บทความจตุคามรามเทพ / เรื่ององค์ท่านพ่อเล่าสู่กันฟัง

แบบทดสอบที่ต้องผ่านให้ได้

ท่ามกลางวิกฤตต่าง ๆ ที่รุมเร้าอยู่ในขณะนี้ ทั้งวิกฤตด้านการเมือง วิกฤตด้านสังคม และ วิกฤตทางด้านเศรษฐกิจ ก่อให้เกิดความหวั่นไหว ในทุกภาคส่วนของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ

การเมือง สังคม เศรษฐกิจ เปรียบเหมือนขา 3 ขา ของกระถางธูป ขาดขาใดขาหนึ่ง กระถางธูปก็ล้ม ประเทศใดก็ตาม เมื่อเกิดวิกฤตขึ้นในส่วนใดส่วนหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการเมือง สังคม เศรษฐกิจ ประเทศนั้นจะประสบปัญหา และต้องใช้เวลายาวนานในการจัดการแก้ไข

แต่สิ่งที่ประเทศไทย กำลังเผชิญอยู่นี้ เป็นเรื่องหนักหนาสาหัสอย่างไม่เคยมีมาก่อน นั่นคือทั้ง 3 ขา ต่างเจ็บป่วยชนิดยากที่จะเยียวยาแก้ไข

การเมือง สับสนวุ่นวาย จนมองไม่เห็นว่าจะลงเอยได้อย่างไร

สังคม อ่อนแอ มีความแตกแยกทางความคิด แบ่งฝ่ายกลายเป็นเส้นขนานชนิดที่ไม่รู้ว่าจะมาบรรจบพบกันได้เมื่อไหร่ เป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย

เศรษฐกิจ อาการหนัก เพราะเป็นผลพวงมาจากสองส่วนแรก และยิ่งทรุดหนักลงไปอีก เมื่อมาเจอกับตัวเร่งสำคัญ คือ น้ำมัน ที่ราคาขึ้นทุกวัน ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจที่มีปัญหาทั่วโลก ส่งผลให้เกิดความเดือดร้อน ทุกหย่อมหญ้า พ่อค้าแม่ขาย ร้องกันระงม รายได้หดหาย สินค้า แย่งกันขึ้นราคา คนที่มีรายได้ประจำ หรือที่เรียกว่ามนุษย์เงินเดือนต้องผจญกับดัชนีค่าครองชีพที่พุ่งกระฉูดขึ้นทุกวัน เงินที่ฝากธนาคาร ไว้เมื่อ 2 – 3 เดือนที่แล้ว 100 บาท ตอนนี้มีค่าแค่ 80 บาท

เกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย ประเทศอื่นเขาเจอแค่เรื่องเศรษฐกิจ แต่ถ้าการเมืองและสังคมเขาเข้มแข็ง ก็คงจะผ่านพ้นไปได้ไม่ยาก

แต่ของเรามองไม่เห็นอนาคต ได้แต่หวังว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ปกป้องประเทศไทยอยู่ จะช่วยประคับประคอง ให้แคล้วคลาดปลอดภัย ที่พูดถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมา เพราะมองไม่เห็นว่าจะไปพึ่งใครเขาได้ อย่างไรก็ตาม หวังว่าปัญหาทั้งหลายจะเดินไปตามครรลอง และพบทางออกที่ดีได้ในที่สุด

ในวิกฤตที่กำลังเผชิญอยู่นี้ ผมอยากจะพูดถึงสังคมหรือแวดวงของผู้นิยมศรัทธาในวัตถุมงคล ซึ่งแน่นอน ย่อมได้รับผลกระทบที่หนักหน่วงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะคนทั่ว ๆ ไปมองว่า วัตถุมงคลไม่ใช่ปัจจัย 4

เมื่อตีวงให้แคบเข้ามา ในแวดวงของลูกองค์พ่อ ก็เกิดความหวั่นไหวและวิตกกังวลกันไปทั่ว เพราะสถานการณ์อยู่ในภาวะชงักงัน มีการเปลี่ยนมือที่เบาบาง และลดน้อยลงเรื่อย ๆ หลายคนกลัวว่าผู้คนจะพากันเลิกเก็บสะสม และเสาะหาวัตถุมงคลองค์จตุคามรามเทพ
 

หลายคน บอกว่าไม่กลัว แต่ในใจก็อดหวั่นไหวไม่ได้บางคนถอดใจ และเกิดอาการเข็ด เพราะลงทุนไปเยอะ ประเภทนี้ส่วนใหญ่เป็นพวกเล่นตามกระแส และลงทุนเช่าหามาเพื่อเก็งกำไรอย่างเดียว

สำหรับแฟนพันธ์แท้ ขอโทษนะครับที่ใช้คำสมัยใหม่ ผมเห็นว่าสื่อความหมายได้ดี เท่าที่ผมรู้จักอยู่หลายคน ไม่มีใครกลัว ยังมีความมั่นใจและมั่นคง บุคคลกลุ่มนี้จะมีทั้งเข้ามาใหม่ และ เข้ามานานแล้ว เหตุที่เหนียวแน่น เพราะต่างได้รับประสบการณ์กันมาอย่างโชกโชน ประจักษ์และเชื่อมั่นในความศักดิ์สิทธิ์ ในวัตถุมงคลขององค์จตุคามรามเทพ จนไม่สามารถไปใช้วัตถุมงคลอื่นได้อีกแล้ว บางคนถึงกับบอกว่า จะแขวนพระผงปี 30 ตลอดชีวิต เรื่องนี้ คุณนคร สวัสดี หรือที่รู้จักกันในวงการว่า น้อยยิบซี บอกกับผมว่า ผู้พูดประโยคนี้ให้ฟัง คือคุณชนินทร์ สุขแก้ว ซึ่งต้องมาดูภูมิหลังของผู้พูดกันว่า เป็นใคร ทำอะไร ทำไมถึงตัดสินใจได้เด็ดขาดอย่างนั้น

คุณชนินทร์ ฯ เป็นนักสะสมพระเครื่องรุ่นเก่าพอสมควร คือเล่นพระมาตั้งแต่ปี 2525 ผ่านการใช้พระมาอย่างโชกโชน มีพระหลัก ๆ ไม่ใช่น้อย แล้วทำไมถึงกล้าพูดประโยคดังกล่าว เรื่องนี้คงตอบได้โดยไม่ต้องคิดว่า คุณชนินทร์ ฯ รู้ด้วยตัวเองว่า วัตถุมงคลอะไรศักดิ์สิทธิ์ที่สุด เพราะทดสอบมาจนแน่ใจแล้วนั่นเอง

ที่กล่าวมา เป็นเพียงตัวอย่างเดียวเท่านั้น จริง ๆ ยังมีคนที่คิดเช่นเดียวกับคุณชนินทร์อีกเป็นจำนวนมาก

มีบางคน และ อีกหลายคน ในช่วงที่วัตถุมงคลจตุคามรามเทพ ได้รับความนิยมอย่างมาก พวกเขาได้เงินได้ทองไปไม่น้อย แต่พอกระแสลดลง ก็หันกลับมาโจมตี ด่าว่า หาว่าปั่นราคากันบ้าง ซ้ำเติมว่าคนเลิกเล่นแล้วบ้าง ตอนนี้ราคาร่วงอย่างน่ากลัว อย่างว่าแหละครับคนประเภทนี้ เราก็รู้ ๆ กันอยู่ อย่าไปใส่ใจ

แต่คนที่ผมเห็นแล้ว พูดไม่ออก คือ คนที่อ้างว่าเป็นลูกพ่อ นับถือพ่อใจจะขาด พ่อดีอย่างนั้น พ่อดีอย่างนี้ แขวนพ่อโชว์ ( ไม่รู้ว่าเพื่อการค้าหรือเปล่า ) แต่พอกระแสองค์จตุคามรามเทพลง และมีกลุ่มคนพยายามที่จะ PROMOTE พระพิฆเณศร์ เทพองค์ใหม่ ขึ้นมาแทนองค์จตุคามรามเทพ บุคคลกลุ่มนี้ ก็ถอดท่านพ่อออก เปลี่ยนเป็นพระพิฆเณศร์

ท่านผู้อ่านครับ เรามาลองคิดกันดูสิว่า ถ้าตระกูลใดตระกูลหนึ่ง เป็นตระกูลที่ดีมีชื่อเสียงโด่งดัง อยู่ ๆ ลูกก็มาเปลี่ยนนามสกุลเสียดื้อ ๆ ท่านลองคิดดูว่า คนเป็นพ่อ จะรู้สึกอย่างไร

การเปลี่ยนนามสกุล มี 2 ประเด็นคือ 1. ลูกชั่ว พ่อไม่ให้ใช้นามสกุล 2. ลูกเห็นว่านามสกุลไม่ดีตอนนี้ไม่โด่งดังแล้ว จึงเปลี่ยน ถ้าเป็นกรณีที่ 2 คนเป็นพ่อก็คงต้องโกรธ และไม่อยากเกี่ยวข้องช่วยเหลืออีกต่อไป เผลอ ๆ ก็ตัดออกจากกองมรดกไปเลย
 

ทั้งหลายทั้งปวง คนที่ใช้วัตถุมงคล ต้องถามตัวเองว่าวัตถุประสงค์ที่เขาเช่าบูชาวัตถุมงคลมา เพื่ออะไร

หากตั้งคำถามว่ามีวัตถุมงคล 9 องค์ ล้วนเป็นพระยอดนิยมที่มีราคาสูงสุดในตลาดพระขณะนี้ บวกด้วยพระผงสุริยัน จันทรา ปี 30 อีก 1 องค์ รวมเป็น 10 องค์

ถ้าท่านประสบปัญหาวิกฤตที่สุดในชีวิต ( ราคาพระใน 10 องค์นั้นไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ) ให้ท่านเลือก วัตถุมงคล 1 องค์ขึ้นมาเพื่อขอให้ช่วย เป็นครั้งสุดท้ายในชีวิต ท่านจะเลือกองค์ไหน

สำหรับผม ตอบโดยไม่ต้องคิดว่า 30 ครับ เพราะมีวัตถุมงคลขององค์จตุคามรามเทพเท่านั้น ที่ไหว้แล้วขอได้

ท่านละครับ…..จะเลือกอะไร

อยากจะเรียนว่า สำหรับภาวะเช่นนี้ ยิ่งจำเป็นที่พวกเราลูกองค์พ่อทั้งหลายจะต้องมีวัตถุมงคลของท่านพ่ออยู่คู่กาย และ คู่ใจ จึงจะรอดปลอดภัย ผ่านพ้นปัญหาและอุปสรรคไปได้ สำหรับคนที่ถอดออก เพราะเห็นว่ากระแสนิยมลดลง เป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างยิ่งกระแสความนิยม ลดลง ไม่ได้ทำให้ความศักดิ์สิทธิ์ในวัตถุมงคลของท่านพ่อลดลงกระแสความนิยม ลดลง เฉพาะพวกลูกเลี้ยง พวกกาฝากเท่านั้น กระแสความนิยม ไม่เคยลดลง ไปจากลูกองค์พ่อตัวจริง มีแต่จะเชื่อมั่นและศรัทธาเพิ่มขึ้นทุกวัน

สถานการณ์ ณ วันนี้ เป็นภาวะของโลก เป็นชะตาบ้าน ชะตาเมือง ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ และภาวะเช่นนี้ ถือเป็นบททดสอบที่สำคัญอย่างยิ่ง ของลูกองค์พ่อตัวจริง ทั้งหลายถึงแม้ว่าข้อสอบรอบนี้จะยาก และเข้มข้นอย่างยิ่ง

แต่ลูกองค์พ่อตัวจริง " ต้องผ่านให้ได้ "

พบกันใหม่โอกาสหน้า

สุวัฒน์

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

Top