแสนิยมจตุคามอย่างรุนแรงในปี 2550 พระผงสุริยันจันทรา ทำสถิติสูงสุด คือ พระผงสุริยัน เนื้อสีชมพูอมส้มราคา 4,100,000 บาท พระผงจันทรา เนื้อไม้เทาเขียว ปัดทอง ราคา 2,600,000 บาท ซึ่งในขณะนั้น ผมก็ยังคิดไม่ออก ถึงคำตอบดังกล่าว

จนกระทั่งปี 2551 ผมได้พูดคุยกับชาวบ้าน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย หลาย ๆ สาขาอาชีพ เมื่อคุยถึงองค์จตุคามรามเทพ ทุกคนรู้จักพระผงสุริยันจันทรา ปี 30 กันหมด ผิดกับในช่วงก่อนปี 2550 ที่ยังมีคนรู้จักไม่มากนัก

โดยส่วนตัว ผมเชื่อว่า ด้วยแรงความขลังความศักดิ์สิทธิ์ของวัตถุมงคลแห่งองค์จตุคามรามเทพ ได้บันดาลให้เกิดกระแสจตุคามรามเทพเพื่อให้วัตถุมงคลพระผงสุริยันจันทราปี 2530 เป็นที่รู้จักไปทั่วทุกหัวระแหง เหมือนกับที่ทุกคนรู้จักพระสมเด็จวัดระฆัง

นี่คือการประทับ BRAND ให้อยู่ในความทรงจำ ของคนไทยทุกผู้ทุกนาม เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะฉนั้น เวลา 10 ปีของท่านจึงต้องเป็นไปได้อย่างแน่นอน

สุวัฒน์

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

Top