ราชันดำบอร์ด
ราชันดำบอร์ด
หน้าหลัก | ปฎิทินกิจกรรม | ข้อมูลส่วนตัว
สมัครสมาชิก | หัวข้อล่าสุด | ข้อมูลสมาชิก | ค้นหา | แนะนำ
Username:
Password:
Save Password
Forgot your Password?

 รวมทุกกระทู้
 ราชันดำบอร์ด
 มุมวิชาการ
 พระปิดตาพังพระกาฬพิมพ์ลอยองค์รุ่นคันฉ่องสองจักรพรรดิ
 Forum Locked
 ตัวอย่างก่อนพิมพ์
เจ้าของกระทู้ Previous Topic กระทู้ กระทู้ถัดไป  

webmaster
ระดับ :: ผู้ทรงอิทธิพล

โพส 1434 ครั้ง

IP : 58.9.31.97
Posted - 09/02/2007 :  15:32:45  Show Profile  Visit rachandam's Homepage  Click to see rachandam's MSN Messenger address

 

 

 

 

 พระปิดตาพังพระกาฬ พิมพ์ลอยองค์ 
รุ่น คันฉ่องสองจักรพรรดิ

               สร้างขึ้นตามคำบัญชาขององค์จตุคามรามเทพ เพื่อให้ศิษย์ที่ต้องการครอบครองคันฉ่องสัมริดจีนสร้างกุศลอุทิศให้กับบรรดาเจ้าของ คันฉ่องในอดีต  โดยผสมคันฉ่องที่ชำรุดลงไปจำนวน 3 อันซึ่งเป็นคันฉ่องสมัยฮั่น  สมัยเว่ย และสมัยซ้อง

              ความสำคัญและความเป็นมาของคันฉ่องสำริดจีน สามารถหาอ่านได้จากบทความของท่าน
สรรเพชญที่ผมได้นำลงไว้ในเรื่อง  องค์ราชันดำ  ผู้ยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรทะเลใต้     อยู่ในเวบเพจ 
บทความ ตอนที่
   16  และ  17

             ความเกี่ยวโยงระหว่างคันฉ่องสำริดจีน   กับวัตถุมงคลของหลักเมืองนครศรีธรรมราช  ก็คือความศักดิ์สิทธิ์     และการกำเนิดของวัตถุมงคลทั้งสอง  มีที่มาด้วยโหราศาสตร์เหมือนกัน   ความหมายสำคัญของคันฉ่อง  ตามที่ท่านสรรเพชญกล่าวไว้    ก็คือเปรียบเสมือนวีซ่า  คือสัญลักษณ์     หรือดวงตราที่ใช้ผ่านไปได้ในทุกที่    เช่นเดียวกับพระผงสุริยันจันทรา   ที่มีผู้เปรียบเทียบว่าเปรียบประดุจตราแผ่นดินของอาณาจักรศรีวิชัย    ที่สามารถใช้ผ่านไปได้ทุกที่   ไม่ว่าจะเป็นโลกมนุษย์หรือโลกของวิญญาณ


            
ที่มาของชื่อพระปิดตาคันฉ่องสองจักรพรรดิ นั้น  คำว่าคันฉ่อง ความหมายนั้นชัดเจนอยู่แล้ว ส่วนคำว่าสองจักรพรรดิมีความหมายถึงจักรพรรดิจีนซึ่งก็คือองค์ผู้สร้างคันฉ่องสำริด กับจักรพรรดิแห่งอาณาจักรศรีวิชัย องค์นี้ก็หมายถึงท่านพ่อจตุคามรามเทพนั่นเอง
  


     ชนวนมวลสารที่เป็นส่วนผสม

                       1.  คันฉ่องสำริดจีน  3  อัน

                       2.  เหรียญพังพระกาฬ ปี 2532 จำนวน  3  เหรียญ

                       3.  พระปรกใบมะขาม ปี 43  เกาะทะลุ   1  กำมือ

                       4.  เหรียญแสตมป์ปี  30    1  กำมือ

                       5.  ชนวนพระบูชา พระโพธิสัตว์พังพระกาฬ นาคปรก 7 เศียร  รุ่นแรก

                       6.  ชนวนพระบูชา พระโพธิสัตว์พังพระกาฬ นาคปรก 9 เศียร   รุ่นแรก

                       7.  ชนวนพระบูชา พระโพธิสัตว์พังพระกาฬ นาคปรก 9 เศียร  รุ่นเกาะเภตรา

                       8.  ชนวนมีดจตุคามรามเทพ รุ่นแรก

                       9.  ชนวนมีดจตุคามรามเทพ รุ่นเกาะเภตรา

                     10.  ชนวนแร่พระปิดตา รุ่นเกาะเภตรา

                     11.  แผ่นยันต์ ทอง นาค เงิน จารและปลุกเสก โดยองค์จตุคามรามเทพ

                     12.  เหรียญหลวงปู่ทวดวัดช้างให้ รุ่น 2  3  4

                     13.  ชนวนพระกริ่งนิมมานโกวิท  (หลวงปู่ทองดำ วัดท่าทอง อุตรดิตถ์ )

                     14.  พระกริ่งภัทริโย  ( หลวงพ่อภัทร  วัดโคกสูง  หาดใหญ่  )  2  ช่อ

                     15.  พระกริ่งรัตนรังสี  จำนวน 250  องค์

                     16.  เหรียญเงินหลวงพ่อสด  วัดปากน้ำ  10  เหรียญ

                     17.  แผ่นปั้มเงิน หลวงพ่อสด วัดปากน้ำ  3  แผ่น

                     18.  แผ่นปั้มทองแดง หลวงพ่อสด วัดปากน้ำ   50  แผ่น

                     19.  พระบูชาสังกัจจาย เนื้อเงิน  หน้าตัก  3  นิ้ว  หลวงพ่อไพบูลย์ วัดอนาลโย

                     20.  เหรียญบาทเงิน รัชกาลที่ 5     2 เหรียญ

                     21.  พระเครื่อง ภปร.วัดบวรนิเวศ ปี 2508   จำนวน  8  องค์

                     22.  ตะกรุดหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติการาม 

                     23.  ชนวนพระชัย ฯ   พิธีสำคัญ ๆ  จำนวนมาก

                     24.  ทองคำหนัก 10  บาท

 

                            นอกจากนี้ ยังมีชนวน   พระเครื่อง  พระกรุ   พระเก่า  เครื่องรางของขลัง  อีกจำนวนมาก

 

                      การประกอบพิธี    ได้นำชนวนทั้งหมด หลอมรวมกันในเวลา 09:19  น. ของวันที่ 22  มิถุนายน  2544    และนำโลหะที่ได้มา  หล่อเป็นองค์พระปิดตาพระโพธิสัตว์พังพระกาฬ  โดยมีองค์จตุคามรามเทพ  ประทับทรง  ตั้งแต่เริ่มต้น จนเสร็จพิธี      

 

 

 

จำนวนการสร้าง

  พิมพ์ใหญ่    พิมพ์กลาง  พิมพ์เล็ก       
เนื้อทองคำ  1 28  93
เนื้อเงิน 12  508 797  
เนื้อคันฉ่อง  126 1,013 2,173  
เนื้อเมฆสิทธิ์  35  33  40  


เจ้าหน้าที่ดูแลเว็บ

webmaster rachandam
ความเห็นที่ 1

ระดับ :: เจ้าหน้าที่ระดับสูง

โพส 475 ครั้ง


IP : 58.9.30.197
Posted - 08/03/2007 :  10:47:13  Show Profile  Visit peejung's Homepage  Click to see peejung's MSN Messenger address

       นอกจากนี้ยังมีพระเนื้อเงินที่เทขึ้นมาเพื่อทำเป็นองค์ต้นแบบทั้ง 3 พิมพ์คือ พิมพ์ใหญ่ 3  องค์
พิมพ์กลาง องค์และ พิมพ์เล็ก  องค์ แต่นำมาแต่งอย่างละ 1 องค์เพื่อถอดพิมพ์ ส่วนที่เหลือไม่ได้
แต่ง  พระทั้งหมดจะมีขนาดใหญ่กว่าพระที่เทมาเล็กน้อยทุกพิมพ์  โดยตอกโค้ดที่ฝ่าเท้าเป็นโค้ด
กงจักร โค้ดเดียวกับพระโพธิสัตว์พังพระกาฬบูชา   9  เศียรใหญ่ 

        พระชุดนี้ทำพิธีเททองในวันที่  22  มิถุนายน  2544  โดยองค์ท่านพ่อเป็นประธานประทับทรง
ในร่างทรงคนเก่าหลังจากนั้นประมาณเดือนกันยายน 2544  ท่านสรรเพชญได้ยกเลิกการ
ประทับทรง   พระที่สร้างทั้งหมด พวกเราจึงขอให้ ท่านสรรเพชญทำพิธีอัญเชิญท่านพ่อจตุคามราม
เทพแผ่บารมีสร้างความศักดิ์สิทธิ์ เพราะท่านสรรเพชญได้รับการถ่ายทอดวิชาโหราศาสตร์จากท่าน
พ่อ และที่ผ่านมาเป็นผู้กำหนดฤกษ์ยามร่วมกับท่านพ่อในการทำพิธีของวัตถุมงคลรุ่นต่าง ๆ มาอยู่
แล้ว ประกอบกับท่านมีสิ่งมงคลที่ท่านพ่อมอบให้ไว้สำหรับพิธีเกี่ยวกับวัตถุมงคล ท่านสรรเพชญจึง
นำไปทำพิธีให้รวม 5 ครั้งด้วยกัน  เหตุที่ทำพิธี   5   ครั้งเพราะในช่วงเวลานั้นมีฤกษ์ดีที่จะสร้างความ
ศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างหลากหลายพอดี
 


      
จึงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจว่า พระปิดตาพังพระกาฬพิมพ์ลอยองค์รุ่นคันฉ่อง  2  จักรพรรดิ 
จะมีความเข้มขลังศักดิ์สิทธ์ยิ่งนัก เรื่องนี้ไม่ได้พูดลอย ๆ แต่พูดขึ้นจากคำบอกเล่าของผู้ที่นำไปใช้
ต่างบอกว่าสุดยอดทุกคนทั้ง ๆ ที่มี ออกไปไม่มาก แต่ทุกคนที่ใช้มีประสบการณ์ทุกคน เพียงแต่ผม
ไม่อยากนำมาเล่าในที่นี้ อยากรู้ว่าศักดิ์สิทธ์อย่างไรนั้น ลองโทรไปถามคุณพรชัยที่  01 3083009 
และคุณโชคชัย  วงศ์พิจิตร ที่  01 8025362
   และคุณชยุต  อุตสาหะชัย ที่ 01 0481959

 
                 พิมพ์ใหญ่                      

 

 
              พิมพ์กลาง                    

 


 
               พิมพ์เล็ก                  


  ส่วนที่เป็นเนื้อเงิน   เนื้อทองคำ  และ เนื้อเมฆสิทธิ์   ได้ผสมเนื้อชนวนคันฉ่องที่หลอมในพิธีลงไป
ด้วยประมาณ10%


คันฉ่องเงินพิมพ์เล็ก



คันฉ่องเงินพิมพ์กลาง


คันฉ่องเงินพิมพ์ใหญ่


สำหรับเนื้อทองคำทั้ง 3 ขนาด ได้เจาะก้นและอุดผงที่ท่านสรรเพชญได้มอบให้ผมมาดำเนินการ  คือ


         1.  พระผงสุริยัน - จันทรา ปี 30 จำนวน  3  องค์
         2.  พระผงพระพุทธสิหิงค์ ปี 30  จำนวน  6  องค์ 
              ทั้ง  2  รายการท่านมอบให้มาเป็นองค์  และอนุญาตให้ผมตำให้ละเอียด
         3.  ผงไม้ตะเคียนเสาหลักเมือง  ที่ทำขึ้นและปลุกเสกโดยองค์จตุคามรามเทพ เมื่อปี 2530
              ( สำหรับใช้อุดตะกรุดโทน  และ ตะกรุดสาริกา  ในสมัยนั้น ) 

    
คันฉ่องเนื้อทองคำพิมพ์เล็ก


คันฉ่องเนื้อทองคำพิมพ์กลาง


คันฉ่องเนื้อทองคำพิมพ์ใหญ่

 

  
คันฉ่องเนื้อเมฆสิทธิ์พิมพ์ใหญ่

 

        คุณพรชัยเล่าให้ผมฟังว่า  ได้มีการนำพระปิดตารุ่นคันฉ่อง และพระผงสุริยัน - จันทรา 
ปี 2530  ใส่ลงในถาดรวมกับพระอื่น ๆ   จำนวนมาก  เพื่อให้พระเกจิอาจารย์ที่มีพลังจิตสูง องค์หนึ่ง
แถวภาคอีสาน ปลุกเสก  (พระสงฆ์องค์นี้  สายตามองไม่เห็น )   ปรากฎว่าท่านเอามือทั้งสอง ควาน
ลงไปในถาด   มือหนึ่งหยิบพระปิดตาคันฉ่อง  ขึ้นมา  อีกมือหนึ่งหยิบพระผงสุริยัน - จันทรา  ปี 30  
ขึ้นมา  และพูดว่าพระทั้ง  2  องค์นี้ มีพลังสูงเท่ากัน เป็นพลังของเทพ

       เหตุการณ์ทำนองนี้  ได้เกิดขึ้นกับฆราวาส  ที่ประทับทรงคนหนึ่ง  โดยการเล่าของคุณพรชัย
เช่นเดียวกันว่า  พ่อปู่ที่มาประทับทรง  หยิบพระปิดตาคันฉ่อง  กับพระผงสุริยัน - จันทรา  ขึ้นมาอยู่
ในมือ องค์ละข้าง แล้วพูดว่า พระทั้ง 2 มีพลังแรงเท่ากัน  ใช้แทนกันได้  เป็นพลังของเทพ 

       และในการใช้พระปิดตาคันฉ่อง    คุณพรชัยถึงกับบอกว่า ในคอขาดรุ่นไหนก็ได้  ยกเว้นรุ่น
ปิดตาคันฉ่อง

      จากการบอกเล่าของคุณพรชัย  ในระยะแรก ๆ  ผมเองก็ยังเฉย ๆ  แต่พอผมได้มาอ่านเรื่อง
สุริยัน - จันทรา   วีซ่าของจีน  ซึ่งเขียนโดยท่านสรรเพชญ  ซ้ำอีกครั้งหนึ่ง  ผมจึงคิดถึงเรื่องที่คุณ
พรชัยเล่าให้ฟัง  ในส่วนที่ว่า พระปิดตารุ่นคันฉ่อง  ใช้แทนพระผงสุริยัน - จันทรา ได้   เพราะพระ
ปิดตารุ่นคันฉ่อง  ได้ใส่คันฉ่องสำริดจีน ซึ่งมีความศักดิ์สิทธิ์   และท่านสรรเพชญ เปรียบเป็น 
สุริยัน - จันทรา วีซ่าของจีน    เหมือนกับที่ท่านสัมพันธ์  ทองสมัคร อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
จังหวัดนครศรีธรรมราช และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า 
พระผงสุริยัน - จันทรา  ปี 30   เปรียบเหมือนวีซ่า   ที่ไปไหนก็ผ่านตลอด 

ประมวลภาพ ชนวน มวลสาร และพิธีปลุกเสก พระปิดตาพังพระกาฬ รุ่นคันฉ่องสองจักรพรรดิ 

          

            

             

      

     

      

              

 

                      เพิ่มเติมประสบการณ์ที่ได้เล่าให้เพื่อนสมาชิกฟัง  ในกระทู้  "  สมาชิกคุยกันเอง " 

สวัสดีครับ เพื่อนสมาขิก

                       พระปิดตาคันฉ่องสองจักรพรรดิ    สุดยอดอิทธิฤทธิ์  ครอบคลุมในทุกด้าน   มีประสบการณ์ที่เกิดขึ้นมากมาย    เรื่องค้าขายเป็นที่เลื่องลือ   เรื่องอำนาจบารมี เป็นที่ยอมรับ 

                       มีอีกด้านหนึ่งที่ผมยังไม่ได้นำมาเปิดเผย    เห็นเพื่อนสมาชิกนำมาโชว์กันมาก   เลยอยากเล่าให้ฟัง  

                       เรื่องแรก    เกิดขึ้นกับหญิงสาวคนหนึ่ง  ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช    มีอาการเหมือนถูกผีเข้า   จะถอดเสื้อผ้าออกหมดแล้ววิ่งไปนอกบ้าน   แม่ต้องจับล่ามไว้  และพยายามพาไปรักษาตามที่ต่าง ๆ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามวัดที่ได้ข่าวว่ามีอาจารย์เก่ง ๆ   แต่ก็ไม่หาย  น้องสาวซึ่งทำงานอยู่กับคุณสมชาติ   ศรีรัตนรุ่งเรือง   กลุ้มใจในอาการของพี่สาว  จึงนำเรื่องนี้ไปปรึกษาคุณสมชาติ     คุณสมชาติ จึงได้มอบพระปิดตาคันฉ่องสองจักรพรรดิพิมพ์กลาง เนื้อคันฉ่อง   ให้กับน้องสาวเพื่อนำไปคล้องคอให้พี่สาว    น้องสาวดีใจมาก  จึงลงไปนครศรีธรรมราช  เมื่อไปถึงบ้านปรากฎว่าไม่มีใครอยู่  ทราบจากข้างบ้านว่า   แม่พาพี่สาวไปวัดวัดหนึ่ง  จึงได้ตามไป   เมื่อไปถึงเห็นพี่สาวนอนอยู่ข้าง ๆ  แม่  จึงได้นำเอาสร้อยพระปิดตาคันฉ่องสองจักรพรรดิองค์ดังกล่าวคล้องคอให้   ปรากฎว่า  ทันทีที่คล้อง พี่สาวก็ลุกขึ้นนั่งแล้วถามว่า   เขามาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร    จากนั้นอาการก็หาย  

                      เรื่องที่สอง    เรื่องนี้ ตำรวจซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านตรีทศ  เป็นผู้เล่าให้ฟัง  เพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับครอบครัวตัวเอง   เรื่องมีอยู่ว่า   ตำรวจท่านนี้ มีพี่ชายเป็นนายทหารประจำอยู่ค่ายทางภาคเหนือ    อาศัยอยู่กับแม่ซึ่งอายุมากแล้ว  ที่จังหวัดพะเยา   ในช่วงปี พ.ศ.2546   ไดเกิดมีอาการเลอะเลือน จำอะไรไม่ได้  พูดไม่ค่อยรู้เรื่อง  ร่างกายผอมลง  กินเท่าไรก็ยังผอมอยู่   เหมือนมีคนมาแย่งกินด้วย   ทุกคนลงความเห็นว่าต้องโดนผีเข้า  จึงพากันตระเวนไปหาพระให้รดน้ำมนต์หลายแห่ง  แต่ไม่ดีขึ้น   น้องชายก็กลุ้มอกกลุ้มใจเพราะพี่ชายเป็นหลักในการเลี้ยงดูแม่   จึงนำเรื่องนี้ไปปรึกษากับคุณมานพ  เกิดอุ่ม  ร่างทรง ว่าจะทำอย่างไรดี    คุณมานพ  ซึ่งทราบประสบการณ์เรื่องแรกดี   จึงมอบพระปิดตาคันฉ่องสองจักรพรรดิ  พิมพ์กลาง เนื้อคันฉ่อง   ซึ่งผมได้ให้ไว้   ให้กับตำรวจท่านนั้นยืมไปคล้องคอพี่ชาย  

                      หลังจากคล้องคอให้พี่ชายแล้ว  อาการก็ดีขึ้นในทันที  พี่ชายเล่าให้ฟังว่า  ขณะที่น้องชายเอาสร้อยคอคล้องให้นั้น   ผีที่อยู่รอบ  ๆ  ตัวเอง  จำนวน  5 - 6  ตัว  พากันร้องโอดโอย  แล้วพูดเป็นภาษาชาวเขา ซึ่งเขาฟังออก   ว่าของเขาแรง  เผ่นกันดีกว่า  แล้วเขาก็มองเห็นว่า ผี  5  - 6  ตัวนั้นวิ่งกันล้มลุกคลุกคลาน หนีไปหมด  

                      ทั้งสองเรื่อง เป็นประสบการณ์  ที่ไม่ค่อยได้ยินกันนัก   ในยุคปัจจุบันนี้   จึงนำมาเล่าให้ฟัง    เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนสมาชิก 

สุวัฒน์  

 

สวัสดีครับ เพื่อนสมาชิก

                    มีประสบการณ์  ของปิดตาคันฉ่องสองจักรพรรดิ  มาเล่าให้ฟังอีก  2  เรื่อง

                          เรื่องแรก      เรื่องมีอยู่ว่า  คุณโชคชัย  วงษ์ขจิตร  (  จิ๊บ  )  แฟนพันธ์แท้ของจตุคามรามเทพ คนหนึ่ง   งานด้านหนึ่งคือค้าขายเสื้อผ้าในสวนจตุจักร  งานอีกด้านหนึ่งคือเถ้าแก่ขายส่งสินค้าประดับยนต์  รายใหญ่    ได้มาขอแบ่งพระปิดตาคันฉ่องสองจักรพรรดิเนื้อทองคำพิมพ์เล็ก ไปองค์หนึ่ง  เมื่อประมาณปลายปี  48  เมื่อเลี่ยมเสร็จในวันศุกร์  รุ่งขึ้นวันเสาร์ก็นำไปสวนจตุจักรด้วย  และได้นำไปอวดกับคุณเม้ง   เจ้าของร้านขายตลับพระในสวนจตุจักร  คุณเม้งเห็นแล้วรีบขอเอาไปยกมือไหว้  พร้อมกับพูดว่า  ไหนขอเอามาจบเป็นศิริมงคลหน่อย  ได้ข่าวว่าศักดิ์สิทธิ์นัก   

                           ต่อมาตอนบ่าย   คุณจิ๊บก็โทรมาหาผม  บอกว่า " พี่ ...  ยังมีอีกหรือเปล่า  เนื้อทองคำน่ะ  ....   มีเพื่อนชื่อเม้งเขาอยากได้   เขาบอกเขาเจอประสบการณ์   แต่ยังไม่ได้เล่าให้ผมฟัง   เพราะเขาเรียกให้ผมไปที่ร้านเขา  แต่ผมยังไม่ว่าง   "

                           ผมจึงบอกคุณจิ๊บไปว่า  ไม่มีแล้ว   ต้องรอให้ผมไปหามาใหม่

                           เวลาผ่านไปจนกระทั่ง  5  โมงเย็น  คุณจิ๊บจึงโทรมาเล่าให้ผมฟังถึงประสบการณ์ของคุณเม้ง  เพราะเพิ่งได้ฟังมา  ว่า   ในขณะที่คุณเม้งได้นำพระขึ้นไปจบนั้น ได้อธิษฐานขอว่า   ...ได้ข่าวว่าพระท่านศักดิ์สิทธิ์  ถ้าศักดิ์สิทธิ์จริง  ขอให้ลูกค้าผม  ( คุณเม้งไม่ได้บอกชื่อ  )  ซึ่งหายไปหลายสัปดาห์แล้วไม่ได้มาอุดหนุนที่ร้านเขาเลย  ให้มาร้านเขาภายใน 20 นาที   จากนั้นจึงได้คืนพระให้คุณจิ๊บ

                           ปรากฎว่า   หลังจากคุณจิ๊บกลับไปไม่ถึงอึดใจ   ลูกค้ารายนั้นก็ปรากฎตัวขึ้นมาที่ร้านเขาอย่างเหลือเชื่อ    ที่สำคัญคือ  ช่วงเวลาที่เขาอธิษฐานนั้น  เป็นเวลาประมาณ 11 โมงกว่า ๆ   ที่ผ่านมา ลูกค้ารายนี้จะมาร้านของเขาในช่วงเวลาบ่าย 2  โมงไปแล้ว  ไม่เคยมาก่อนเที่ยงเลย 

                           เหลือเชื่อนะครับ   หลายคนอาจจะคิดว่าบังเอิญ  แต่ทำไม๊  มันถึงได้ บังเอิ๊ญ บังเอิญ  ขนาดนี้    แต่ก็จะบังเอิญให้เรากล่าวอ้างได้ทุกเรื่อง

                           ไม่ทราบว่าเราจะนับเรื่องนี้เป็นประสบการณ์ด้านค้าขายได้หรือเปล่าครับ

                                 เพื่อนสมาชิก ไม่ควรไปขอท่านพ่อในลักษณะแบบนี้นะครับ 

                           เรื่องที่สอง    หลังจากการสร้างพระปิดตาคันฉ่องสองจักรพรรดิเสร็จสิ้นลงไม่นาน   เพื่อนของผมคนหนึ่ง  อยากทดลองว่า  พระปิดตารุ่นนี้  จะมีพลังอำนาจขนาดไหน  จึงได้ถอดพระเครื่องแบบอื่น ๆ ออกทั้งหมด  แล้วแขวนพระปิดตาคันฉ่องสองจักรพรรดิเนื้อทองคำองค์เดียว   แล้วไปหาผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง  ซึ่งมีหน้าห้องเป็นนายทหานยศสูง  ปกตินายทหารหน้าห้องคนนี้  จะไม่พูดไม่จา  ไม่ทักทายใคร มีหน้าที่ให้คนเซ็นสมุดเข้าพบเจ้านาย  แต่วันที่เพื่อนผมแขวนพระปิดตาคันฉ่องสองจักรพรรดิ  ไปนี้  นายทหารคนนี้เห็นหน้าเพื่อนผมปั๊บ ก็ยกมือไหว้  ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยปฎิบัติมาก่อน  แถมยังยกสมุดมาให้เซ็น โดยไม่ต้องเดินไปเซ็นเอง  ที่แปลกยิ่งกว่านั้น  เมื่อเพื่อนผมเข้าไปพบเจ้านายของนายทหารคนนี้   ขณะกำลังนั่งคุยกัน  นายทหารคนนี้ ได้ชงกาแฟไปให้เพื่อนผมด้วย   (   แบบนี้ก็ไม่เคยทำมาก่อน  )  แม้กระทั่ง เจ้านายเขาเองยังแปลกใจ    จึงถามเพื่อนผมว่า  วันนี้คุณ..... แขวนพระอะไรมา  หมอนี่มันถึงเอาใจขนาดนี้  มันไม่เคยทำอย่างนี้มาก่อนกับใครทั้งนั้น  

                            อย่างนี่เรียกว่าประสบการณ์ในเรื่องของอำนาจ บารมี  น่าจะไม่ผิดนะครับ  ( เป็นวีซ่าของเอกอัครราชทูต จริง ๆ  ) 

                            เพราะฉนั้น  ใครมีจงเก็บรักษาไว้ให้ดี

 

สุวัฒน์

 


ผู้ช่วยดูแลเว็บ
Go to Top of Page
  Previous Topic กระทู้ กระทู้ถัดไป  
 Forum Locked
 ตัวอย่างก่อนพิมพ์
เมนูลัด:
ราชันดำบอร์ด © www.rachandam.com Go To Top Of Page
หน้านี้ถูกแสดงผลภายใน 0.25 วินาที